ศึกจัดตั้งรัฐบาล 2569 เริ่มร้อนแรง เมื่อสูตรการเมืองใหม่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึง หาก “เพื่อไทย” จับมือ “กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี เส้นทางสู่เก้าอี้ผู้นำรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจสะดุดทันที และสมการอำนาจในรัฐสภาต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งปี 2569 กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี แม้ผลการเลือกตั้งจะเปิดฉากให้พรรคภูมิใจไทยพุ่งขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่ง พร้อมผลักดันชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ชัยชนะในสนามเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าจะสามารถครองอำนาจรัฐบาลได้โดยอัตโนมัติ
เพราะบทพิสูจน์ที่แท้จริงของการเมืองไทยยังอยู่ในสนามที่ซับซ้อนกว่านั้น นั่นคือ เกมจัดตั้งรัฐบาลและการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา
ภาพการเมืองในเวลานี้จึงสะท้อนให้เห็นชัดว่า แม้ภูมิใจไทยจะถือแต้มต่อจากการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่เส้นทางสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของอนุทินกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ตัวแปรสำคัญที่กำลังสั่นคลอนสมดุลอำนาจในกระดานการเมือง คือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่าง พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในจังหวะที่เกมกำลังเปราะบางนี้เอง สูตรการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือแนวคิดของ เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่เสนอว่า หาก พรรคเพื่อไทย และ พรรคกล้าธรรม ต้องการสร้างอำนาจต่อรองใหม่ในการเข้าร่วมรัฐบาล และจัดสรรโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี พวกเขาอาจต้องใช้ “ไพ่ใบสุดท้าย”
นั่นคือการจับมือกัน และประกาศ งดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
กลยุทธ์นี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่ในเชิงคณิตศาสตร์การเมืองกลับทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะการเลือกนายกรัฐมนตรีต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรืออย่างน้อย 251 เสียง
หากพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคอันดับสองยังคงยืนยันไม่สนับสนุนอนุทินอยู่แล้ว และพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรมเลือก งดออกเสียงพร้อมกัน
คะแนนสนับสนุนของอนุทินก็อาจไม่ถึงเกณฑ์ทันที
ผลที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เพียงการชะลอการจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น แต่หมายถึงความเป็นไปได้ที่ชื่อของอนุทินอาจ ตกตั้งแต่รอบแรกของการโหวต
และเมื่อถึงจุดนั้น พรรคภูมิใจไทยที่กำลังถูกมองว่าเป็นฝ่ายกุมเกมการเมือง อาจต้องหันกลับมาเปิดโต๊ะเจรจาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทั้งหมด
ในโลกการเมือง การโหวตนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็น เครื่องมือสำคัญของการต่อรองอำนาจ
หากสูตรงดออกเสียงเกิดขึ้นจริง ภูมิใจไทยจะต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาล เพราะการจัดตั้งรัฐบาลจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้โดยลำพัง และพรรคที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาลอาจพลิกบทบาทกลายเป็น ผู้ถือกุญแจอำนาจของทั้งกระดาน
สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เกมครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตทางการเมือง เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เขาคือหนึ่งในนักการเมืองที่มักถูกมองว่าเป็น “ตัวแปร” ของสมการอำนาจ
แม้พรรคกล้าธรรมจะแสดงท่าทีสนับสนุนอนุทินในช่วงแรกของกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ทางการเมืองของร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ผูกติดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาด
นักวิเคราะห์หลายคน รวมถึง ไพศาล พืชมงคล เคยชี้ให้เห็นว่า แม้ในเชิงนิตินัย ธรรมนัสจะดูเหมือนหันหลังให้พรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ในเชิงความสัมพันธ์ส่วนตัว เขายังคงมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายทางการเมืองเดิม
มิติความสัมพันธ์เช่นนี้ทำให้พรรคกล้าธรรมไม่ใช่ตัวแปรธรรมดาในเกมการเมือง เพราะหาก ร.อ.ธรรมนัสขยับหมากเพียงก้าวเดียว สมดุลของทั้งกระดานก็อาจเปลี่ยนทันที
สมการจัดตั้งรัฐบาล 2569 ที่ถูกจับตา
สูตรที่ 1 : ภูมิใจไทย + พรรคร่วมฝ่ายเดิม
ข้อดี คือพรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
แต่ความเสี่ยงคือ หากเพื่อไทยไม่ร่วม เสียงอาจไม่ถึง 251
สูตรที่ 2 : ภูมิใจไทย + เพื่อไทย
ข้อดี คือเสถียรภาพรัฐบาลสูง
แต่การต่อรองอำนาจระหว่างสองพรรคใหญ่จะเข้มข้นมาก
สูตรที่ 3 : เพื่อไทย + กล้าธรรม งดโหวต
หากเกิดขึ้นจริง เสียงสนับสนุนอนุทินอาจไม่ถึงเกณฑ์
และการโหวตนายกรัฐมนตรีอาจตกตั้งแต่รอบแรก
อย่างไรก็ตาม สูตรการเมืองดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมือง และยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละพรรคในวันโหวตจริง
ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไทยไม่เคยเป็นเกมของตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเกมของจังหวะและการต่อรอง
พรรคที่ชนะเลือกตั้งอาจได้ “ความชอบธรรม”
แต่พรรคที่ถือกุญแจเสียงในสภาอาจได้ “อำนาจจริง”
หากวันโหวตมาถึง และเสียงงดออกเสียงจาก เพื่อไทย กับ กล้าธรรม ดังขึ้นพร้อมกัน
กระดานการเมืองทั้งประเทศอาจต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์
และในวันนั้น เก้าอี้นายกรัฐมนตรีอาจไม่ได้ตัดสินว่าใครชนะเลือกตั้ง
แต่ตัดสินว่า ใครคุมสมการอำนาจในรัฐสภาได้จริง
#การเมืองไทย #จัดตั้งรัฐบาล2569 #อนุทินชาญวีรกูล #ภูมิใจไทย #พรรคเพื่อไทย #พรรคกล้าธรรม #ธรรมนัสพรหมเผ่า








