บทความ บทวิเคราะห์

ส่อง 3 ทหารเสือ ข้างกาย “อนุทิน” พร้อมรับควบกลาโหม? หรือจะมีเซอร์ไพรส์ “สนามไชย1”?

แชร์ข่าว

ผู้การวิศรุฒน์ 

ความนิ่งเงียบของ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี ต่อกระแสข่าวการควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม   กำลังเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นดัชนีชี้วัด บางอย่างหรือไม่ 

บางอย่างที่ว่านี้คือ 1. นายอนุทิน ไม่เคยแสดงทีท่าตอบรับ แต่ก็ ไม่เคยปฏิเสธว่า จะไม่ควบ กลาโหม ตรงกันข้ามกลับ เคยประกาศว่าจะคุมความมั่นคงและคุมกระทรวงกลาโหมเอง  จนทำให้เข้าใจได้ว่า อาจจะควบ รมว.กลาโหม 

2.การเงียบ  แบบไม่ตอบรับและปฏิเสธ กำลังถูกตีความว่า อาจจะมี รมว.กลาโหม  ที่เป็น บิ๊กเซอร์ไพรส์หรือไม่ จึงปกปิดขนาดนี้ จึงมีการสันนิษฐานกันว่า อาจเป็นอดีตบิ๊กทหาร ที่มีสถานภาพไม่ธรรมดา  เช่น “บิ๊กแดง” พลเอกอภิรัชต์  คงสมพงษ์  อดีตผบ. ทบ และอดีต รองเลขาธิการ สนว. หรือนายทหารในสายรอยัลลิสต์ 

หรือ บิ๊กเซอร์ไพรส์ นั้น อาจหมายถึง “บิ๊กเล็ก” พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์  รักษาการ รมว.กลาโหม ที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะได้ไปต่อแต่ต้องเงียบๆไว้เพราะโดยภาพลักษณ์ของ พลเอกณัฐพล  มักจะถูกทัวร์ลงเสมอ แต่เสนอให้เปิดด่านชายแดนไทย- กัมพูชาเป็นต้นมา แล้วจะมีการปรับท่าทีที่แข็งกร้าว กับกัมพูชาขึ้นนับตั้งแต่การสู้รบรอบ2 เป็นต้นมา ก็ตาม 

จนมีการตั้งข้อสังเกตท่าทีของพลเอกณัฐพล  ที่ไม่ปฏิเสธอย่างแข็งขันถึงการไปต่อในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม  เมื่อถูกนักข่าวถามว่าจะได้ไปต่อหรือไม่โดยมีคำตอบว่าขอไม่ตอบในรายละเอียด 

แต่สำหรับคำถามที่ว่ามีใครมาทาบทามให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีอนุทินสองหรือยัง พลเอกณัฐพล ปฏิเสธว่า ยังไม่มีใครทาบทาม แต่ก็ผิดวิสัยของคนที่ต้องการจะพักผ่อน หรือวางมือทางการเมืองเช่นที่ พลเอกณัฐพล  เคยบ่นผ่านคนใกล้ชิดเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้  ก่อนจะมาเปลี่ยนท่าทีช่วงก่อนการเลือกตั้ง ว่าไม่มีอะไรแน่นอนไม่รู้ว่าจะได้พักหรือไม่  เพราะหาก พลเอกณัฐพล จะพักผ่อนหรือวางมือจริงๆ ก็อาจจะต้องพูดผ่านสื่อออกไปแล้วว่าอยากพักผ่อน  แต่ทว่า พลเอกณัฐพล ก็ไม่พูด 

อย่างไรก็ตาม เพราะหากแสดงทีท่าว่าพร้อมไปต่อ  หรือแม้แต่มีกระแสข่าวมาว่าเป็น พลเอกณัฐพล อาจเกรงว่าจะถูกต่อต้านหรือโจมตี  จึงต้องมาแบบเงียบๆ 

