บทความ บทวิเคราะห์

วิกฤตซ้อนวิกฤต! 24 เม.ย.ชี้ชะตาพรรคประชาชน ฆ่าไม่ตายหรือล่มสลาย? 

แชร์ข่าว

นับถอยหลังวันตัดสิน ศาลฎีกานัด 24 เม.ย. ชี้ขาดรับฟ้องคดี 44 อดีต สส. ก้าวไกล สะเทือน 10 แกนนำพรรคประชาชนเต็มแรง เกมนี้ไม่ใช่แค่คดี แต่คืออนาคตทั้งพรรค 

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ “ช่วงนับถอยหลัง” ที่เดิมพันสูงที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี และเข็มนาฬิกากำลังเดินตรงไปที่วันที่ 24 เมษายนนี้ 

หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นสำนวนคดี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกาในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ล่าสุดศาลฎีกาได้นัดประชุมพิจารณาว่าจะ “รับฟ้องหรือไม่” ในวันดังกล่าว 

นั่นหมายความว่า นี่ไม่ใช่แค่ “คดีความ” อีกต่อไป 
แต่มันคือ “วันชี้ชะตาทางการเมือง” 

เพราะแรงสะเทือนของคดีนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่อดีต 
แต่กำลังพุ่งเข้าใส่ “พรรคประชาชน” อย่างจัง 

ในจำนวน 44 รายชื่อ มีถึง 10 คนที่ยังดำรงตำแหน่ง สส. อยู่ และทั้งหมดคือ “แกนหลัก” ของพรรคแทบทั้งกระดาน 

นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล และ รังสิมันต์ โรม 

ทันทีที่ศาลฎีกามีคำสั่ง “รับฟ้อง” 
ทั้ง 10 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ 

ภาพที่จะเกิดขึ้น คือ 
หัวหน้าพรรคหยุดเกม 
ผู้นำฝ่ายค้านสะดุด 
ขุนพลอภิปรายหายไปพร้อมกัน 

นี่ไม่ใช่แค่การเสียบุคลากร แต่คือ “การสูญเสียโครงสร้างอำนาจ” ในสภา 

และนี่คือ “วิกฤตชั้นแรก” ที่เห็นชัด 

แต่ในเวลาเดียวกัน พรรคประชาชนกำลังเผชิญ “วิกฤตอีกชั้น” ที่ลึกกว่า นั่นนคือ “โจทย์เกี่ยวกับนโยบายปากท้อง” 

แม้พรรคจะมีชุดนโยบายเศรษฐกิจที่พยายามผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้เชิงระบบ การปฏิรูปพลังงาน หรือการเพิ่มสวัสดิการถ้วนหน้า 

แต่ปัญหาคือประชาชนจำนวนไม่น้อยยัง “ไม่เชื่อ” 

ไม่ใช่เพราะนโยบายไม่ดี 
แต่เพราะ “ยังไม่รู้สึกว่าจะช่วยได้ทัน” 

ในขณะที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการแบบ Quick Win ที่จับต้องได้ทันที พรรคประชาชนกลับเสนอ “การแก้โครงสร้าง” ที่ต้องใช้เวลา 

ผลลัพธ์คือ แม้จะพูดถูกในระยะยาว 
แต่ยัง “ไม่โดนใจ” ในระยะสั้น 

และเมื่อพื้นที่ข่าวถูกครอบด้วย “คดีความ” 
พื้นที่ของ “นโยบายเศรษฐกิจ” ก็ยิ่งเลือนหาย 

นี่คือภาพของพรรคที่กำลังถูกบีบจากสองด้าน 

ด้านหนึ่ง คดีที่อาจตัดกำลังหลัก 
อีกด้านหนึ่ง ความคาดหวังทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ตอบโจทย์ 

เมื่อแรงกดดันสองด้านนี้มาชนกัน 
มันจึงไม่ใช่แค่ “วิกฤต” 

แต่มันคือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” อย่างแท้จริง 

24 เมษายนนี้ จึงไม่ใช่แค่วันนัดพิจารณา 
แต่คือ “เส้นแบ่งอนาคต” 

หากศาลรับฟ้อง พรรคจะต้องเข้าสู่โหมด “ประคองตัว” ทันที 
หากไม่รับฟ้อง พรรคจะได้ “หายใจต่อ” และรีเซ็ตเกม 

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร คำถามที่ใหญ่กว่านั้นยังคงอยู่ 

พรรคประชาชนจะสามารถเปลี่ยน “พลังทางการเมือง” ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ” ได้หรือไม่ 

เพราะในสนามการเมืองจริง 
การรอดจากคดี…ไม่ใช่ชัยชนะเสมอไป 

และการถูกฟ้อง…ก็ไม่ใช่ความพ่ายแพ้เสมอไป 

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะตัดสินพรรคนี้ 
อาจไม่ใช่ศาล 

แต่คือ “ประชาชน” 

ว่าในวันที่ประเทศต้องการทางออก 

พรรคประชาชนจะเป็นเพียง “เสียงในสภา” 

หรือจะเป็น “คำตอบของประเทศ” 

และในโค้งอันตรายครั้งนี้ 

คำตอบ…กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ 

#พรรคประชาชน #การเมืองไทย #ศาลฎีกา #คดีการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #siamrathonline

ข่าวแนะนำ