บทความ บทวิเคราะห์

ประชาธิปัตย์ พรรคตัวแปร ที่กล้าเล่นบท “ผู้กำหนดเกม”

แชร์ข่าว

ในสมการการเมืองไทย ปกติแล้ว "อำนาจต่อรอง" มักแปรผันตามจำนวนเก้าอี้ในสภา พรรคที่มีแนวโน้มได้ สส. ระดับ 30 ที่นั่ง มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพรรคตัวแปร ที่ต้องรอดูทิศทางลม และมีเงื่อนไขให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาล 

แต่สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ "พรรคประชาธิปัตย์" ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม ด้วยการปฏิเสธที่จะเป็นเพียง "ตัวเลือก" แต่กล้ากระโดดขึ้นมาเล่นบท "ผู้กำหนดเกม" ด้วยการประกาศ “ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม” 

อะไรคือเบื้องหลังความกล้าครั้งนี้ ? และยุทธศาสตร์นี้จะเปลี่ยนโฉมหน้ากระดานการเมืองอย่างไร ? 

1. ยุทธศาสตร์ ผู้กำหนดเกม 

บทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2566 สอนให้รู้ว่า ใครที่ "สร้างวาทกรรมหลัก" ได้ก่อน คนนั้นได้เปรียบ ดังที่พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน) เคยทำสำเร็จด้วยแคมเปญ "มีลุง ไม่มีเรา" ที่บีบให้พรรคเพื่อไทยต้องเดินเกมตาม 

ประชาธิปัตย์ใช้กลยุทธ์เดียวกัน โดยอาศัยความเก๋าและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของอภิสิทธิ์ ชิงพื้นที่สื่อด้วยการประกาศ "ไม่เอากล้าธรรม" บนเวทีดีเบต นี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว 

นกตัวแรก: ดักทาง "พรรคประชาชน" คู่แข่งสำคัญในฐานเสียงคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลาง ให้ตกอยู่ในสถานะ "ผู้ตาม" หากพรรคประชาชนไม่รีบประกาศ ก็จะถูกตั้งคำถามเรื่องจุดยืน 

นกตัวที่สอง: เรียกศรัทธาจากฐานเสียง "อนุรักษ์นิยม" ที่เบื่อหน่ายการประนีประนอมทางการเมืองแบบไร้หลักการ 

2. ยอมแลก “เก้าอี้” เพื่อซื้อ “อนาคต” 

การกระทำดังกล่าว มีราคาที่ประชาธิปัตย์ต้องจ่าย การประกาศตัด "พรรคกล้าธรรม" เท่ากับการตัดโอกาสร่วมรัฐบาลกับขั้ว "ภูมิใจไทย" (ที่มีแนวโน้มจะจับมือกับกล้าธรรม) ไปโดยปริยาย 

ซึ่งตรงนี้เป็นราคาที่อภิสิทธิ์ประเมินแล้วว่าคุ้ม แม้ต้องเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ก็จะทำให้แบรนด์ประชาธิปัตย์กลับมาขลังอีกครั้ง เป็นการมองเกมยาวเพื่อฟื้นฟูพรรคให้กลับมาผงาดในอนาคต 

3. ประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย 

ในขณะที่ชัดเจนกับพรรคกล้าธรรม แต่กับ "พรรคเพื่อไทย" อภิสิทธิ์กลับเลือกใช้คำตอบที่ต้องตีความต่อว่า "ไม่ปิดโอกาส แต่ต้องแน่ใจว่า ระบอบทักษิณจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง" นี่ไม่ใช่ความลังเล แต่คือความเขี้ยวทางการเมือง 

เพราะเพื่อไทยในวันนี้ได้สูญเสียสถานะผู้นำฝั่งเสรีนิยมไปแล้ว และพยายามเปลี่ยนตัวเองมาเป็น "อนุรักษ์นิยมใหม่" แม้จะไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม แต่ความรู้สึกต่อต้านก็ลดน้อยถอยลงไปมาก อภิสิทธิ์จึงมองว่า ในวันนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องประกาศปิดประตูกับ “เพื่อไทย” แต่ก็จำเป็นต้องมีบางเงื่อนไข เพื่อรักษาสถานะของ “ผู้กำหนดเกม” 

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาธิปัตย์ทิ้งไพ่ “พรรคตัวเลือก” เพื่อถือไพ่ “ผู้กำหนดเกม” และหากเกมที่เขากำหนดเกิดจุดติดขึ้นมา โอกาสที่จะได้ สส. มากกว่า 30 ที่นั่ง ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมเลย   

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

ข่าวแนะนำ