อดีตไล่ล่าพรรคภูมิใจไทย กับ 2 ปมร้อนที่ตามหลอนจนอาจกลายเป็นเชื้อไฟสำหรับ "รัฐบาลอนุทิน" กลายเป็นบ่วงการเมืองที่ท้าทาย ทั้งคดีเขากระโดงและกรณีฮั้ว สว. ที่เป็นชนักปักหลัง ซึ่งวันนี้กลับมาอยู่ในแสงสปอตไลต์ทางการเมืองอีกครั้ง โดยมีชะตากรรมของแกนนำพรรคภูมิใจไทยคนสำคัญผูกโยงอยู่ด้วย
ขยับมาที่ปมแรก มาจากการที่พรรคภูมิใจไทยยกพลไปจัดสัมมนา สส. ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางคำพิพากษาศาลที่ยืนยันว่าพื้นที่เขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งการที่ผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้กำกับดูแลกรมที่ดิน เข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่พิพาทเสียเอง พร้อมท่าทีของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ที่ยืนกระต่ายขาเดียวว่าพรรคทำถูกต้องเพื่อ "ความสะดวก" และไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างยิ่ง
โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะถูกตั้งข้อสังเกต กรณีอนุทินไม่ยอมปล่อยเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งที่เดิมคาดการณ์ว่าน่าจะไปนั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมากกว่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการอำนาจที่รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยต้องคุมทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เมื่อกรมที่ดินและหน่วยงานการรถไฟฯ ซึ่งเดิมเป็นคู่ขัดแย้งหลักในคดีเขากระโดง ถูกคุมโดยพรรคเดียว ทำให้การขับเคลื่อนบังคับคดีถูกมองว่าเป็นการ "หน่วงเวลา"
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าล่าสุดคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36 มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ชี้ว่าทั้ง 229 ราย ซึ่งมีทั้ง สว. และแกนนำพรรคภูมิใจไทย "ไม่มีมูลความผิด" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีท่าทีขึงขัง โดยการตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. และ DSI ได้สรุปผลสอบกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 โดยมีมติส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็น สว. ปัจจุบัน 138 คน และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน
ทว่าเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล กลับมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมา โดยหากมติออกมาในโทนนี้จริง ก็เท่ากับพรรคภูมิใจไทยปลดล็อกไปได้ 1 คดี โดยมีกำหนดส่ง กกต. ชุดใหญ่สิ้นเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมกังขาถึงมาตรฐานการวินิจฉัยที่ลักลั่นและย้อนแย้งกับพยานหลักฐานเดิมของ DSI หากมตินี้ถูกรับรองโดย กกต. ชุดใหญ่ แม้ในทางเทคนิคกฎหมาย จะทำให้เครือข่ายอำนาจของนายอนุทินหลุดพ้นจากพันธนาการและรักษาที่นั่งในสภาไว้ได้ แต่อาจเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่นำมาซึ่งความ "เสื่อมในอนาคต" โดยเฉพาะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านเตรียมไทม์ไลน์ไว้แล้ว
ต้องจับตาดูว่าฝ่ายค้านจะจัดหนักประเด็นนี้อย่างไร โดยเฉพาะตัวละครที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเขากระโดง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยที่เข้าร่วมอยู่ในรัฐนาวาลำเดียวกัน หรือแม้กระทั่งคดีฮั้ว สว. ที่อดีต สว. สำรองเริ่มอ่อนแรงลง ในระยะเวลาอันสั้นนี้ ทั้งสองคดีจึงดูเหมือนว่าภูมิใจไทยจะยังคงคุมสภาพไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เว้นแต่จะสะดุดขาตัวเอง
#ภูมิใจไทย #อนุทิน #เขากระโดง #ฮั้วสว #การเมืองไทย #รถไฟไทย #กรมที่ดิน







