บทความ บทวิเคราะห์

แสงสุดท้ายของ “พรรคกล้าธรรม” กับความหวังที่ริบรี่ในการเป็นรัฐบาล

แชร์ข่าว

ในสมการการเมืองที่พรรคร่วมรัฐบาลกำลังก่อร่างสร้างตัวจนมีเสียงใกล้แตะ 300 เสียง ปรากฏการณ์ที่ชวนขบคิดที่สุดเวลานี้ กลับไม่ใช่เรื่องที่ว่าใครจะได้คุมกระทรวงไหน แต่คือชะตากรรมของ “กล้าธรรม” พรรคที่มี สส. ในมือถึง 58 ชีวิต ซึ่งเคยถูกคาดการณ์กันว่า จะเป็นพรรคแรกที่ “ภูมิใจไทย” ชวนร่วมรัฐบาล แต่สถานการณ์จริงกลายเป็นว่า “ร.อ.ธรรมนัส” กลับต้องรอคอยสัญญาณไฟเขียวจาก “ครูใหญ่บุรีรัมย์” อย่างไร้จุดหมาย 

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมพรรคที่มีขุมกำลังมากขนาดนี้ ถึงถูกปล่อยให้รอเก้อ ? และเกมการเมืองนี้หวังผลลึกซึ้งถึงขั้น “สูบเลือด” และ “ดับลมหายใจ” คู่แข่งเลยหรือไม่ ? 

1. เงื่อนไข “บีบให้ศิโรราบ” 

การเจรจาต่อรองเป็นเรื่องปกติของการตั้งรัฐบาล แต่สิ่งที่ “กล้าธรรม” เผชิญ ว่ากันว่าไม่ใช่แค่การต่อรอง ทว่าคือ “เงื่อนไข 3 ข้อ” ที่บีบให้ต้องยอมกลืนเลือด 

(1) “พรรคกล้าธรรม” จะไม่ได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่มุ่งหวัง 

(2) “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” จะไม่มีชื่ออยู่ในคณะรัฐมนตรี 

(3) หากร่วมรัฐบาล โควตาที่ได้อาจเป็นเพียงกระทรวงเกรด C เท่านั้น 

แม้ท่าทีของ “กล้าธรรม” จะยอมถอย และพร้อมจำยอมพร้อมรับทุกเงื่อนไข แต่ “ครูใหญ่แห่งบุรีรัมย์” ก็ยังคงนิ่งเฉย การดึงเชงครั้งนี้สะท้อนว่า “ภูมิใจไทย” ไม่ได้ต้องการแค่การศิโรราบ แต่อาจต้องการบางสิ่งที่มากกว่านั้น 

2. หมากอำมหิต ตัดเสบียง ดึงงูเห่า สกัดหอกข้างแคร่ 

หากมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า การปล่อยให้ “พรรคกล้าธรรม” ที่มี สส. 58 คนได้เข้าร่วมรัฐบาล ได้บริหารกระทรวง และได้สร้างผลงาน ย่อมเท่ากับการติดปีกให้พรรคคู่แข่สำคัญในหลายพื้นที่ได้เติบโตขึ้นและอาจเป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทง “ภูมิใจไทย” ในอนาคต 

การตัด “กล้าธรรม” ออกจากสมการพรรคร่วมรัฐบาล จึงเป็นกลยุทธ์ “ตัดเสบียงแต่ต้นลม” เพราะสไตล์พรรคอย่าง “กล้าธรรม” มีความจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรจากการเป็นรัฐบาล หากต้องตกไปเป็นฝ่ายค้าน ปัญหาภายในจะปะทุขึ้นทันที ประกอบกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีช่องโหว่เอื้อให้เกิด “สส.งูเห่า” ได้ง่าย หาก “ภูมิใจไทย” เลือกใช้จังหวะนี้ “ดูด สส.” ที่เคว้งคว้าง พรรคกล้าธรรมก็อาจถึงคราวสิ้นสภาพและเสี่ยงต่อการ “สูญพันธุ์” ทางการเมือง 

3. อำนาจเหนือ “เพื่อไทย” ความมั่นใจของค่ายสีน้ำเงิน 

อีกข้อสังเกตที่มองข้ามไม่ได้คือ การที่ “ภูมิใจไทย” กล้าลอยแพ 58 เสียงของ “กล้าธรรม” แสดงว่าพวกเขาต้องมีความมั่นใจสูงมากในการควบคุมเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการบาลานซ์อำนาจกับ “พรรคเพื่อไทย” ที่มี สส. 74 คน การตัดตัวแปรที่ควบคุมยากหรืออาจเป็นภัยในอนาคตอย่าง “กล้าธรรม” ทิ้งไป จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในระยะยาวสำหรับแกนนำรัฐบาล 

4. แสงเหนือที่ฟินแลนด์ และแสงสุดท้ายในการเข้าร่วมรัฐบาล 

ท่ามกลางความอึมครึมทางการเมือง “ร.อ.ธรรมนัส” ได้โพสต์ภาพ “แสงเหนือ” ที่ประเทศฟินแลนด์เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งสะท้อนภาพจำลองสถานการณ์ของ “พรรคกล้าธรรม” ได้อย่างลึกซึ้ง 

แสงสว่างวาบบนท้องฟ้าอันหนาวเหน็บนั้น อาจเปรียบได้กับความหวังที่ยังเหลืออยู่ เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นว่า “ยังไม่ปิดดีล” ทำให้ “กล้าธรรม” ยังต้องดิ้นรนเพื่อไขว่คว้าตั๋วร่วมรัฐบาล 

เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า หากพลาดการเข้าร่วมรัฐบาล สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ก็คือความมืดมิดทางการเมือง

ดังนั้น “แสงสุดท้าย” แม้จะริบหรี่ แต่ก็มีความหมายกับ “พรรคกล้าธรรม” เป็นอย่างยิ่ง

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

ข่าวแนะนำ