โผครม.ใหม่ ใกล้สะเด็ดน้ำ เหลือให้พูดคุยต่อรองกันอีกไม่กี่ที่นั่ง และแน่นอนในส่วนของพรรคสีน้ำเงิน ที่เต็มไปด้วย “มุ้งการเมือง” ย่อมอยู่ในจุดโฟกัสว่า การเกลี่ยเก้าอี้ “รัฐมนตรี” จะเกิดปัญหาตามมาหรือไม่
หลังจากที่เหลือจากการล็อกเอาไว้ให้ “คนนอก” ด้วยกัน 4-5 ที่นั่ง สำหรับ “กลุ่มเทคโนแครต” ทั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว- ศุภจี สุธรรมพันธ์-บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เพื่อให้เป็น “มือทำงาน” ตรึงความเชื่อมั่นให้รัฐบาล “อนุทิน2”
ล่าสุดโผรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคสีน้ำเงิน ปรากฏโฉมหน้าออกมา สดๆร้อนๆ ชัดเจนว่า มีการเปิดพื้นที่ให้กับ “หน้าใหม่” ทั้งในส่วนที่กับพรรคมาตั้งแต่เดิม ไปจนถึง “กลุ่มการเมือง” ที่พรรคสีน้ำเงิน ไปเชื้อเชิญให้เข้ามา
14 เก้าอี้รัฐมนตรี ในส่วนเฉพาะของพรรคภูมิใจไทย มีตำแหน่งที่น่าสนใจ มาตั้งแต่ต้น คือในส่วนของ “สนามไชย 1” หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้นจะมีการ “เว้นที่” เอาไว้ใครหรือไม่ ตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งมีระบุถึง “อดีตบิ๊กทหาร”
วันนี้ ดูจะมีความชัดเจนแล้วว่า เก้าอี้สนามไชย 1 คือ “บิ๊กดุล” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะขยับจากรัฐมนตรีช่วย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามที่มีรายงานข่าวมาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน
ทั้งนี้การส่งบิ๊กดุล ขึ้นไปนั่ง รมว.กลาโหม นั้นส่วนหนึ่งเพราะต้องการให้ทำงานประสานไปกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เจ้าของรหัส “สร.1” แล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า นายกฯอนุทิน ปูทางในการทำงานร่วมกับ แม่ทัพนายกองมาก่อนหน้านี้ ช่วงที่เป็นรัฐบาล ตาม MOA กับพรรคประชาชน และไม่พบว่า มีข้อขัดแย้งกับ กองทัพ
ดังนั้นการส่งบิ๊กดุลย์ ซึ่งไม่ได้มาจากกองทัพก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาตามมา และที่สำคัญ การให้ความสำคัญกับ “กองทัพ” ในของนายกฯอนุทิน จากนี้ไปก็จะไม่แตกต่างที่เคยดำเนินมาก่อนหน้านี้ นั่นคือจะไม่มีการก้าวก่ายกองทัพ แต่ที่แน่ๆ อย่าลืมว่าบิ๊กดุลย์ คือรัฐมนตรีที่ถูกวางตัวมาตั้งแต่ช่วง อนุทิน เป็นนายกฯ ต่อจากรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะสายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ อยู่แล้ว
ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งจะเป็น ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ก็แทบไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น เพราะชื่อของ “โสภณ ซารัมย์” นอนมาชนิดที่ไร้คู่แข่ง มาตั้งแต่แรก งานนี้โสภณ บอกว่าเขาเองพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน เพราะรู้ดีว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่า “บุรีรัมย์กินรวบ”
และไม่เพียงแต่ โสภณ สายตรงบุรีรัมย์ เท่านั้นพาสชั้นขึ้นมานั่ง ประมุขรัฐสภา แต่อย่าลืมว่า “ประธานวุฒิสภา” ที่ชื่อ “ มงคล สุระสัจจะ” คือ สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ อีกเช่นกัน เพราะมงคล คือ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ยังเป็นคนหนึ่งที่ถูกครหามาตั้งแต่ปี 2567 ในฐานะคนของพรรคสีน้ำเงิน
อำนาจของพรรคสีน้ำเงิน ที่กำลังขยายครอบคลุมทั้งสภาล่าง และสภาสูง คือโจทย์ใหญ่ที่กำลังท้าทาย ในเชิงการเมือง และการได้เก้าอี้ สนามไชย 1 ซึ่งมาจาก สายตรงบุรีรัมย์ ยิ่งตอกย้ำว่า ด้านหนึ่งคือการหาคนที่ไว้ใจได้ไปอยู่ที่กองทัพ โดยที่ไม่ยุ่งกับกองทัพ
ขณะที่การยึดทั้งสองสภาครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพื่อแสดงอานุภาพของสายตรงบุรีรัมย์เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า “คนวางเกม” กำหนดเส้นทางที่ทอดยาวออกไป !!







