ในห้วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนก้าวย่างสู่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 สภาวะสินค้าเกษตรไทยปรากฏสัญญาณความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากทั้งสภาพภูมิอากาศโลกและแรงเหวี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทิศทางราคาเนื้อสัตว์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ปรากฏการณ์ที่โดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้คือ การดีดตัวขึ้นของกลุ่มวัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ราคาในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามแรงส่งของตลาดโลก (CBOT) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการส่งออกที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความกังวลในเขตเพาะปลูกหลักของสหรัฐฯ ที่เผชิญความไม่แน่นอนของสภาพอากาศและต้นทุนปัจจัยการผลิตที่บีบให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกลง สอดคล้องกับทิศทางของ ปลาป่น ที่ปรับราคาขึ้นทุกเบอร์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1 บาท หลังจากการจับปลาในเปรูยังทำได้เพียงร้อยละ 20 ของโควตา
ขณะที่ กากถั่วเหลือง แม้ราคาในประเทศจะยังทรงตัวได้จากอุปทานส่วนเกินของบราซิลที่เก็บเกี่ยวเกือบเสร็จสิ้น แต่กระนั้นราคาในตลาดฟิวเจอร์สกลับเริ่มขยับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่มีชนวนเหตุจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเปราะบางของต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่พร้อมจะพุ่งสูงขึ้นได้ทุกขณะ
ในฟากของสินค้าปศุสัตว์และพืชเศรษฐกิจหลักอย่าง ข้าว กลับมีทิศทางที่สวนทางกันในลักษณะทรงตัวถึงอ่อนตัว โดยราคาข้าวขาว 100% ชั้น 2 แม้จะรักษาเสถียรภาพในระดับกระสอบละ 1,170 บาทไว้ได้ แต่ราคาปลายข้าวและราคาเสนอขายส่งออก (F.O.B.) กลับมีการปรับลดลงตามกลไกตลาดโลก เช่นเดียวกับภาวะของ สุกร และ ไข่ไก่ ที่ราคายังคงนิ่งสงบโดยสมาคมผู้เลี้ยงฯ ยังคงราคาแนะนำไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อรอรับอานิสงส์จากการเปิดภาคเรียนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่จะมาช่วยกระตุ้นยอดการบริโภคให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ ไก่เนื้อ มีสถานการณ์ที่น่ากังวลเล็กน้อยจากภาวะราคายืนอ่อนท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนลูกไก่
สัปดาห์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าเกษตรปลายน้ำส่วนใหญ่จะยังดูนิ่งสงบ แต่ "คลื่นใต้น้ำ" จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะหากต้นทุนเหล่านี้ยังไม่นิ่ง ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโครงสร้างราคาอาหารในอนาคตอันใกล้ และเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าภาคเกษตรไทยจะสามารถรักษาอัตรากำไรท่ามกลางพายุเศรษฐกิจโลกในไตรมาสสองนี้ได้หรือไม่








