ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า “แรงต้าน” ที่มีต่อ “โครงการใหญ่” ของรัฐบาล “อนุทิน 2” อย่าง “แลนด์บริดจ์” นั้นมากกว่า “แรงหนุน” อย่างชัดเจน !
แม้ ผลการสำรวจจาก “นิด้าโพล” ได้สะท้อนออกมาว่า “คนใต้” นั้น “สนับสนุน” โครงการใหญ่ แต่กลับมีข้อกังขาตามมา ว่าที่ออกความเห็นว่าหนุนนั้นกลับไม่ยังไม่รู้จักโครงการนี้ดีพอ
สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาจากการเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ที่มุ่งไปสู่การเป็นระเบียงเศรษฐกิจของภาคใต้ควบคู่ไปกับการสร้างเมืองใหม่
หากสำเร็จได้จริงตามที่รัฐบาลนี้ตั้งเป้าเอาไว้ จะกลายเป็นอภิมหาโปรเจก สำหรับพรรคภูมิใจไทย มากกว่าใคร !
เพราะแม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะบอกกับสื่อวันนี้ว่าความจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ พรรคภูมิใจไทยเคยนำมาใช้หาเสียงแล้ว เมื่อการเลือกตั้งปี 2562
และในสมัยที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็เคยพยามยามผลักดันมาแล้ว เมื่อครั้งนั่ง “รมว.คมนาคม” ในรัฐบาลชุดที่แล้วก็เคยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ตั้งใจจะดำเนินการ แต่นั่นคือเรื่องของ "อดีต" ที่ยังไม่ลุล่วง จนมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยพรรคสีน้ำเงิน น่าจะมีโอกาสมากกว่าหรือไม่
นอกจากนี้ ยังน่าสนใจว่า วันนี้นายกฯอนุทิน ยังชี้แจงประเด็นที่หลายคนเป็นห่วง ว่าการมีโครงการแลนด์บริดจ์จะไปเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ โดยนายกฯ ปฏิเสธชัดเจน ระบุว่า
“เข้ามา 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาๆ ทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทำให้เขาโกรธ เพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อ เอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว” (4พ.ค.69)
วันนี้ นายกฯอนุทิน ประเมินเสียงต้าน จากทั่วสารทิศได้ดี และรู้ว่าหากรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปท่ามกลาง “แรงต้าน” ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ย่อมเป็นเรื่องยาก อาจจะเสียมากกว่าได้ ล่าสุดได้เตรียมเสนอตั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ รมว.คลัง ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ เพื่อเร่งสรุปผลภายใน 90 วัน
ขณะที่ทางด้าน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม เองจะเดินทางลงใต้ ไปชุมพรและระนอง พร้อมกับ "สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพย์ฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกมิติในโครงการแลนด์บริดจ์ วันที่ 8 พ.ค.นี้
แรงต้านจากฝ่ายการเมืองที่มีต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ในเวทีสภาฯ ย่อมไม่น่ากังวล เมื่อเทียบกับกระแสคัดค้านจาก “ภายนอก” ทั้งจากภาคประชาชนไปจนถึงนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม น่าสนใจว่ารัฐบาลอนุทิน 2
โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย จะถอยหรือรุกต่อ แต่อย่างน้อยจากนี้ก็ยังมีเวลาได้ให้หายใจ เบรก “แรงต้าน”ไปได้อีก 90 วันกว่าที่ รองนายกฯเอกนิติ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ จะมีข้อสรุปออกมา !








