ก่อนที่แรงกดดัน จากปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน จะกลายเป็น “ไฟลามทุ่ง” เผารัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” ไปเสียก่อน !
ล่าสุด วันนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยกเลิกภารกิจ ช่วงเช้าทั้งหมด แล้วเรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เข้าทำเนียบฯ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่ปั๊มขาดน้ำมัน บริการให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะในภาคเกษตร ไม่เพียงแต่จะเกิดภาพคนขับรถไปรอเข้าคิวเป็นแถวยาวเพื่อรอน้ำมัน เท่านั้น แต่ชาวบ้านยังพากันหอบเสื่อ หอบหมอน ไปนอนกันที่หน้าปั๊มในต่างจังหวัด
สถานการณ์ปั๊มไม่มีน้ำมันเพียงพอที่จะจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เพราะคนแห่ไปเติมกัน แต่ปรากฎว่ามี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน หรือไม่ ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต เพื่อรอจังหวะราคาน้ำมันขึ้นแล้วนำออกมาขาย
ทั้งนี้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันไม่มีจำหน่ายตามปั๊มต่างๆ ว่า นายกฯ ได้ลงนามคำสั่ง ให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่น ในวันที่ 31 มี.ค. เพิ่มขึ้นอีก 0.5% และ 30 เม.ย. เพิ่มขึ้นอีก 1.5% รวมจะมีน้ำมันสำรองถึง 3% นั้นจะขอชะลอออกไป โดยให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิม
นอกจากนี้ที่ประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) หารือว่าจะทำอย่างไรในการทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่น ปล่อยน้ำมันโดยนำน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด
“ นายกฯได้สั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้ ทุกคนจะเห็นว่า ไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่า ไม่มีน้ำมันขาย ผู้ค้าตาม มาตรา 7 ทุกบริษัทก็รับทราบ และจะพยายามปฏิบัติให้ได้ตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ” (23 มี.ค.69)
การเร่งแก้ปัญหาที่กำลังกระทบต่อปากท้องของประชาชน คือเรื่องใหญ่ และ “เรื่องจริง” ที่รัฐบาล “อนุทิน 2” กำลังเผชิญบนความท้าทาย แม้เวลานี้ รัฐบาลกำลังเดินหน้าเร่งจัดทัพกันอยู่ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า ประชาชนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ อีกต่อไปแล้วว่า “หน้าตา” ของรัฐบาลใหม่ จะเป็นใครกันบ้าง
การเข้าสู่อำนาจของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จากการเลือกตั้งรอบนี้ อาจไม่ใช่เรื่องยากลำบาก แต่เมื่อเข้ามาบริหารประเทศ ในลักษณะ “รอยต่อ” จากรัฐบาลรักษาการ ไปสู่รัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็ม อาจต้องเจอกับ “แรงต้าน” และการเคลื่อนไหวของประชาชน หรือกลุ่มมวลชนพากัน เรียกร้องไปจนถึง “ขับไล่” รัฐบาลใหม่ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตั้ง กันแทนหรือไม่
ยิ่งเมื่อเสียงเรียกร้องที่มาจากผลกระทบต่อปากท้องประชาชน มีขึ้นในท่ามกลางความไม่มั่นใจว่า รัฐบาล ยืนอยู่ข้างประชาชน หรือ “นายทุนพลังงาน” ทั้งนี้มีความเป็นได้สูงว่าการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลหากยังคลี่คลายปัญหาไม่ลุล่วง ความไม่พอใจ อาจไม่ใช่เรื่องของ “เสื้อสี” เท่านั้นอีกต่อไป








