บทความ บทวิเคราะห์

ส่องโมเดลนับคะแนนญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ลดทุจริตเลือกตั้ง

แชร์ข่าว

จากกรณีการเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ผ่านแฮชแท็กนับใหม่ทั้งประเทศ ภายหลังจากมีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งบางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น พื้นที่ชลบุรี เขต 1 ส่งผลให้สังคมเกิดการตั้งคำถามถึงรูปแบบการจัดการเลือกตั้งของไทย และให้ความสนใจรูปแบบของต่างประเทศที่มุ่งเน้นความรวดเร็วและความถูกต้องมากขึ้น

ยกตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่น กระบวนการนับคะแนน ณ ศูนย์นับคะแนนในกรุงโตเกียวจะเริ่มจากการนำหีบเหล็กที่บรรจุบัตรเลือกตั้งมาเปิดต่อหน้าพยาน โดยเจ้าหน้าที่ต้องแสดงหีบเปล่าให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีบัตรตกค้างอยู่ภายใน บัตรเลือกตั้งของญี่ปุ่นมีความพิเศษคือผลิตจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่มีคุณสมบัติทนทาน เขียนลื่น และสามารถคลี่ตัวออกเองได้ทันทีเมื่อเทออกจากหีบ ช่วยให้ขั้นตอนการนับเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม G7 ที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ดินสอเขียนชื่อผู้สมัครหรือพรรคการเมืองด้วยลายมือลงบนบัตร และมีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สแกนลายมือเพื่อคัดแยกบัตรภายใต้การจับตามองของผู้สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่โมเดลของประเทศเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการลดข้อโต้แย้งเรื่องบัตรดีหรือบัตรเสีย โดยเปลี่ยนจากการกากบาทมาเป็นการประทับตราวงกลมสีแดงที่เรียกว่า "โทจัง" สำหรับการรักษาความปลอดภัยของหีบพลาสติกแบบทึบในระหว่างการขนย้ายจากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์นับคะแนนส่วนกลาง จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และข้าราชการประจำหน่วย

นอกจากนี้ ประชาชนและพรรคการเมืองยังสามารถตรวจสอบเส้นทางการขนย้ายผ่านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำภูมิภาคได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของระบบการนับคะแนน เกาหลีใต้ใช้เครื่องคัดแยกบัตรทำงานร่วมกับการตรวจสอบโดยมนุษย์เพื่อยืนยันความถูกต้อง ก่อนจะใช้เครื่องนับจำนวนเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งกระบวนการที่เชื่อมโยงข้อมูลกับสื่อมวลชนโดยตรงทำให้สามารถทราบคะแนนดิบได้ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงก่อนเที่ยงคืน

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีมาตรการป้องกันการเอื้อประโยชน์ในพื้นที่ โดยจะส่งข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ในเขตที่ตนเองไม่ได้ทำงานปกติและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียง 3 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและลดข้อครหาเรื่องการทุจริตในการเลือกตั้งระดับชาติ