ความชัดเจน “คดี44 สส.ก้าวไกล” กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ แน่นอนว่า ณ เวลานี้ ทุกฝั่ง ต่างรอฟังความชัดเจนในวันที่ 24 เม.ย.นี้ ว่าที่สุดแล้ว “ศาลฎีกา” จะมีคำสั่งออกมา อย่างใด อย่างหนึ่ง หรือไม่ เมื่อได้ประชุมพิจารณาวินิจฉัย “คำร้อง” ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช..) ส่งคำร้องไปแล้วเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 ที่ผ่านมา
สิ่งที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน” พรรคการเมืองเจนเนอเรชั่น ที่สาม หากนับจากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรค คือการลุ้นว่า หากศาลฯรับคำร้องแล้ว จะมีคำสั่งให้ “10 สส.” ของพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาหรือไม่
แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ทางการเมือง ที่อึมครึมแต่เข้มข้น นั้นดำเนินมาไกลมากพอที่ บรรดาสส.ของพรรคประชาชน เองได้ “ทำใจ” เตรียมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในทาง “เลวร้าย” เอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
การเลือก “ผู้นำพรรคคนใหม่” ยังจะไม่เกิดขึ้น จนกว่า ศาลฎีกา จะมีคำพิพากษา ในคดี44 สส.ก้าวไกล ออกมาเสียก่อน ตามที่ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้
การรอความชัดเจนจากศาล ฯ โดยที่ยังไม่ “เร่ง” เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อมาแทน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ซึ่งมีชื่อติดอยู่ 1 ใน 10 สส.พรรคก้าวไกล ในทางการเมืองแล้ว ไม่ต้องการเสียรังวัด แต่อีกด้านหนึ่ง พรรคได้เปิดเผยแนวทางการต่อสู้ จาก “ทีมกฎหมาย” ของพรรคว่า เตรียมเขียนสำนวนคัดค้าน และ “ขอทุเลา” จากศาลฎีกา เนื่องจากหากศาลฯรับคำร้องแล้ว ต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดี
ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นมาทับซ้อนในระหว่างการต่อสู้คดี 44 สส.ก้าวไกล เพื่อพยายามรักษา “แกนนำพรรค” เอาไว้ให้มากที่สุด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมา ย่อมไม่เหลือแกนนำแถวต่อไป ที่เข้มแข็งมาสานต่อ
แต่ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนมีความพยายามที่จะต้อง “รักษาฐานเสียง” ในพื้นที่กทม. เอาไว้ให้ได้ ด้วยการส่งคนลงไปชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯกทม.” เพราะนี่อาจเป็น “ที่มั่นสุดท้าย” สำหรับพรรคส้ม
ผลการเลือกตั้งสส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พรรคประชาชน สามารถยึดกรุงเทพฯ ได้ทั้ง “33 เขต” แม้ก่อนการเลือกตั้ง พรรคจะต้องเผชิญกับแรงกดดัน ดรามาว่าด้วยปัญหาจากตัวผู้สมัครอย่างหนัก เนื่องจากติดคดี และถูกจับกุม
ทว่า ชัยชนะจากการยึดเมืองกรุง ของพรรคประชาชน ในวันนั้น อาจไม่ได้การันตี “ชัยชนะ” ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. ที่จะมีขึ้น เมื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน หมดวาระลงในเดือนพ.ค.นี้
ปัญหาใหญ่ สำหรับพรรคประชาชน ทั้งการสู้คดี 44 สส.ก้าวไกล ที่กำลังเดินหน้าควบคู่ไปกับการรักษาที่มั่นในกทม. เอาไว้ให้ได้นั้น ดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ ศิริกัญญา จะบอกกับสื่อถึง “ว่าที่ผู้สมัคร” ที่จะลงชิงการเมืองในสนามนี้ว่าเป็นคนที่ ทุกคนรู้จักก็ตาม
แต่อย่าลืมว่า การที่พรรคส้มครองใจคนกรุงเทพฯ แต่ลึกลงไปในเกมการต่อสู้ คือความแข็งแกร่ง ในพื้นที่ต้องลงลึกไปถึง โหวตเตอร์ โดยเฉพาะในจังหวะที่ "กระแส" ของพรรคประชาชน หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ดำเนินไปในลักษณะ "แผ่วลง"
อาการของพรรคประชาชน ทั้งในสนามเล็กและสนามใหญ่ ล้วนแล้วแต่อยู่ในจุดที่น่ากังวลทั้งสิ้น !








