วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” จะถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ได้รับการพักการลงโทษท่ามกลางคำถามตัวโตที่สังคมกำลังจับตามองว่า อิสรภาพของเขาในครั้งนี้ จะช่วยกอบกู้พรรคเพื่อไทยที่กำลังเผชิญมรสุมอย่างหนักได้หรือไม่ ? หรือจะเป็นเพียงการต่อลมหายใจในเกมอำนาจ ที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้คุมกฎอีกต่อไป ?
1. อิสรภาพที่มาพร้อม "ชนักติดหลัง"
ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ แม้ “ทักษิณ” จะได้รับอิสรภาพ แต่สถานะทางการเมืองของเขายังห่างไกลจากคำว่า "ไร้พันธนาการ" เพราะยังมีชนักปักหลังที่เปรียบเสมือนเครื่องมือควบคุม
ประการแรกคือ คดีความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งศาลอาญาได้ประทับรับคำอุทธรณ์ของอัยการสูงสุดไปแล้วเมื่อปลายปี 2568 และประการที่สองคือ คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป ที่ศาลฎีกาเพิ่งมีคำพิพากษาชี้ขาดให้ “ทักษิณ” ต้องจ่ายภาษีพร้อมเบี้ยปรับรวมกว่า 1.76 หมื่นล้านบาท
คดีความเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องควบคุม หาก “ทักษิณ” ขยับตัวแรงหรือแสดงออกถึงความพยายามกลับมามีอำนาจ เครื่องควบคุมนี้ก็จะทำงานทันที การเคลื่อนไหวของเขานับจากนี้จึงต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวังสูงสุด
2. “เพื่อไทย” ภายใต้ร่มเงา "ภูมิใจไทย"
เมื่อหันมามองพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน สภาพการณ์แทบไม่เหลือเค้าโครงของพรรคที่เคยทรงอิทธิพลและชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์
การพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ “แพทองธาร ชินวัตร” อันสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีผิดจริยธรรมร้ายแรงในคดี "คลิปเสียงฮุนเซน" ไม่เพียงทำให้พรรคสูญเสียอำนาจนำในฝ่ายบริหาร แต่ยังเปิดทางให้ภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใน “รัฐบาลอนุทิน 1” ก่อนชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย กลายเป็น “รัฐบาลอนุทิน 2" ในปัจจุบัน
พรรคเพื่อไทยในวันนี้ต้องกลืนเลือดอยู่ในสถานะ "พรรคร่วม" ที่อำนาจการต่อรองถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำร้ายยังต้องเผชิญกับรอยร้าวภายในพรรคระหว่าง "กลุ่มเดอะซัน" ที่กุมฐานเสียง สส. เขต กับ "บ้านจันทร์ส่องหล้า” กลุ่มสายตรงชินวัตร ที่พยายามรักษาสถานะผู้นำพรรค
การกลับมาของ “ทักษิณ” โจทย์ใหญ่ที่รออยู่ก็คือ การทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยศึกภายในพรรค เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคแตกสลายไปมากกว่านี้
3. พรรคเพื่อไทย ในยุคประคองตัว
ฉากทัศน์ของพรรคเพื่อไทยหลังวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จึงไม่ใช่การพลิกกระดานหวังกลับมาผงาดชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อไป แต่คือการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ "ประคองตัว"
ทักษิณต้องกลับมาบัญชาการในจังหวะที่พรรคบอบช้ำที่สุด มีจำนวน สส. ลดลงเหลือเพียง 74 ที่นั่ง ภายใต้เกมการเมืองไทยที่ถูกครอบงำด้วยกลไกทางกฎหมาย อำนาจรัฐ และเครือข่ายอุปถัมภ์อย่างสมบูรณ์แบบ
คำถามที่น่าขบคิดต่อไปคือ ท่ามกลางวงล้อมของนิติสงครามและพันธมิตรที่พร้อมจะกลืนกิน พรรคเพื่อไทยจะสามารถรีแบรนด์ใหม่เพื่อเรียกศรัทธาประชาชนกลับคืนมาได้บ้างหรือไม่ ?
หรือในท้ายที่สุดแล้ว การออกจากเรือนจำของ “ทักษิณ” จะเป็นเพียงแค่การรักษาพื้นที่เล็กๆ ทางการเมืองให้ครอบครัวชินวัตรยังพอมีที่ยืนเท่านั้น ?
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#ทักษิณ #เพื่อไทย #การเมืองไทย #พักโทษ #เกมอำนาจ #วิเคราะห์การเมือง #รัฐบาลผสม #ภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #ศรัทธาการเมือง #siamrathonline








