บทความ บทวิเคราะห์

ดราม่าข้าวฟรีสส.เดือด!! รับน้อง "โสภณ ซารัมย์" ขึ้นแท่นประธานสภาสายล่อฟ้า

แชร์ข่าว

กลายเป็นดราม่าสนั่นรับน้องประธานสภาฯ คนใหม่ล่าสุด สายตรงบุรีรัมย์อย่าง “โสภณ ซารัมย์” ที่โดนถล่มหลังใช้ “วาทกรรมเหยียด” และ “ภาษากายหยัน” ต่อข้อเสนอของ "หมอวรงค์"นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่จี้จุดเรื่องการยกเลิก "ข้าวฟรี ส.ส." จนเจ้าตัวต้องออกมาแก้ต่างพัลวัน

ยิ่งเป็นจังหวะนรกในยุควิกฤติพลังงานเช่นนี้ ความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด แต่ประธานฝ่ายนิติบัญญัติกลับมีทัศนคติที่สวนทาง นำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

เรื่องของเรื่องมาจากการตอบคำถามสื่อมวลชนที่ “หมอวรงค์” อภิปรายชงประธานสภาฯ ให้ยกเลิกความฟุ่มเฟือยของ ส.ส. ทั้งเลิกข้าวฟรี และตัดจำนวนผู้ช่วยฯ ลดเงินกองทุนบำนาญลงให้เหลือแค่พอดีๆ ไม่ใช่ถลุงภาษีประชาชนสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจวันนี้

แต่ “โสภณ” กลับตอบชัดๆ แบบคำต่อคำว่า

“ตลก เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องหยิบมาพูดในลักษณะนี้ เพราะสามารถหารือกันภายในสภาได้ หากได้ข้อสรุปเป็นมติอย่างไรค่อยแถลง ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นมีสิทธิแถลง ตนอยู่สภาตั้งแต่ปี 2544 ก็มีการเลี้ยงข้าวแบบนี้... เรื่องนี้ขอให้เป็นมติของสมาชิก”

นี่เองเป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือทัวร์ลงอย่างหนัก กระทั่งเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงว่า ที่บอกว่าตลกแล้วตนยิ้มหน่อยหนึ่งไม่ใช่ตลกเรื่องเนื้อหา แต่ตนตลกคนที่ถามว่าสมาชิกที่พูดน่ะตลก เพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ

“แนวทางการทำงานของตนเองนั้นต้องเอาผล ไม่ใช่เอาภาพ สังคมเราพอมีเรื่องที่เป็นภาพ ข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้าง เอาไปลงเพื่อให้มันสะใจ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก... ตลกคือพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้เขาพูดกันมานานแล้ว... หลายพรรคก็พูดเรื่องนี้ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อผมมาทำงาน ตนก็ตระหนักเรื่องนี้”

แต่ดูเหมือนว่ายิ่งชี้แจงก็ยิ่งเป็นลบ เช่นในมุมของ "เอ้ดดี้" อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการ ออกมาขยี้ด้วยการถอดรหัสวาทกรรมของประธานโสภณ ที่หยิบคำว่า "กาลเทศะ" มาปิดปากผู้ตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นตรรกะที่อันตรายยิ่งในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

เพราะในมุมมองของประชาชนที่ต้องดิ้นรนกับค่าครองชีพวันต่อวัน "ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ไม่เหมาะสมสำหรับการตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย" การที่ประธานฯ มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก จึงเท่ากับเป็นการสารภาพว่าตนเองกำลังเสพสุขอยู่ใน "หอคอยงาช้าง" ที่ห่างไกลจากหยาดเหงื่อของชาวบ้านอย่างสิ้นเชิง

พร้อมตั้งคำถามว่า "พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมาเป็นประธานสภา?" คำถามนี้ไม่ใช่เพียงการโจมตีตัวบุคคล แต่เป็นการชำแหละไปถึง "มาตรฐานการคัดคน" ของพรรคต้นสังกัด ที่ดูเหมือนจะเลือกเอา "ความเก๋าเกม" และ "สายสัมพันธ์บ้านใหญ่" มานั่งในตำแหน่งที่ควรจะมีภาพลักษณ์สง่างามและเห็นใจประชาชนมากที่สุด

แค่ยกแรกก็โดนถล่มอย่างหนัก บทสรุปดราม่านี้จึงไม่ใช่เรื่องของคนสองคนระหว่าง “หมอวรงค์” กับ “โสภณ” หรือระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ที่ประดาบกันจนเลือดเดือด แต่ยังเป็นบทเรียนของพลพรรคสายตรงครูใหญ่เนวิน หรือ “จักรวาลบุรีรัมย์” ของภูมิใจไทย ที่ต้องระมัดระวังในทุกจังหวะย่างก้าว ดั่งเป็น “สายล่อฟ้า” ที่เต็มไปด้วยการตรวจสอบอย่างหนักหน่วงจากทุกภาคส่วน ที่อาจพาไปสู่จุดเสี่ยง "ฟ้าผ่า"

#ข้าวฟรีสส #โสภณซารัมย์ #หมอวรงค์ #ประชุมสภา #ภาษีประชาชน #ดราม่าการเมือง #ภูมิใจไทย #บุรีรัมย์

ข่าวแนะนำ