บทความ บทวิเคราะห์

ศึกสองขั้ววุฒิสภา! เบรกตั้ง "กกต.ใหม่" ขวาง "สว.มุ้งใหญ่" กินรวบ

แชร์ข่าว

ทุกแนวรบการของการต่อสู้ อยู่ในจุดที่ต้องยอมรับว่า ต่างฝ่ายต่างต้อง “เฝ้าระวัง”กันตลอดเวลา

ระหว่างที่ พรรคประชาชน และกองเชียร์  กำลังตรวจสอบเรื่องความไม่ปกติของการเลือกตั้ง ทั้งในเรื่องของบัตรเลือกตั้งไปจนถึงบัตรเขย่ง รวมทั้งยังมีกลุ่มบุคคล ใช้ทุกช่องทางยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบ การทำงานของ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือกกต. เพื่อให้เรื่องไปถึง ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ

ปรากฏว่า อีกฟากฝั่งหนึ่ง มีความเคลื่อนไหวที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อ “สว.พันธุ์ใหม่” นำโดย “นันทนา นันทวโรภาส” และ “ เทวฤทธิ์ มณีฉาย” แถลงข่าวด่วน ประกาศ “ติดเบรก” ไม่ให้ วุฒิสภา ประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ “กกต.ใหม่” จำนวน 2 ราย โดยวุฒิสภาได้แจ้งนัดประชุมในวันที่ 26 ก.พ.69 นี้

อย่าลืมว่า สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ นั้นคือกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับ “สว.สายสีน้ำเงิน”ซึ่งถูกจับตาว่าใกล้ชิด เชื่อมโยงกับ “พรรคภูมิใจไทย”  จนถูกเรียกว่าเป็นสว.มุ้งใหญ่ สายสีน้ำเงิน มาโดยตลอด

ทั้งนันทนา และเทวฤทธิ์ แถลงยื่น “ญัตติด่วน” ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 2 คนคือ

“จิรุตม์ วิศาลจิตร” อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ “มณฑล สุดประเสริฐ” อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย

โดย 2 รายชื่อนี้ หากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ จะมาทำหน้าที่แทน “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ”  และ “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ”  ที่ครบวาระ

การออกมาส่งสัญญาณ “ขวาง” ไม่ให้สว.เสียงข้างมากลุยประชุมแล้วลงมติให้ความเห็นชอบ 2 รายชื่อดังกล่าวนี้โดย สว.พันธุ์ใหม่  ดูเหมือนว่าเป็นการประลองกำลังกันระหว่าง “สว.” ที่ยืนกันอยู่คนละขั้ว

 ทั้งเทวฤทธิ์ และนันทนา ยกเอาปัญหาเวลานี้ที่กกต.ชุดปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤตศรัทธา” จากการจัดเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 1 ก.พ.และวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มาเพิ่มน้ำหนัก นอกจากนี้ยังยกเอาประเด็นที่ มีสว. จำนวนมากยังอยู่ในระหว่างการไต่สวน อันเนื่องมาจาก “คดีฮั้วเลือกสว.”

 "การได้มาซึ่งตะกร้าที่เราจะมากรอง เครื่องกรองเหล่านี้มันมีปัญหาผมคิดว่าเมื่อมันมีปัญหาเครื่องกรองก็ควรจะหยุดก่อน ที่จะส่งผ่านปัญหาเหล่านั้นซึ่งจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธาไปยังองค์กรอิสระนั่นคือ กกต. ที่มีปัญหาอยู่ แล้วจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธานั้นไปอีก 7 ปี” สว.เทวฤทธิ์ ระบุ พร้อมทั้งชี้ว่า การชะลอออกไปก่อนนั้น ควรที่รอจนกว่าจะมีการชี้ขาดการได้มาซึ่งสว.ชุดปัจจุบัน อีกด้วย

กรณีดังกล่าว ถือเป็นความเคลื่อนไหวในจังหวะที่เกมการตั้งรัฐบาล ยังคุกรุ่น ไปพร้อมๆกับเสียงเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นโมฆะ หรือไม่  แม้จะเป็นการขยับในความเงียบ ว่าด้วยการแต่งตั้ง บุคคลเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ  อย่างกกต.

แต่อย่าลืมว่า กกต.ยังเป็นองค์กรที่จะต้องทำหน้าที่ “ตัดสิน” เรื่องการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ อาจกลายเป็นการเรื่องที่จะส่งผลได้ ผลเสียในทางการเมือง ต่อฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งหรือไม่

แนวรบฝั่งวุฒิสภา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่ “ขั้วการเมือง” ต่างมีเดิมพัน สูงไม่แพ้กัน

 

 

แชร์ข่าว