บทความ บทวิเคราะห์

Sustainable Security: โลกที่ไม่แน่นอน กับการศึกษาแบบใหม่ของโรงเรียนสิ่งแวดล้อม

แชร์ข่าว

ดร.มณฑล สุวรรณประภา หลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "Sustainable Security: โลกที่ไม่แน่นอน กับการศึกษาแบบใหม่ของโรงเรียนสิ่งแวดล้อม" ความว่า ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจมองว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบกลับสะท้อนมายังชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแรงกดดันต่อค่าครองชีพ ต้นทุนธุรกิจ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

สถานการณ์ดังกล่าวกำลังบอกเราว่า โลกในปัจจุบันไม่ได้แยกเป็นส่วน ๆ อีกต่อไป แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง วิกฤตในภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลกระทบไปทั่วโลกภายในระยะเวลาอันสั้น และเมื่อระบบหนึ่งสั่นคลอน ระบบอื่น ๆ ก็ยากที่จะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

ในอดีต “ความยั่งยืน” มักถูกพูดถึงในมิติของสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการจัดการของเสีย แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นปัจจุบัน ความยั่งยืนในความหมายเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ความยั่งยืนต้องถูกมองควบคู่ไปกับ “ความมั่นคง” หรือที่อาจเรียกได้ว่า Sustainable Security ความสามารถของระบบสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในการดำรงอยู่และฟื้นตัวได้ ท่ามกลางความผันผวนของโลก

เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป จะเห็นได้ว่าวิกฤตพลังงานไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะด้าน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมในหลายมิติ เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตและการขนส่งก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้สะท้อนความเปราะบางของทั้ง Energy Security และ Economic Security ที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

ในขณะเดียวกัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมยังคงเป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้ความไม่มั่นคงเหล่านี้รุนแรงขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษในเมือง และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนและศักยภาพในการพัฒนา นี่คือมิติของ Environmental Security ที่กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก

อีกด้านหนึ่ง ระบบอาหารของโลกและของประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งต้นทุนพลังงานและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้คำว่า Food Security ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาคเกษตร แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงในชีวิตของประชาชนทุกคน

อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกลงไปอีกขั้น อาจพบว่าความท้าทายที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรหรือเทคโนโลยี แต่คือ “กำลังคน” ที่จะสามารถเข้าใจและจัดการกับโลกที่ซับซ้อนนี้ได้

ระบบการศึกษาในปัจจุบันยังคงแยกศาสตร์ออกจากกัน ขณะที่ปัญหาในโลกจริงกลับเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น พลังงานเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับนโยบาย และทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเรามีองค์ความรู้เพียงพอหรือไม่ แต่คือเรามี “คนที่สามารถเชื่อมองค์ความรู้นั้นเข้าด้วยกัน” ได้หรือไม่

ในบริบทนี้ แนวคิดของ โรงเรียนสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มหลักสูตรใหม่ แต่เป็นการออกแบบ “ระบบการเรียนรู้แบบใหม่” ที่ตอบโจทย์โลกยุค Sustainable Security

โรงเรียนสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการปฏิบัติจริง เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

นักศึกษาจะไม่ได้เรียนรู้เพียงทฤษฎี แต่จะได้เผชิญกับปัญหาจริง เข้าใจความเชื่อมโยงของระบบ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอน

ในโลกที่ความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติ การมีระบบการศึกษาที่สามารถสร้างคนแบบนี้ได้ อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของความมั่นคงในระยะยาวของประเทศ

ท้ายที่สุด วิกฤตพลังงานในวันนี้อาจผ่านพ้นไปได้ แต่คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่คือ เราจะยังคงรอให้วิกฤตครั้งต่อไปเกิดขึ้น แล้วจึงค่อยปรับตัว หรือเราจะเริ่มต้นออกแบบระบบใหม่ที่ทำให้สังคมสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงตั้งแต่วันนี้

และหากคำตอบอยู่ที่ “การพัฒนาคน” เราพร้อมแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาให้ทันกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป หรือในท้ายที่สุดแล้ว เราจะปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นฝ่ายกำหนดอนาคตของเรา

ภาพประกอบสร้างโดยAI