ดูเหมือน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะ “คืนฟอร์ม” ความมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เริ่มต้นทำงานด้วยการเข้าเฝ้าฯถวาสัตย์ฯ และประชุม ครม. นัดแรก สะท้อนชัดจากการโชว์ลีลาสำบัดสำนวนตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมจองกฐินอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาล ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน ด้วยการสวนกลับอย่างเผ็ดร้อนว่า “ตอนนี้ไม่ใช่หน้ากฐินแต่เป็นหน้าผ้าป่า”
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากวิกฤตพลังงานน้ำมัน เขาเคยพยายามหลบเลี่ยงที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว ทั้งที่โดยปกติแล้ว “อนุทิน” คือคนที่ไม่เคยตายไมค์ และมักจะใช้อารมณ์ขันในการตอบกลับคำถามของสื่อมวลชนอยู่เสมอ กระทั่งล่าสุดในกรณีที่ฝ่ายค้านจองกฐินอภิปราย "อนุทิน"กลับมาตอบโต้ด้วยลีลาเดิมๆอีกครั้ง ทำให้มีการตีความว่าไม่ใช่หน้ากฐินนั้น อาจหมายถึงยังไม่ใช่ห้วงเวลาที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายรัฐบาลหรือไกลไปกว่านั้นคือไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้...
อย่างไรก็ตาม จากคำตอบดังกล่าวได้สะท้อนถึง “ความมั่นใจ” ที่ฉายชัดในฐานะผู้นำเบ็ดเสร็จที่กลับมาคุมเกมอีกครั้ง หลังการประชุม ครม. นัดแรกเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา สัญญาณความมั่นใจถูกส่งผ่านนโยบายแก้ปัญหาน้ำมันและไฟฟ้า ที่มีการประกาศมาตรการทั้งการปรับลดงบประมาณ สั่งการปรับโครงสร้างราคา และเตรียมมาตรการ "ประหยัดพลังงาน" ทันที ท่าทีที่กล้าประกาศเรื่องการ "เปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา" และการผลักดันนโยบาย Work From Home หลังเทศกาลสงกรานต์
ประกอบกับภาพการเดินเคียงข้างกับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึง “เอกภาพ” ที่เหนียวแน่น “ผมกราบเรียนรัฐมนตรีทุกท่าน ขอให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีนี้คือ ครม. เดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็น ครม. ในองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของประชาชน” อนุทินระบุชัดในการประชุม ครม. นัดพิเศษ หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 เมษายน 2569
แน่นอนว่า “อนุทิน” ในเวอร์ชันหลังวันที่ 6 เมษายนนั้น คืนฟอร์มเดิมเกือบ 100% ยังคงความครบเครื่องด้วยทั้งอำนาจรัฐ อำนาจทุน และความเก๋าเกมในการสื่อสาร ทำให้บรรดาเซียนการเมืองฟันธงว่า เขาจะผ่านด่านอรหันต์แถลงนโยบายรัฐบาลไปได้ ตามประสา "ครม.สายแข็ง"
อย่างไรก็ตามคงต้องจับตาดูการเตรียมรับมือทั้งจากกลไกประธานสภาฯ "บุรีรัมย์คอนเน็กชั่น" และเหล่าองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาลว่าจะจัดเต็มระบบขนาดไหน ภายใต้การควบคุมจังหวะโดย ครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งในและนอกสภาฯ ที่บรรดาม็อบต่างๆขยับเคลื่อนไหว ในขณะที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนอาจต้องแบ่งสมาธิจากเกมตรวจสอบรัฐบาล เพื่อไปต่อสู้ในนิติสงคราม ดังนั้นโอกาสที่จะเปลี่ยน "หน้าผ้าป่า" ให้กลายเป็น "หน้ากฐิน" จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนักในเวลานี้
#อนุทินคืนฟอร์ม #นายกอนุทิน #หน้าผ้าป่า #เนวินชิดชอบ #การเมืองไทย2569








