ความหวังของ “พรรคประชาชน” ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ จะมีโอกาส “เข้าใกล้” ความจริงแล้ว หรือไม่ ยังเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องจับตา
หลังจากที่ “ความหวัง” เคยถูกดับลงในห้วง รัฐบาล “อนุทิน 1” ที่เข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร ตาม MOA กับพรรคประชาชน แต่สำหรับวันนี้ การออกมาขยับของ “2 แกนนำ” ในปีกพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย” กับห้วงเวลาที่รัฐบาลจะอยู่ไปจนครบเทอม 4ปี พรรคส้ม น่าจะเห็นความเป็นจริงมากกว่าที่ผ่านมาหรือไม่ ?
แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การนับหนึ่งใหม่ เริ่มที่รัฐสภา ไม่ใช่รัฐบาล ทำเอาฝ่ายการเมือง พากันถอดคีย์เวิร์ด จากสิ่งที่นายกฯพูด ว่า เรื่องนี้จะไม่ผูกพันกับรัฐบาล อย่างนั้นใช่หรือไม่ เมื่อนายกฯโยน เรื่องกลับไปที่ “สภาฯ”
ทั้งที่อย่าลืมว่า ผลจากการทำประชามติ “21 ล้านเสียง” เห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ แต่ปรากฏว่า ฝ่ายที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ กลับยังไม่เห็นความจริงใจ จนทำให้เกิดความมั่นใจ จึงต้องเรียกร้องและกดดันนายกฯอนุทิน
ทางด้านพรรคเพื่อไทย โดย “ชูศักดิ์ ศิรินิล” มือกฎหมายของพรรค ออกมาระบุว่า พรรคเตรียมพูดคุยกันในส่วนของคณะทำงาน เพื่อกำหนดแนวทางเดินหน้า โดยจะหารือกันใน2 ประเด็น คือ 1. ตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะใช้ร่างแบบเดิมของพรรคฯ และ2. พรรคเพื่อไทยมี สส. 74 เสียง ไม่ถึง 1 ใน 5 ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือ ขอชื่อสส.เข้าชื่อให้ครบ 1 ใน5 คือ 140 เสียง
ปัญหาใหญ่ ในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งดูจะเป็นความหวังและความพยายามจากพรรคประชาชน ที่ต้องการแก้ไข สิ่งที่มองว่าเป็นปัญหาและอุปสรรค ยังมีเรื่องของ “กับดัก” ที่รออยู่ข้างหน้า นั่นคือการที่มีอุปสรรคใหญ่ อยู่ที่ “สว.” ขวางทางอยู่
เมื่อมาตรา 256(3)และ (6) กำหนดให้การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องได้รับเสียง “เห็นชอบ” จากสว. “ไม่น้อยกว่า 1ใน3” หรือ “67 คน” เห็นชอบ !!
ความกังวลว่าที่สุดแล้วการแก้รัฐธรรมนูญ จะวนกลับไปที่จุดเดิม นั่นคือการห่างไกลความจริง กำลังทวีมากขึ้น เมื่อ “67 สว.”คือกับดักสำคัญ เพราะสว.เกือบจะทั้งวุฒิสภา ล้วนถูกมองและตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับ พรรคภูมิใจไทย จนถูกเรียกว่า “สว.สีน้ำเงิน” เกินกว่าครึ่ง อยู่แล้ว
การฝ่าด่าน 67 เสียง จากสว.เพื่อให้เห็นชอบ กำลังกลายเป็นเรื่องยาก ยิ่งเมื่อ นายกฯอนุทิน บอกแล้วว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นั้นให้ไปนับหนึ่ง กันที่ “รัฐสภา” แม้จะถูกมองว่ารัฐบาล หนีปัญหา และโยนภาระไปให้สว.ก็ตาม แต่เกมนี้ยังมองไม่เห็นว่า ใครจะฝ่าด่าน วุฒิสภาไปอย่างไร ถ้าไม่ได้รับ “สัญญาณ” ไฟเขียว !!








