การพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านการนำเสนอ “นโยบาย” จากแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้งรอบนี้ ออกมารับกับช่วงวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ 11 ม.ค.69
“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ชู นโยบายด้านการศึกษาของพรรค ในการพลิกโฉมอนาคตเด็กไทย
โดยในส่วนของพรรคไทยสร้างไทย จะผลักดันนโยบายเรียนฟรี จนจบปริญญาตรี ถือเป็นการยกระดับจากเดิมที่รัฐสนับสนุนเพียงแค่ 12 ปีตามกฎหมาย ให้กลายเป็นการดูแลจนจบปริญญาตรี เพื่อลดภาระค่าเทอม ตลอดจนวงจรหนี้สินของ “ผู้ปกครอง”
โดยจะลดระยะเวลาการศึกษาในระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยลงรวมประมาณ 3-4 ปี เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี
นอกจากนี้ไทยสร้างไทย ยังมีนโยบายดูแลกันตั้งแต่ในครรภ์ โดยดูแลเด็กคือ "งบลงทุน" ที่สำคัญที่สุด (Golden Period) ตั้งแต่ ในครรภ์ จนถึง 6 ขวบ ให้คูปอง 2,000 บาทต่อเดือน ไม่ใช่แจกเงินสด แต่เป็นคูปองเพื่อซื้ออาหารคุณภาพ
ขณะที่ “พรรคประชาชาติ” ชูการแก้ไขปัญหา “หนี้กยศ.” โดยมองว่าเด็กนักเรียนที่กู้เงินกยศ.มาเรียนนั้น เพื่อต้องการโอกาสเข้าถึงการศึกษา แต่เมื่อจบมาแล้ว แทนที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับต้องมา “แบกหนี้กยศ.” อีก
ดังนั้น พรรคประชาชาติ ชูนโยบาย "0" หรือ Zero Dropout ขยายเรียนฟรีถึง ม.6 หรืออาชีวะ ล้างหนี้ด้วยการงาน โดยหากใครมีหนี้ กยศ. เสนอให้ "ทำงานพัฒนาท้องถิ่น" มาหักลบยอดหนี้แทนเงินสด ,ให้ดอกเบี้ยเป็นธรรม คือการผลักดันลดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับให้เหลือเพียงร้อยละ 0.5
สำหรับ “พรรคไทยก้าวใหม่” เสนอ นโยบายเร่งด่วนที่ชูว่า "ทำได้ทันที" ดูแลกันตั้งแต่ อาหารเช้าฟรีควบคู่อาหารกลางวัน สำหรับเด็กไทยทุกคนจนจบประถม
ยกระดับครูศูนย์เด็กเล็ก จากอาสาสมัคร เป็นอัตราจ้างที่มีเงินเดือนและสวัสดิการ , เด็กไทยต้องได้เรียนฟรีจนจบปริญญาเอก ปลดหนี้ กยศ. และทำโรงเรียนให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบาย “ เรียนฟรี ต้องฟรีจริง” เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝง ได้แก่ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ซึ่งเป็นภาระของผู้ปกครอง ส่งเสริมให้ท้องถิ่น ชุมชนมีส่วนร่วมในการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ให้งบประมาณที่เพียงพอ ไม่จ่ายรายหัว สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และกลุ่มเด็กขาดโอกาส
นอกจากนี้ 1ในนโยบาย “ไทยหายจน” ยังดูแล ให้เงินอุดหนุนมารดาและเด็กเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยเป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าทันทีตั้งแต่รับใบสูติบัตร ไม่ต้องพิสูจน์ฐานะ
รัฐสนับสนุนเงินออมให้กับเด็กไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 18 ปี เดือนละ 500 บาท เพื่อให้เด็กทุกคนมีเงินออม โดยเงินออมนี้ถ้าเก็บในบัญชีเงินออมโดยไม่ถอนจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษทุก 5 ปี ครั้งละ 10,000 บาท







