ปฏิบัติการรวบรวม “บ้านใหญ่” เอามาไว้ในค่ายเดียวกัน เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บ ทำให้มั่นใจได้ว่า เลือกตั้งรอบนี้ “พรรคภูมิใจไทย” จะต้องได้ “สส.” เป็นกอบเป็นกำ เรียกว่าการันตีชัยชนะกันล่วงหน้า !
กลยุทธ์ดังกล่าว ทำเอาคอการเมืองฮือฮา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะ “ความแปลกใหม่” แต่เพราะ “ใจถึง” ล้ำหน้า และกล้าเล่นกว่าใครมากกว่า
บรรดาบ้านใหญ่ ทั้งสุพรรณบุรี รวมถึงจ.ชลบุรี พรรคสีน้ำเงิน ก็ยังสามารถนำ “เสือ2ตัว” ให้มาอยู่ถ้ำเดียวกันจนได้ ทั้ง “สุชาติ ชมกลิ่น” แกนนำบ้านใหม่ เมืองชล กับ “สนธยา คุณปลื้ม” แกนนำบ้านใหญ่เมืองชล ต้อง “สงบศึก” แล้วเดินหน้ายึด 10 เขตสส.เมืองชลให้สำเร็จ
จากนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน จะถึงวันหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ ปรากฏว่า “กระแส” แต่ละพรรคการเมือง มีการปรับเปลี่ยนไป มีทั้งกระแสขึ้นและลดลง ผ่านโพลสำนักต่างๆ ที่ปรากฏผ่านสื่อมาก่อนหน้านี้
เมื่อค่ำของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องจับตา อยู่ที่จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็น “ฐานที่มั่น” ของพรรคชาติไทยพัฒนาและ ตระกูลใหญ่ทางการเมือง อย่าง “ศิลปอาชา”
โดยในวันดังกล่าว “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิไทย ยกทัพใหญ่ไปช่วยหาเสียง ที่สุพรรณฯ อนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยลีลาครบเครื่อง ทั้งดุเดือดและครื้นเครง ซึ่งอนุทิน ย้ำว่า เขาเองเคยรับปากกับ “บรรหาร ศิลปอาชา” อดีตนายกฯและเจ้าของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่าจะดูแล วราวุธ และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ ต้องขอให้วราวุธ นำ “10 อดีตสส.” ของพรรคชาติไทยพัฒนา มารวมกับพรรคภูมิใจไทย ในรอบนี้
อนุทิน นำทีมพรรคภูมิใจไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ อยู่ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ท่ามกลางประชาชนนับหมื่นคน ปรากฏว่า ห่างออกไป “พรรคประชาชน” ยกทัพใหญ่มาเปิดเวทีปราศรัย เช่นกัน ที่บริเวณลานวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร !
และเวทีนี้ ไม่ได้มีแค่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ยังได้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน มาร่วมเรียกคะแนนอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนที่บุกเข้ามาในพื้นที่ ที่มีเจ้าถิ่น อย่างสุพรรณฯ เช่นนี้ ย่อมมีเหตุให้หวัง เพราะแม้การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนา จะสามารถกวาดสส.เข้าสภาฯ ได้ 5 ที่นั่ง “ชนะยกจังหวัด”
แต่เมื่อไปพลิกดู “คะแนนปาร์ตี้ลิสต์” พบว่า พรรคก้าวไกล ในตอนนั้นขึ้นแท่นเป็นแชมป์ อันดับ 1 โดยพรรคก้าวไกล ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 36,690 คะแนน คิดเป็น 32.14% ,อันดับ 2 เพื่อไทย ได้ 29,176 คะแนน คิดเป็น 25.56% ส่วนอันดับ 3 คือพรรคเจ้าถิ่น “ชาติไทยพัฒนา” ได้ 21,111 คะแนน คิดเป็น 18.49%
ทั้งพิธาและเท้ง ณัฐพงษ์ ปลุกคนสุพรรณฯ ให้ตัดสินใจเลือก พรรคส้ม เพื่อให้ได้เห็น “ความเปลี่ยนแปลง” จากเดิมที่เคยเป็นมาหลายสิบปี ดังนั้นรอบนี้จึงไม่ควรเลือก ของเดิม เพราะแค่เปลี่ยนจาก "สีชมพู" ไปเป็น “สีน้ำเงิน” เท่านั้น เมื่อวราวุธ นำทีมย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย
เมืองสุพรรณฯ คือปราการสำคัญที่ไม่เพียงแต่ พรรคภูมิใจไทย ต้องออกแรงสนับสนุน ให้วราวุธ และลูกพรรคต้องรักษา “5ที่นั่ง” เอาไว้ให้ได้เท่านั้น ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สำหรับการเลือกตั้งรอบนี้ 2569
การเป็นผู้ท้าชิงสำหรับพรรคประชาชน ย่อมเป็นเรื่องยาก แต่อย่าลืมว่า การรักษาพื้นที่สำหรับ “บ้านใหญ่” ยิ่งเป็นเรื่องที่ “ยากกว่า” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทิศทางลมการเมือง ยังเอาแน่ เอานอนไม่ได้ !