ทั้งโอกาสที่จะเป็น รมว. กลาโหมต่อ เพราะที่ผ่านมาถือว่าเป็นแค่ระยะสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน อาจจะยังไม่จบ“ดีล”  อีกทั้งจะได้ทำงานต่อเนื่อง  โดยเฉพาะเรื่องงานความมั่นคงและชายแดนไทย-กัมพูชา

เพราะเป็นที่รู้กันว่า พลเอกณัฐพล ได้รับการสนับสนุนจาก “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี 

ไม่แค่นั้น พลเอกณัฐพล ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 20 ของ พลเอกอภิรัชต์   อีกด้วย เพราะหากพลเอกอภิรัชต์ ไม่รับตำแหน่งกลาโหม ก็จะให้พลเอกณัฐพลเป็นตัวแทน 

แม้ว่า กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล จะไม่เชียร์ พลเอกณัฐพลก็ตาม  แต่ในแง่ของการเป็นนายทหาร ที่มีความรู้ความสามารถรอบรู้และมีประสบการณ์มายาวนาน ต่อเนื่อง ก็ต้องยกให้  

ท่ามกลางกระแสข่าวหรือว่าหากนายอนุทินควบ รมว.กลาโหม  ก็อาจจะให้พลเอกณัฐพลเป็นรมช .กลาโหม โดยไม่ถือว่าเป็นการลดชั้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็น รมว.กลาโหม 

อย่างไรก็ตามกระแสข่าวจากในพรรคภูมิใจไทย ยังมีชื่อของ บิ๊กดุลย์ พลโทอดุลย์  บุญธรรม เจริญ รมช.กลาโหม สายตรงบุรีรัมย์ที่อาจจะได้ไปต่อ หลังจากมีรายงานข่าวว่านายอนุทินได้สั่งงานในกลาโหมหลายอย่าง 

ขณะที่หากมองไปรอบกาย นายอนุทิน แล้วก็มีนายทหารที่สนิทสนมใกล้ชิดและเป็นเสมือนที่ปรึกษา เพื่อนคู่คิดและพี่น้องอยู่หลายคนที่นายอนุทิน ไว้วางใจที่สามารถจะมาช่วยดูแลงานในกระทรวงกลาโหมได้ 

เช่น “บิ๊กวิน”  พลเรือเอกสุวิน  แจ้งยอดสุข  ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี  อดีตรอง ผบ.ทร. และเป็นเพื่อนร่วมร่วมอัสสัมชัญ บางรัก  98 ตั้งแต่วัยประถมฯ จนวัยมัธยมฯ และยังมาเรียน วปอ.61 ด้วยกัน  ที่อาจจะได้เป็น ผช.รมต. หรือ เลขานุการ รมว.กลาโหม หากนายอนุทินควบ กลาโหม 

หรือ ผบ.หมู  พลโท สุเมธ พรหมตรุษ  ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ผบศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย  การนำเตรียมทหารรุ่น 28 ที่รู้จักสนิทสนมกับนายอนุทินมายาวนาน และปัจจุบันร่วมคณะติดตามนายอนุทินลงพื้นที่ด้วยตลอดในฐานะที่หน่วย ศรภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานการข่าวมีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้นายกรัฐมนตรีด้วย 

ที่มีมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอีกคนคือ “เสธ.ปูด้วง” พลเอกชัยพฤกษ์  ด้วงประพัฒน์  เสนาธิการทหารบก  แกนนำเตรียมทหารรุ่น 26 ที่นายอนุทินมักจะเรียกหาและโทรหาเสมอเมื่อมีเรื่องด้านกองทัพและความมั่นคงโดยเฉพาะชายแดนที่ต้องสอบถาม  

อีกทั้งพลเอกชัยพฤกษ์มักจะเป็นตัวแทน “บิ๊กปู” พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์  ผบทบ. ในการมาประชุมแทน หรือการเป็นตัวแทนในการลงพื้นที่ร่วมกับคณะนายก ฯ จนทำให้มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น  

