บทความ บทวิเคราะห์

ยุทธศาสตร์ “กล้าธรรม” ค้านเพื่อรอวันร่วมรัฐบาล ?

แชร์ข่าว

ในสมรภูมิการเมืองที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร การตัดสินใจในเชิงยุทธศาสตร์ของ "พรรคกล้าธรรม" หลังจากถูกผลักให้ไปอยู่ในซีกฝ่ายค้าน จะเป็นตัวกำหนดอนาคตและทิศทางของพรรคในระยะยาว 

1. ดาบสองคมของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

แม้กล้าธรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิด "รัฐบาลอนุทิน" ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม 

ในมุมของ “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การดึงพรรคที่มีรูปแบบการเติบโตคล้ายคลึงกัน มีฐานเสียงที่ทับซ้อนกัน มีอำนาจต่อรองสูงถึง 58 เสียงเข้ามาร่วมรัฐบาล และหากได้ดูแลกระทรวงเกรดเอ (เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ย่อมเป็นการติดปีกให้คู่แข่งเติบโตจนยากจะควบคุม 

ยุทธศาสตร์ของภูมิใจไทยจึงเป็นการเลือกเก็บกล้าธรรมไว้เป็น "อะไหล่สำรองชั้นดี” นอกรัฐบาล เพื่อใช้เป็นไพ่ต่อรองกับพรรคร่วมฯ ปัจจุบัน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย หากเกิดความขัดแย้งกันในอนาคต 

2. ทางแพร่ง 2 ยุทธศาสตร์ เมื่อต้องเป็นฝ่ายค้าน 

เมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องเป็นฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมมีทางเลือก 2 เส้นทาง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

(1) ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้านเชิงรุก 

เป้าหมาย: ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น ดุดัน มุ่งสร้างบาดแผลและขยายผลความผิดพลาด เพื่อกดดันให้เกิดการปรับ ครม. หรือนำไปสู่การยุบสภา 

ผลกระทบ: ต้องเผชิญหน้าแตกหักกับภูมิใจไทย ปิดประตูการเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้อย่างถาวร 

(2) ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้านรอเสียบ 

เป้าหมาย: ทำหน้าที่ฝ่ายค้านตามกลไกสภาประคองตัวไป แต่รักษาความสัมพันธ์ระดับแกนนำไว้ ไม่ดุดันใส่ภูมิใจไทยจนเกินงาม วางตัวเป็น "ทางเลือกที่พร้อมเป็นรัฐบาลเสมอ" 

ผลกระทบ: ลดการปะทะที่ไม่จำเป็น รักษาสถานะและรอคอยโอกาส หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในฝั่งรัฐบาล 

3. จับตาวันโหวตเลือกนายกฯ 

สิ่งที่จะเป็นการตีแผ่ยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรมให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด คือการโหวตในวันเลือกนายกรัฐมนตรี โดยทิศทางของเสียง สส. ทั้ง 58 คน จะเป็น "สัญลักษณ์ทางการเมือง" ที่ส่งตรงถึงพรรคภูมิใจไทย 

- กรณี "งดออกเสียง" อย่างมีเอกภาพ : นี่คือการรักษามารยาทของการเป็นฝ่ายค้าน (ไม่โหวตสนับสนุน) แต่ก็ไม่โหวตสวน (ไม่เห็นชอบ) เพื่อทอดไมตรีและแสดงให้เห็นว่า ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ รอวันถูกเรียกใช้งาน 

- กรณีโหวต "เห็นชอบ" ให้แคนดิเดตของภูมิใจไทย : หากปรากฏภาพนี้ขึ้น จะเป็นการเครื่องยืนยันขั้นสุดยอดว่า กล้าธรรมพร้อมทิ้งบทบาทฝ่ายค้านได้ทุกเมื่อ และประกาศความพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไม่มีเงื่อนไขทันที หากภูมิใจไทยต้องการ 

ในทางการเมือง การก้าวถอยหลังเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม เป็นยุทธวิธีที่สะท้อนวุฒิภาวะและความช่ำชอง ยุทธศาสตร์ "ค้านเพื่อรอวันร่วมรัฐบาล" ของพรรคกล้าธรรม จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความอยู่รอด โดยอาศัยความอดทนในรอคอยด้วยความหวังว่า จะได้ร่วมรัฐบาล…ในสักวัน

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

 

#พรรคกล้าธรรม #การเมืองไทย #โหวตนายก #เกมจัดตั้งรัฐบาล #ฝ่ายค้าน #ภูมิใจไทย #วิเคราะห์การเมือง #การเมือง2569 #siamrathonline