ภายใต้สมรภูมิการจัดตั้งรัฐบาล ที่ตัวเลขทางคณิตศาสตร์การเมืองดูเหมือนจะสะเด็ดน้ำตั้งแต่คืนประกาศผล ด้วยจำนวน สส. ของ พรรคภูมิใจไทย (193 ที่นั่ง) ผนึกกำลังกับพันธมิตรแนบแน่นอย่าง พรรคกล้าธรรม (58 ที่นั่ง) รวมเป็น 251 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ไปแล้ว
ในทางทฤษฎี รัฐบาลขั้วนี้ควรจะก่อรูปได้ทันที แต่ในทางปฏิบัติ พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยกลับเลือกที่จะ "สงวนท่าที" และดึงจังหวะ จนเกิดข้อกังขาว่า นี่คือรอยร้าวจริงๆ หรือเป็นเพียง "เกมการเมือง" เพื่อลดทอนอำนาจต่อรองของกล้าธรรมกันแน่ ?
1. ยุทธศาสตร์ปั่นกล้าธรรม เพื่อไทย ชิงตั๋วร่วมรัฐบาล
แม้ตัวเลข 251 เสียงจะเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังห่างไกลจากคำว่า "เสถียรภาพ" ที่ควรมีฐานเสียงระดับ 300 เสียงขึ้นไป ดังนั้นพรรคที่ตอบโจทย์ที่สุด จึงหนีไม่พ้น “เพื่อไทย" (74 ที่นั่ง)
แต่หากภูมิใจไทยรีบประกาศจับมือกับกล้าธรรมทันที อำนาจต่อรองจะตกไปอยู่ที่กล้าธรรม การดึงเกมและทอดไมตรีไปยังเพื่อไทย จึงเป็นการสร้างสถานการณ์บีบให้ทั้ง "กล้าธรรม" (ที่กลัวหลุดขบวน) และ "เพื่อไทย" (ที่โหยหาอำนาจรัฐ) ต้องช่วงชิงกัน เพื่อให้ภูมิใจไทยยังคงเป็นผู้ถือไพ่ที่เหนือกว่า
2. ปฏิบัติการทุบกล้าธรรม
แม้ความสัมพันธ์ของภูมิใจไทยและกล้าธรรมจะดูแนบแน่น แต่สัจธรรมการเมืองคือ "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" การปล่อยกระแสข่าวว่าภูมิใจไทยอาจหันไปจับมือกับ “ประชาธิปัตย์” (22 สส.) ที่ประกาศไม่เอากล้าธรรม คือการส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า "คุณไม่ใช่ตัวเลือกเดียว" หากกล้าธรรมเรียกร้องเก้าอี้กระทรวงเกรด A มากเกินพอดี ภูมิใจไทยก็พร้อมจะปรับสมการใหม่ได้ทุกเมื่อ
3. ปฏิบัติการปั่นก่อนกด “พรรคเพื่อไทย”
สำหรับเพื่อไทย การได้เป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาลอาจดูขมขื่น แต่การตกขบวนไปเป็นฝ่ายค้านย่อมเจ็บปวดยิ่งกว่า สถานการณ์ที่ภูมิใจไทยหากจับมือกล้าธรรมก็ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ทำให้เพื่อไทยตกอยู่ในสถานะจำยอม ต้องลดเพดานข้อเรียกร้อง ยอมรับกระทรวงเกรดรอง (B หรือ C) เพื่อแลกกับการได้ร่วมรัฐบาล ดีกว่าการเป็นฝ่ายค้านที่ไร้ทรัพยากร
4. หมากสวนกลับของ "กล้าธรรม": สะสมไพ่ใบเล็ก
การเดินสายรวบรวมพรรคเล็กของกล้าธรรม จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันตัว แต่เป็นการ "ขยายหน้าตัก" เพื่อส่งเสียงกลับไปว่า "ถ้าขาดผม คุณก็เหนื่อย" เป็นการสร้างมูลค่าให้ตัวเองกลายเป็นตัวแปรที่ภูมิใจไทยไม่อาจมองข้าม หรือหากจะข้าม ก็ต้องจ่ายราคาที่สูงยิ่ง
5 โฉมหน้ารัฐบาล
ฉากทัศน์สุดท้าย มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะประกอบด้วย 3 เสาหลักคือ ภูมิใจไทย กล้าธรรม และเพื่อไทย บวกพรรคเล็กบางพรรค แต่ลีลาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีเป้าประสงค์เดียวคือ ต้องการทุบราคา
เกมนี้ภูมิใจไทยสวมบท "ผู้แจกไพ่" บีบให้ทั้งกล้าธรรมและเพื่อไทย ต้องยอมจำนนรับโควตาที่น้อยกว่าสัดส่วนจริง เพื่อที่ภูมิใจไทยจะได้ครอบครอง "กระทรวงเกรด A" ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#อ่านเกมการเมือง #ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #เพื่อไทย #จัดตั้งรัฐบาล #เกมการเมือง #พรรคร่วมรัฐบาล #อำนาจต่อรอง








