“พรรคเพื่อไทย” กำลังเผชิญกับบททดสอบทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่ไม่ใช่การต่อสู้กับพรรคคู่แข่ง แต่เป็นการห่ำหั่นกันภายใน ระหว่าง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ขั้วอำนาจเดิมที่เริ่มอ่อนแรง และขั้วอำนาจใหม่ “กลุ่มเดอะซัน” ที่กำลังทอแสงแรงกล้า ผ่านศึกชิงเก้าอี้รัฐมนตรี
1. เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว
โควตาที่พรรคเพื่อไทยได้รับ ประกอบด้วย 5 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ ควบ 1 รองนายกฯ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการฯ ที่คาดว่าชัดเจนแล้วได้แก่
กระทรวงอุดมศึกษาฯ ควบรองนายกฯ : “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ส่ง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เข้ามารับตำแหน่งเพื่อรักษาพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของคนในตระกูลชินวัตรเอาไว้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : คาดว่า “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” บิ๊กบอสแห่ง “กลุ่มเดอะซัน” จะได้เก้าอี้กระทรวงเกรดเอนี้ไปครอบครอง
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ : คาดว่า สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จาก “บ้านใหญ่แป้งมัน” จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ
2. เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ ที่ยังมีแรงกระเพื่อม
ส่วนอีก 2 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน ได้กลายเป็นสนามประลองกำลังระหว่าง “ความภักดี” กับ “ผลงานที่จับต้องได้”
โดย “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ภายใต้การจัดสรรเก้าอี้ของ "นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” , “นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” และ "ภูมิธรรม เวชยชัย" ได้ผลักดัน “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค และ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นสายตรงของตระกูลชินวัตร ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ แต่ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับกลุ่มบ้านใหญ่ โดยเฉพาะ “เดอะซัน”
เพราะแม้ว่าทั้ง “จุลพันธ์” และ “ประเสริฐ” จะมีบทบาทนำในพรรค แต่กลับมีจุดอ่อนเรื่องไม่มี สส. เขตในสังกัด ผลงานการเลือกตั้งที่ผ่านมาถือว่าย่ำแย่ เมื่อเทียบกับ “กลุ่มเดอะซัน” ที่แบก สส. เข้าสภาได้เป็นกอบเป็นกำ
ส่วน “กลุ่มเดอะซัน” พยายามผลักดัน “สมศักดิ์ เทพสุทิน” (หรือคนในกลุ่ม) เข้าชิง “เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ” อีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งในมุมมองของกลุ่ม นี่ไม่ใช่การขอโควตาเพิ่ม แต่เป็นความชอบธรรมที่สมควรได้รับ หากประเมินจากผลงานการเลือกตั้งที่ผ่านมา
3. ประนีประนอม หรือหักดิบ ?
ฉากทัศน์ที่ 1: ประนีประนอม
หาก “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ยอมถอย และให้ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” หรือคนใน “กลุ่มเดอะซัน” คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการไปได้อีก 1 ตำแหน่ง บารมีของกลุ่มเดอะซันจะสว่างไสวกลบรัศมีจันทร์ส่องหล้า เพื่อไทยจะเปลี่ยนสภาพจากพรรคที่ขับเคลื่อนด้วยศูนย์กลางเดียว ไปสู่พรรคที่ขับเคลื่อนด้วยระบบมุ้งและบ้านใหญ่เต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้อำนาจการสั่งการของสายตรงชินวัตรถดถอย
ฉากทัศน์ที่ 2: หักดิบ
หาก “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เลือกที่จะใช้อำนาจเด็ดขาด ดัน “จุลพันธ์” และ “ประเสริฐ” เข้าสู่ตำแหน่งตามความต้องการเดิม ก็อาจจุดชนวนระเบิดเวลาลูกใหญ่ เพราะการเพิกเฉยต่อกลุ่มที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น แต่เลือกให้รางวัลกับความภักดีที่มีผลงานย่ำแย่ อาจสร้างรอยร้าวที่ร้ายแรงถึงขั้น “กลุ่มเดอะซัน”เตรียมการตีจาก ซึ่งจะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยสูญเสีย สส. อีกเป็นจำนวนมาก
โดยผลที่ออกมาจากศึกชิงเก้าอี้ครั้งนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดอายุขัยและเสถียรภาพของพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่า “เดอะซัน” จะผงาด หรือ “จันทร์ส่องหล้า”ยังคงสว่างไสวต่อไป ?
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#เพื่อไทย #การเมืองไทย #ศึกชิงเก้าอี้ #ครม #วิเคราะห์การเมือง #เกมอำนาจ #siamrathonline







