บทความ บทวิเคราะห์

"งูเห่าสีส้ม" สัญญาณ แตกแถว ! จังหวะ "พรรคประชาชน" เผชิญ "คดี44 สส.ก้าวไกล"

แชร์ข่าว

“อนุทิน ชาญวีรกูล” ลอยลำ ชนะโหวต ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย 293 เสียง มีชัยเหนือ “ณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ”  หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้คะแนนไป 119 เสียง  ในวันนี้ ต้องถือว่าไม่มีอะไรที่พลิกโผ เหนือไปจากความคาดหมาย

แต่ถามว่าตัวเลข 293 เสียง กำลังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง “ฐานอำนาจ” ที่อยู่ข้างหลังอนุทิน สามารถบริหารจัดการให้เสียงโหวตนายกฯคนใหม่ ออกมาโดยไม่แตกแถว แล้ว ยังปรากฏว่า ครั้งนี้ ยังทำให้ได้เห็นว่า งานนี้มี “งูเห่าสีส้ม” โชว์ตัว ด้วย 1 เสียง

ชื่อของ “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี พรรคประชาชน กลายเป็นบุคคลที่สร้างความฮือฮา เพราะเจ้าตัว เปิดหน้าโหวต อนุทิน ซึ่งถือว่า แหกมติของพรรคส้ม ที่จะต้องโหวตให้กับ ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคของตัวเอง

แต่ปรากฏว่าเมื่อโหวตนายกฯคนใหม่ เสร็จ สุริยะปิดเฟซบุกและไร้ร่องรอย  ทิ้งเอาไว้แต่ความเจ็บช้ำใจให้กับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน  

ทั้งนี้มีรายงานก่อนหน้าวันโหวต นายกฯ กลางดึกของคืนวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า “งูเห่าสีส้ม” ที่มีการประสานพูดคุยกันเอาไว้ ผ่าน “คนกลาง”  ไม่ใช่มีแค่ สุริยา เท่านั้น  แต่ยังมีด้วยกันอีกราว 2-3 สส.ในโซนอีสาน แต่แล้วเมื่อมีการแสดงตัว เพียงรายเดียว คือสส.อุดรฯคือสุริยา  ย่อมไม่ได้หมายความว่า “งูเห่าสีส้ม” จะไม่แสดงตัว เพื่อหนุนปีกรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ในยามที่ต้องการเสียงโหวต ในวาระสำคัญ ๆ

การปรากฏตัวของงูเห่าสีส้ม ครั้งนี้  กำลังจะกลายเป็นการ “ซ้ำเติม” พรรคประชาชนหรือไม่  เพราะอย่าลืมว่าพรรคอยู่ในสภาพที่เปราะบางไม่น้อย

“คดี44 สส.ก้าวไกล” คือเรื่องใหญ่  ที่ยังค้างคาและยังไม่จบ อีกทั้งยังมิทิศทางที่ออกมาในมุมที่ไม่สู้ดีนัก !

แน่นอนว่าสมาชิกพรรคประชาชน ทุกคนย่อมมองและประเมิน “ความเสี่ยง” ร่วมกันได้ไม่ยากนัก เพราะแม้ ผลสุดท้ายจากคำวินิจฉัยของศาลที่จะออกมา เป็นลบ ก็มีแต่ “มาก” หรือ “น้อย” เท่านั้น และที่สำคัญ พรรคยังต้องเสีย บุคลากร ระดับคีย์แมน ไปอีกด้วยกันหลายราย

วันนี้ ณัฐพงษ์ อภิปรายตอนหนึ่งในระหว่างประชุมสภาฯ ก่อนโหวตนายกฯ ว่า เขาเองอาจจะได้อภิปรายในสภาฯแห่งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย

ซึ่งณัฐพงษ์ ยังยอมรับว่า เวลานี้ต้องรอความชัดเจนเรื่องคดี 44 สส.ก้าวไกล จากคณะกรรมการป.ป.ช.ที่จะส่ง คำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา

เท่ากับว่าสถานการณ์ของพรรคประชาชน ที่จะต้องมีแกนนำระดับตัวท็อป โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคอย่างณัฐพงษ์ ได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องพ้นจากสถานะสส. อาจทำให้เกิด “สุญญากาศ” ของพรรคตามมา

อย่าลืมว่า เวลานี้ปีกรัฐบาลได้ประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ล่าสุดได้นายกฯคนใหม่ เสร็จสิ้นกันไปแล้ว ขณะที่พรรคประชาชนเองยังไม่ได้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ดังนั้นหากแกนนำอย่างณัฐพงษ์ ต้องพ้นจากสส.ไปก่อน ตำแหน่งดังกล่าวซึ่งถือว่ามีความสำคัญ จะเดินหน้ากันอย่างไร

อย่างไรก็ดี การเตรียม “ตัวตายตัวแทน” ด้วยการปรับโครงสร้างพรรค กันใหม่เพื่อดัน “อาจารย์ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ขึ้นมารับไม้ต่อ คือแผนการเล่นที่พรรคได้วางเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ด้วยซ้ำ

แม้เวลานี้ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นเจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ของพรรคอนาคตใหม่ ยังเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่การตรวจสอบรัฐบาลของ “อนุทิน2” ย่อมสัมพันธ์กับ “ตัวผู้เล่น” ที่จะเหลือใคร ลงสนามในฐานะ “ตัวจริง”

การวางตัววีระยุทธ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ยังเป็น “ระยะทาง” ที่ต้องพิสูจน์ และเมื่อมาเจอกับการกลับมาของ “พรรคประชาธิปัตย์” จะยิ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบตามมา

วันนี้สำหรับพรรคส้ม  แม้ยังมีลมหายใจ แต่แรงกำลังอาจถดถอย และการมีงูเห่าสีส้ม ในวันนี้ เพียง 1 เสียง คือสัญญาณ ที่ “เจ้าของพรรคตัวจริง” ต้องประเมินแล้วว่า จะทำอย่างไร !