บทบรรณาธิการ

เก็บมือถือและคืนสมาธิ

แชร์ข่าว

การประกาศนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ที่เตรียมจัดเก็บสมาร์ทโฟนของนักเรียนก่อนเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ถือเป็น "ความกล้าหาญ" ที่ต้องชื่นชม

เพราะนี่ไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ์ แต่คือการคืน "สมาธิ" ให้แก่เด็กไทยที่กำลังถูกคลื่นดิจิทัลซัดจนเสียศูนย์

ผู้ว่าฯ กทม. หยิบยกงานวิจัยจาก 14 ประเทศมาเป็นเกราะกำบังทางวิชาการ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสมาธิที่กระจัดกระจายจากการแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียว ต้องใช้เวลาฟื้นฟูถึง 20 นาที นโยบายนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้าง "เกราะป้องกันสมอง" ให้เด็กได้กลับมาปฏิสัมพันธ์กับสิ่งตรงหน้า ทั้งบทเรียน เพื่อน และครูผู้สอน อย่างมีคุณภาพ

ที่ผ่านมา นักการเมืองดูดายกับพิษภัยที่เกิดขึ้น ไม่มีใครกล้าที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะกลัวจะเสียคะแนนนิยม

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนไม่ควรเพียงแค่ยึดอุปกรณ์ไปเก็บไว้ในล็อกเกอร์ แต่ต้องฉวยโอกาสนี้สอนเรื่อง Digital Detox และการบริหารเวลา ให้เด็กเข้าใจว่าการวางมือถือไม่ใช่บทลงโทษ แต่คือการสร้างภาวะ Flow State เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ออกมา

และเมื่อเราขอให้เด็กวางมือถือส่วนตัว โรงเรียนต้องมี "อาวุธทางปัญญา" ทดแทนที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Computer Lab หรือ Tablet ส่วนกลางที่พร้อมใช้งานในคาบที่ต้องสืบค้น ข้อมูลต้องลื่นไหลไม่ติดขัด เพื่อให้เด็กเห็นว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือ ไม่ใช่ของเล่น

ที่สำคัญคือความกังวลสูงสุดของผู้ปกครองคือความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉิน กทม. ควรพัฒนาระบบสื่อสารผ่านครูประจำชั้นหรือช่องทางกลางที่ตอบสนองไว เพื่อให้ "ความห่วงใย" ของพ่อแม่ไม่กลายเป็น "อุปสรรค" ของการเดินหน้านโยบายนี้

หวังว่า "ความสงบและสมาธิ" ที่เป็นทักษะชั้นสูง จะทำให้เด็ก กทม. เติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพและมีความมั่นคงทางอารมณ์ในอนาคต

#ชัชชาติสิทธิพันธ์ุ#คืนสมาธิสู่ห้องเรียน#ลดเวลาหน้าจอเพิ่มเวลาความรู้#DigitalFreeZoneในโรงเรียน#สมาธิสร้างได้