“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 จากนี้จะดำเนินบทบาททางการเมืองเช่นใด ยังไม่มีคำตอบ แต่ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อทักษิณ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แล้วหลังจากมีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.69 จุดโฟกัส “คนการเมือง” ย่อมเฝ้ามองไปที่ความเคลื่อนไหว ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า !
วันนี้ “เอม” พินทองทา คุณากรวงศ์ ลูกสาวคนกลาง ทักษิณ เปิดเผยด้วยความตื้นตันใจว่า ครอบครัวชินวัตร ดีใจกับข่าวดีครั้งนี้ เมื่อพ่อพ้นโทษจากการได้รับพระราชทานอภัยโทษ ช่วงเวลานี้ พ่อใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หลานๆทั้ง7คน และจากนี้คงไปไหนได้สะดวกมากขึ้น
ขณะที่ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำของพรรค ตอบคำถามสื่อโดยเชื่อว่าทักษิณ จะไม่เข้ามายุ่งกับการบริหารพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคมีคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว
“ นายทักษิณมีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค เพราะฉะนั้นโอกาสที่สมาชิกจะพบกับนายทักษิณก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นเรื่องปกติ” ( 3 มิ.ย.69)
แน่นอนว่า ทักษิณ ไม่จำเป็นต้องปรากฎตัวที่พรรคเพื่อไทย หรือ “แสดง” ให้เห็นว่า “บัญชาการ” การเดินหน้าของพรรคเพื่อไทย แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า “เจ้าของพรรค” เมื่อพ้นโทษอย่างเป็นทางการแล้ว การเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” จะหมดไปด้วย เพียงแต่คงไม่จำเป็นต้อง “โดดเด่น” จนตกเป็น “เป้าสายตา” เหมือนที่ผ่านมา
พรรคเพื่อไทยวันที่ “กระแสนิยม” ดิ่งลง กลายเป็นพรรคต่ำร้อย และตัวผู้นำพรรคอยู่ในเรือนจำ จนได้ออกมาพักโทษ จนถึงวันได้รับพระราชทานอภัยโทษ ครั้งล่าสุด เช่นนี้ต้องยอมรับว่า ทักษิณนั้นเป็นเหมือนแมวเก้าชีวิต ไม่ตายไปจากการเมืองง่ายๆ แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่เบื้องหน้า ก็อาจทำให้เกิด “แรงกระเพื่อม” ขึ้นได้
โดยเฉพาะในยามที่ “พรรคสีน้ำเงิน” ที่ก้าวขึ้นมาในฐานะ “ตัวแทนอนุรักษ์นิยมใหม่” กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก จากสังคม แม้จะสามารถ “ยึดกุม” แทบทุกองคาพยพทางการเมืองเอาไว้ในมือได้ก็ตาม เท่ากับว่า แม้พรรคเพื่อไทย และทักษิณ จะยืนดูอยู่ห่างๆ และอย่างเงียบๆ สถานการณ์ของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเจอกับแรงกดดัน รอบด้าน
ตั้งแต่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ไปจนถึง เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาฯพรรค และรมว.ดีอี จากการถูกตรวจสอบทั้งในและนอกสภาฯ กรณีการเดินหน้าโครงการTH-AI Passport" มูลค่า 1,650 ล้าน กำลังถูกตั้งคำถามว่า ล็อกสเป็ก และเอื้อพวกพ้องหรือไม่
ขณะที่พรรคสีน้ำเงินที่ก้าวขึ้นมาสยายปีกอำนาจกำลังเจอกับดัก ของตัวเองจนกระทบต่อ “กระแสความนิยม” ที่ลดลง แม้นายกฯอนุทิน เองอาจต้านไม่อยู่นั้น ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในฐานะ “เสือลำบาก” หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ครั้งล่าสุดแต่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมรัฐบาล อาจเดินเข้าสู่ภาวะ “ขาขึ้น” เป็นเส้นกร๊าฟ ที่เริ่มไต่ระดับ โดยที่ไม่เปลืองตัว แต่ทั้งนี้ ทักษิณ ต้องยอมลดบทบาทของตัวเองลงเพื่อ ฟื้นพรรค !








