คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ/ ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
ข่าวดังครึกโครมเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เกิดขึ้นจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “โคล อัลเลน” อายุอานาม 31 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแขนงวิศวกรรมเครื่องกล จาก ‘California Institute of Technology’ หรือแคลเทค (Caltech) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อันดับต้นๆ ที่ตั้งอยู่ในเมืองพาสซาดีนา ห่างจากนครลอสแอนเจลิสประมาณ 20 นาที โดยทั่วไปแล้วเป็นที่ยอมรับกันว่า “การเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นับว่ายากมากๆ เทียบเท่ากับเอ็มไอที (MIT) และผู้ที่สามารถเข้าไปศึกษาได้ ก็จะต้องเป็นคนที่มีความเก่งมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเก่งทางด้านคณิตศาสตร์”
และหลังจากที่นายอัลเลนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว เขาก็ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ “มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สเตท” สาขาคอมพิวเตอร์ และเมื่อจบจากการศึกษาแล้ว นายอัลเลนผู้นี้ก็ได้เข้าไปทำงานเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย และเขาก็ยังมีอาชีพเป็นนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกด้วย!!!
จากข้อมูลของเอฟบีไอ (FBI) รายงานออกมาว่า โคล อัลเลน เดินทางออกจากรัฐแคลิฟอร์เนียโดยการโดยสารรถไฟผ่านไปยังนครชิคาโก ต่อไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเขาใช้เวลาเดินทางร่วม 60 ชั่วโมงเลยทีเดียว และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นในเวลาราวๆ 20.30 น. ของวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 นอกห้องโถงขนาดใหญ่ ณ “โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ฮิลตัน” (International Hilton) ที่ตั้งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวประมาณ 15 นาทีเท่านั้น โดยโรงแรมแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงของสมาคมนักข่าวหลายร้อยคน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี
โดยปีนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมด้วยภรรยา รวมทั้ง “รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์” และคณะรัฐมนตรีหลายๆ คนร่วมอยู่ในงานด้วย หลังจากที่มีเสียงปืนดังขึ้น ความโกลาหลชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้นภายในสถานที่จัดงาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ถูกเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยนำตัวออกไปจากสถานที่นั้นอย่างทันควัน
จากรายงานของ “หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์” (The New York Times) วันที่ 26 เมษายน 2026 นี้ รายงานว่า ก่อนหน้าที่โคล อัลเลน จะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เขาเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ในที่สุดแล้วเขาก็ไปไม่รอดถูกจับกุม ทั้งนี้ “ทอดด์ บลานช์” ผู้รักษาการในตำแหน่งอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การกระทำของโคล อัลเลน ในครั้งนี้มีเป้าหมายต้องการที่จะทำร้ายคนในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่นเอง!!!
และจากการรายงานข่าวของ “สถานีโทรทัศน์ซีบีเอส” (CBS) ในทำนองที่ว่า “โคล อัลเลน ไม่ชอบประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอย่างมาก และเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมเดินขบวนประท้วงต่อระบอบเผด็จการ หรือที่เรียกกันว่า “No Kings” ที่มีผู้เข้าร่วมประท้วงกว่าแปดล้านคนทั่วประเทศ และจากเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว มีผลทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมากล่าวว่า “เพื่อความปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างสถานที่จัดงานขึ้นมาในทำเนียบขาว โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง”
อย่างไรก็ตามความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2024 ขณะที่เขากำลังกล่าวสุนทรพจน์หาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ในการลอบสังหารครั้งแรกประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับบาดเจ็บแค่เพียงโดนยิงเฉียดหูด้านขวา ซึ่งมือปืนที่ลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์เป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปี และถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยิงจนเสียชีวิต
ที่ผ่านๆ มาก็เคยมีเหตุการณ์ลอบสังหารที่สร้างความสยองขวัญมาแล้วหลายครั้งหลายครา โดยมีครั้งหนึ่งเป็นการลอบสังหาร “อัยการสูงสุดสหรัฐฯ โรเบิร์ต เคเนดี้” น้องชายของ “อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคเนดี้” ขณะหาเสียงในตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1968 มือปืนผู้ยิงเป็นชายหนุ่มชาวปาเลสไตน์ อายุ 24 ปี ซึ่งหนีไม่รอดถูกจับกุม และต่อมาถูกตัดสินให้รับโทษด้วยการจำคุกตลอดชีวิต โดยมือปืนผู้นี้เสียชีวิตขณะที่ยังรับโทษอยู่ในคุกตอนเขาอายุได้ 85 ปี และเป็นที่คาดการณ์กันว่า หากโรเบิร์ต เคเนดี้ ไม่ถูกลอบสังหารลงไปเสียก่อน เขามีโอกาสที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่อนข้างแน่นอนเลยทีเดียว
ส่วนกรณีลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคเนดี้ ที่เกิดขึ้น ณ รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 นั้น หากไม่ถูกลอบสังหารจนถึงแก่ชีวิต โอกาสที่ประธานาธิบดีเคเนดี้จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่สอง ก็คงจะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากขณะนั้นเขาเป็นนักการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมเป็นอย่างสูงจากชาวอเมริกันทั่วประเทศ
สำหรับการลอบสังหาร “ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น” เมื่อวันที่ 14 เมษายน 1865 ที่โรงละครในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยครั้งนั้นมาจากความขัดแย้งของสงครามกลางเมือง กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น การลอบสังหารนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่นับตั้งแต่ “โรเบิร์ต เคเนดี้” และ “ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคเนดี้” ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของแวดวงการเมืองแทบทั้งสิ้น ส่วนกรณีของ “ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น” นับเป็นกรณีแรก และต่อมาท่านก็ได้กลายเป็นประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาจนตราบเท่าทุกวันนี้
ส่วนในกรณีของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” อาจจะมาจากความเห็นต่างมุมตามยุคตามสมัย ซึ่งคงจะมีการไต่สวน “โคล อัลเลน” ผู้เป็นมือปืน และในเรื่องราวนี้คงจะกลายเป็นซีรีส์หนังม้วนยาวอีกเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน จะเห็นได้ว่าอาชีพนักการเมืองของสหรัฐฯ นับเป็นอาชีพที่ต้องเผชิญกับภยันอันตราย ซึ่งการมีปืนอยู่ในครอบครองเป็นของง่ายดายเหลือเกินในสหรัฐอเมริกา และแน่นอนว่าในอนาคตข้างหน้านี้ ข่าวการลอบสังหารนักการเมืองคนสำคัญๆ อาจจะมีขึ้นอีกต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีทางเลือก จะทำได้แค่เพียงระมัดระวังเท่านั้นละครับ