อีกทั้งนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี  ยังควบเก้าอี้ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) อีกด้วย โดยที่พลเอกชัยพฤกษ์  ในฐานะเสนาธิการทหารบก ก็ควบเก้าอี้เลขาธิการ กอ.รมน. จึงต้องทำงานใกล้ชิดและคุยกันบ่อยกว่านายทหารคนอื่น 

จนมีกระแสข่าวจากในกองทัพบกว่า  พลเอกชัยพฤกษ์ จะได้รับการสนับสนุน  จาก ผบ.ทบ. ให้ข้ามไปเติบโตที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม  นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหมในปีสุดท้ายก่อนเกษียณตุลาคม 2570 และหากนายอนุทินควบกลาโหม  ก็จะมี พลเอกชัยพฤกษ์  ช่วยงานอยู่ข้างกายได้เต็มที่ในฐานะปลัดกระทรวงกลาโหม  ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับรัฐมนตรีอยู่แล้ว 

และเชื่อได้ว่าไม่ว่านายอนุทินจะควบกลาโหมหรือไม่  แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี  ก็สนับสนุนให้พลเอกชัยพฤกษ์  ข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม  เป็นเบอร์หนึ่งของข้าราชการประจำของกระทรวงกลาโหม ดีกว่าการอยู่เป็น 5 เสือกองทัพบก ไปจนเกษียณ  อีกทั้งตำแหน่ง รองผบ. ทบ. ก็มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ในกองทัพบก ที่จอดจะขยับขึ้นมาครอง อัตราพลเอกพิเศษ ก่อนจะเกษียณราชการอีกหลายคน 

ประการสำคัญ พลเอกชัยพฤกษ์ จะเป็นข้อต่อสำคัญให้กับแกนนำเตรียมทหารรุ่น 26 ซึ่งเป็นรุ่นที่กำลังคุมอำนาจในกองทัพ  ทั้งพลเอกพนา ผบ.ทบ. ทั้ง “บิ๊กคิม” พล.อ.อ.เสกสรร คันธา  ผบ.ทอ. และ แกนนำรุ่นที่จ่อจะขึ้นเป็นผู้นำเหล่าทัพ อีกหลายคน และยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของพลโทอดุลย์  ที่คาดว่าจะเป็น  รมช.กลาโหม อีกด้วย ทำให้ง่ายในการประสานงานพูดคุย 

นอกจากนั้น  นายอนุทิน  ยังมีเพื่อนพี่น้องที่เป็นทหารทั้งที่เกษียณไปแล้วและยังอยู่ในราชการ ที่รู้จักคบหากันมานานตั้งแต่นายอนุทิน ยังเป็นนักธุรกิจ  และเมื่อครั้ง เข้าสู่วงการการเมืองแรกๆ  กล่าวได้ว่ามีพันธมิตรในกองทัพจำนวนไม่น้อย 

อีกทั้งภาพลักษณ์ของนายอนุทินเป็นนักการเมืองที่มีความจงรักภักดีประกอบกับพรรคภูมิใจไทยประกาศตัวเป็นภาคสีน้ำเงินเข้มและกลายเป็นตัวแทนของขั้ว อนุรักษ์นิยมในการต่อสู้กับพรรคส้ม ที่ต้องทำให้นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยต้องผนึกกำลังกับกองทัพในการสู้ศึกต่อไป 

ประกอบกับผลการทำงานร่วมกับกองทัพในห้วง 3-4 เดือน ของการเป็นนายกรัฐมนตรี  ในการสนับสนุนกองทัพทำสงครามสู้รบกับกัมพูชาอย่างเต็มที่  จนทำให้นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเข้ามาอย่างถล่มทลาย  ที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่ให้ นายอนุทิน มาจัดการกับกัมพูชาให้ราบคาบ 

และอาจกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นายอนุทินจำเป็นต้องกลาโหม  ด้วยตนเอง  แล้วผนึกกำลังกันสู้ ทั้งศึกนอกและศึกใน

 

#อนุทิน #กลาโหม #ครมใหม่ #ปรับครม #การเมืองไทย #กองทัพ #สนามไชย1 #รัฐบาลใหม่