หนทางข้างหน้าสำหรับ “พรรคภูมิใจไทย” ย่อมราบรื่น ไร้รอยต่อ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ “พรรคเพื่อไทย” ที่เพิ่งจัดทัพ ปรับโครงสร้างกันไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา
และถ้าหากนำไปเทียบกับ “พรรคประชาชน” ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เกิดภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจน เพราะสถานการณ์สำหรับพรรคส้ม รุ่นที่ 3 ในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าไม่เพียงแต่จะมี “อุปสรรค” รออยู่แล้ว ยังกลายเป็นว่า ณ วันนี้ จากคำสั่ง ศาลฎีกา ที่แม้จะให้โอกาส “มีชีวิต” ต่อ แต่ไม่ได้ให้ “10 สส.” ของพรรคประชาชน ได้เคลื่อนไหวต่างหาก !!
การประชุมใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน ในวันนี้ 25 เม.ย.แน่นอนว่า บรรยากาศภายในพรรคเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ยังดูเหมือนว่าเป็นฝ่าย “กำหนดเกม” การเล่นอีกด้วยซ้ำ
“อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำกับสมาชิกพรรควันนี้ว่า เมื่อพรรคมีสมาชิกเพิ่มเข้ามามากขึ้น แต่ต้องเป็นปึกแผ่น ไม่มี “ขั้ว” และถ้าจะมี “มุ้งการเมือง” ก็ต้องมีแต่ “มุ้งหัวหน้าพรรค” เท่านั้น!
การส่งสัญญาณ “สลายขั้ว” ภายในพรคภูมิใจไทย นั้นย่อมต้องการ “ผลลัพธ์” ด้วยการหลายทาง ทั้งต่อ “กลุ่มการเมือง” เดิมที่มีอยู่ในพรรค ทั้งบ้านใหญ่อุทัยธานี กลุ่มของพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคที่คุมภาคใต้ ยังไม่นับรวม “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่ส่งตรงมานั่งรัฐมนตรีซึ่งเป็น ตัวแทนบ้านใหญ่ของภูมิใจไทย เดิม
ขณะเดียวกัน มุ้งการเมืองที่เพิ่ง “มาใหม่” จากการเชื้อเชิญของอนุทิน และ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำตัวจริงของพรรค ทั้งจากพรรคชาติไทยพัฒนาเดิม ทั้งจากบ้านใหญ่ -บ้านใหม่ เมืองชลบุรี ยังไม่นับรวมกลุ่มก้อนที่มาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ
แต่อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรคภูมิใจไทย จะยังไม่มีการ “ปะทุ” หรือ เกิดปัญหาตามมาในเร็ววัน อย่าลืมว่า “นักการเมือง” ชนิดเขี้ยวลากดินย่อมประเมินได้ว่า นาทีนี้ บ้านใหญ่ที่ปลอดภัยและให้ประโยชน์มากที่สุด มีเพียงพรรคสีน้ำเงินเท่านั้น !!
แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นภายในพรรคการเมืองบางพรรค หลังเสร็จศึกเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จนมาถึงวันตั้งรัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เกิดขึ้นจริง” ซึ่ง “เจ้าของพรรค” แต่ละค่าย พยายามบริหารจัดการเพื่อให้หลายสิ่ง หลายอย่าง “ลงตัว” กันให้มากที่สุด
ในพรรคเพื่อไทยเองที่เพิ่งมีการปรับเปลี่ยนบางตำแหน่งในพรรค เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้านหนึ่งเพื่อลดกระแสความไม่พอใจจาก “ภายใน” และอีกด้านหนึ่งคือความพยายาม “ซื้อใจ” แกนนำบางกลุ่มที่พลาดหวังตำแหน่งในครม.
สถานการณ์ภายในของทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ที่เกิดแรงกระเพื่อมจากปัญหาการเมืองด้วยกันเอง หรือจากปัจจัยภายนอก ที่กำลังสร้างรอยร้าวขึ้น แต่การที่จะย้ายเข้ามาสู่บ้านใหม่ ที่ภูมิใจไทย ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่มี “ที่ว่าง” รับ “คนนอก” เข้ามาเป็น “คนใหม่”ได้อีกแล้ว !








