บทความ บทวิเคราะห์

จับตา สูตรจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ! “กล้าธรรม” ยังจำเป็นอีกไหม ?

แชร์ข่าว

ย้อนกลับไปกลางดึกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อผลเลือกตั้งออกมาว่า “ภูมิใจไทย” กวาด สส. ได้มากถึง 193 ที่นั่ง หากจับมือกับพันธมิตรที่แนบแน่นอย่าง “กล้าธรรม” ซึ่งมีจำนวน สส. 58 คน ก็จะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา สามารถประกาศจัดตั้งรัฐบาลในเบื้องต้นได้ในทันที

แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นกลับส่งเสียงดังกว่าคำแถลงใดๆ ทำไม “ภูมิใจไทย” ถึงเมินเพื่อนรักอย่าง “กล้าธรรม” แล้วหันไปจับมือกับ “เพื่อไทย” และเหล่าพรรคเล็กๆ ก่อน ? หรือว่าในวันนี้... กล้าธรรมไม่ใช่จิ๊กซอว์ที่ภูมิใจไทยต้องการอีกต่อไป ? และอะไรคือความในใจของ “เนวิน” ผู้นำจิตวิญญาณตัวจริงของพรรค ?

1. เกมกดราคา

หลายคนคาดว่า ด้วยตัวเลขดังกล่าวสิ่งที่ภูมิใจไทยจะทำ คือรีบกอดคอกล้าธรรมเพื่อกดดันเพื่อไทย แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง “อำนาจต่อรอง มาจากการมีทางเลือก”

หากภูมิใจไทยจับมือกล้าธรรมทันที จะเกิดสภาวะ “มัดรวมกันเอง” จนกล้าธรรมมีอำนาจต่อรองสูงลิ่ว สามารถเรียกเก้าอี้กระทรวงเกรด A ได้อย่างเต็มที่ แต่การที่ภูมิใจไทยหันไปจับมือกับเพื่อไทยก่อน คือการส่งสัญญาณเย็นชาไปยังกล้าธรรมว่า “ผมมีเสียงพอแล้ว และเพื่อไทยคุยง่ายกว่าที่คุณคิด”

นี่คือยุทธวิธีกดราคา เพื่อให้รู้ว่า ใครคือเบอร์หนึ่งตัวจริง

2. จาก “สงครามตัวเลข” สู่ “สงครามภาพลักษณ์”

ประเด็นที่น่าขบคิดที่สุดคือ ด้วยจำนวน 193 เสียงของภูมิใจไทย ทำให้หมดปัญหาด้านคณิตศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ภูมิใจไทยไม่ได้ขาดแคลนเสียงสนับสนุน แต่สิ่งที่จำเป็นคือ “ความสง่างามทางการเมือง”

และปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคกล้าธรรมมีภาพลักษณ์ที่สุ่มเสี่ยง อาจตกเป็นเป้าให้โดนถล่มได้ตั้งแต่วันแถลงนโยบาย ดังนั้นหากภูมิใจไทยต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลที่อยู่ครบเทอม ก็ต้องคิดหนักระหว่าง 2 ทางเลือกต่อไปนี้

ทางเลือก A: เอาเพื่อนรัก (กล้าธรรม) แต่ได้รัฐบาลที่มีปัญหาด้านภาพลักษณ์ ไม่ถูกอกถูกใจประชาชน

ทางเลือก B: เอาคนภาพลักษณ์ดี (ประชาธิปัตย์) มาประดับบารมี เพื่อสร้างรัฐบาลที่ดูดีมีความสง่างาม

3. สมการใหม่: ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ประชาธิปัตย์ + พรรคเล็กต่างๆ

หากถอด “กล้าธรรม” ออก แล้วแทนที่ด้วย “ประชาธิปัตย์” (และพรรคเล็กต่างๆ) สูตรนี้จะได้เสียงรวมทะลุ 300 เสียง ซึ่งเป็น Golden Number ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพียงพอที่จะผ่านงบประมาณและรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ อีกทั้งปิดช่องโหว่เรื่องภาพลักษณ์ เพราะประชาธิปัตย์ช่วยดึงคะแนนความน่าเชื่อถือจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมในเมืองได้ดีกว่า

4. “กล้าธรรม” ยังจำเป็นอีกไหม ?

คำตอบสุดท้ายของสมการนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับภูมิใจไทยในเวลานี้ เมื่อภูมิใจไทย มี 193 เสียงอยู่ในมือ พวกเขาได้ก้าวข้ามเกมรวบรวมตัวเลข ไปสู่เกมสร้างความชอบธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ

โจทย์ของภูมิใจไทยวันนี้ ไม่ใช่ "ทำอย่างไรให้ตั้งรัฐบาลได้" แต่คือ "ทำอย่างไรให้รัฐบาลดูดีที่สุด"

การตัด “กล้าธรรม” ออกจากสมการ แล้วแทนที่ด้วยเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพรรคเล็ก คือการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพราะได้ทั้งเสถียรภาพทางตัวเลขที่เกิน 300 เสียง และภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่ดูดียิ่งขึ้น

ดังนั้น สถานะของ “กล้าธรรม” ในวันนี้ จึงถูกลดระดับจาก “หุ้นส่วนที่ขาดไม่ได้” กลายเป็นเพียง “อะไหล่สำรอง” ที่ภูมิใจไทยจะหยิบมาใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ แต่ในวันที่มีอำนาจล้นฟ้า มีทางเลือกต่างๆ มากมาย “กล้าธรรม” ก็กลับกลายเป็นทางเลือกสุดท้าย… ที่ภูมิใจไทยจะเลือกให้เข้าร่วมรัฐบาล

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

#ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #เพื่อไทย #ประชาธิปัตย์ #จัดตั้งรัฐบาล #เลือกตั้ง2569