ทางรอดหรือทางตัน? ส่องวิบากกรรมคนจน “ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่” หรือแค่มาตรการปะผุที่ไร้ความยั่งยืน
ดีเดย์เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 สำหรับ "โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "บัตรคนจนรอบใหม่" มาตรการเยียวยาค่าครองชีพครั้งใหญ่จากกระทรวงการคลังที่ขนเม็ดเงินมาแจกจ่าย หวังชุบชีวิตกลุ่มเปราะบางกว่า 13 ล้านคน ทว่า ท่ามกลางภาพฝันของการหยิบยื่นความช่วยเหลือ คำถามสำคัญที่สะท้อนย้อนกลับมาจากสังคมในเวลานี้คือ เงินหลักร้อยต่อเดือนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และ "เป๋าตัง" นั้น เป็น "ทางรอด" ที่แท้จริง หรือเป็นเพียงยาพาราเซตามอลที่มาซ้ำเติมความเจ็บปวดของคนยากจนกันแน่?
หากมองในมุมของประชาชนฐานราก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/เดือน, เบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาท, ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน และค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะอีก 750 บาท คือ "หลักประกัน" เดียวที่ทำให้พวกเขายังมีข้าวกินอิ่มท้องไปอีกไม่กี่มื้อ ท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อ ค่าน้ำมัน และค่าครองชีพที่พุ่งสูงลิ่วจนค่าแรงขั้นต่ำแทบไม่พอกิน
ในยุคที่ไร้งาน ไร้เงิน และไร้ที่พึ่ง สวัสดิการขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลชุดนี้จึงเปรียบเสมือนถังออกซิเจนที่ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้มีรายได้น้อย ยิ่งรอบนี้มีการพ่วงโครงการใหญ่อย่างแพ็กเกจ "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้ามาเสริม ยิ่งทำให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลายเป็นสิ่งสำคัญที่คนจนทั่วประเทศ "จะตกขบวนไม่ได้เด็ดขาด"
ในทางกลับกัน ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของการเปิดระบบ คือภาพความโกลาหลและความล้มเหลวในการเข้าถึงสิทธิ์ เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้เดือดร้อนชี้ให้เห็นว่า มาตรการนี้อาจกำลังซ้ำเติมพวกเขาผ่าน 3 บาดแผลใหญ่ คือ
1. ดิจิทัลวอลเล็ตและแอปพลิเคชันล่มซ้ำซาก คือ การบังคับให้ประชาชนกดยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันระบบใหม่อย่าง "แอปทางรัฐ" สร้างความปวดหัวให้กับผู้สูงอายุและคนยากจนในชนบทอย่างมาก ปัญหาระบบค้าง สแกนใบหน้าไม่ผ่าน และสมาร์ตโฟนที่ไม่รองรับระบบ กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ทำให้คนจนจริง ๆ เข้าไม่ถึงสิทธิ์
2. เกณฑ์คัดกรองสุดมหาโหด คือ การปรับเกณฑ์รายได้บุคคลต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีบัตรเครดิต และห้ามมีเงินฝากในบัญชีรวมถึงสลากออมทรัพย์เกิน 100,000 บาท ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ คนที่จนเฉียดฉิว หรือคนที่มีเงินออมก้อนสุดท้ายไว้รักษาชีวิตในยามแก่ชรา กลับถูก "ตัดสิทธิ์" อย่างไร้ความปราณี
3. ปัญหา "คนจนไม่จริง" แย่งสิทธิ์ โดย ระบบ AI ของรัฐมักตรวจไม่พบกลุ่มคนที่มีรายได้นอกระบบจำนวนมากที่มีฐานะร่ำรวยแต่ไม่มีชื่อในระบบภาษี ท้ายที่สุดคนกลุ่มนี้กลับผ่านเกณฑ์ชิล ๆ ในขณะที่ "กลุ่มชายขอบ" ที่ไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าใช้ ต้องแบกสังขารข้ามอำเภอเพื่อไปต่อคิวที่ธนาคารรัฐ
อย่างไรก็ตาม การเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ ได้เกิดเสียงวิจารณ์ อย่างหนัก โดยมองว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ เป็นเพียง "นโยบายประชานิยมปะผุ" ที่ช่วยประทังชีพได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวมันคือการซ้ำเติมโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ เพราะเงินหลักร้อยไม่สามารถช่วยให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปาก หรือหลุดพ้นจาก "กับดักความยากจน" ได้ รัฐบาลกำลังใช้เงินภาษีมหาศาลไปกับการแจกเงินผ่านแอปพลิเคชัน แทนที่จะนำไปสร้างรัฐสวัสดิการที่ยั่งยืน เช่น การศึกษาฟรีที่มีคุณภาพ, การรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม หรือการสร้างงานสร้างอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง
ดังนั้น การเปิดลงทะเบียนใหม่ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการแจกเงิน แต่เป็นคำถามใหญ่ต่อทิศทางรัฐสวัสดิการของไทย ว่าจะเดินต่อไปในรูปแบบ “ช่วยเฉพาะหน้า” หรือจะพัฒนาไปสู่ระบบที่สร้างความมั่นคงและโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืน
เพราะท้ายที่สุด คนจนจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงเงินช่วยเหลือ แต่ต้องการโอกาสที่จะไม่ต้องกลับมา “ลงทะเบียนความจน” ซ้ำแล้วซ้ำอีก.
#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ #บัตรคนจน #บัตรคนจน69 #แอปทางรัฐ #ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #กระทรวงการคลัง #ทางรอดหรือซ้ำเติมคนจน #สกู๊ปข่าว #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #ความเหลื่อมล้ำ #คนจน #ข่าววันนี้ #กระแสสังคม #เงินเยียวยา #เช็กสิทธิ์บัตรคนจน #ระบบล่ม #ไทยช่วยไทยพลัส #สวัสดิการแห่งรัฐ #สิทธิมนุษยชน








