ในสถานการณ์ที่คับขัน แต่ไม่ได้หมายความว่า “พรรคเพื่อไทย” จะถอดใจ !
เพราะ “เพื่อไทย” วันนี้เดินมาไกล จากจุดเริ่มต้น แม้จะล้มลุก คลุกคลานมาบ้าง หลังเจอวิบากกรรมทางการเมือง ทำให้พรรคการใหญ่ที่เคยรุ่งเรือง จาก “ไทยรักไทย” มาอยู่ในสภาพที่ต้อง “ประคองตัว” ในพ.ศ.นี้ 2569
“แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ลูกสาวเจ้าของพรรคตัวจริง คือ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่แม้วันนี้จะยังอยู่ในระหว่างการรับโทษ จากคดี ชั้น 14 ที่เรือนจำคลองเปรม แต่ทุกความเคลื่อนไหวและความเป็นไปของพรรคเพื่อไทยล้วนอยู่ในสายตาของ ทักษิณ
แพทองธาร แม้จะเคยบอกว่า “พ่อ” ของเธอนั้น “ถอย” จนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว แต่นั่นอาจเป็นเพียงการส่งสัญญาณ ว่า “ถอย” เพื่อกลับมาเป็น “ผู้เล่น” ที่ไม่ใช่ตัวจริง หลังจากที่ “พรรคภูมิใจไทย” ถูกเลือกให้เดินเข้าทำเนียบฯไปทำหน้าที่ “รัฐบาล” ไม่ทันครบ MOA ที่ทำไว้กับ “พรรคปะชาชน”
พรรคเพื่อไทย ที่วันนี้ต้องลงสนามเลือกตั้ง และยังเจอกับแรงกดดันทางการเมือง เมื่อ “พรรคสีน้ำเงิน” พรรคอันดับ 3 กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวนำในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่การที่ เพื่อไทย มีแคนดิเดตนายกฯ คือ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” หลานชายของทักษิณ ย่อมประเมินได้แล้วว่า ทักษิณ สู้ต่อ ส่วนจะสู้ได้แค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องลุ้นกันช็อตต่อช็อต
อย่าลืมว่า ผลพวงจาก “คลิปเสียงอังเคิลฮุน เซน” ไม่เพียงแต่ทำให้ แพทองธาร ต้องหลุดจากเก้าอี้นายกฯมาแล้วเท่านั้น แต่ “ผลกระทบ” ที่เกิดขึ้นยังลากยาวมาจนถึงวันที่ผู้สมัครของพรรคลงไปหาเสียง ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบชายแดนไทย -กัมพูชา
อย่างไรก็ดี การหาเสียงยังมีจังหวะเวลาให้พรรคเพื่อไทย “ได้ลุ้น” กันต่อ จนกว่าจะเข้าโค้งสุดท้ายรวมทั้งเวลานี้ “ขั้วอนุรักษ์นิยม” หันไปถล่ม “พรรคประชาชน” จนทำให้ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯของพรรค หาเสียงทำคะแนนยากลำบากมากขึ้น
ล่าสุดวันนี้ แพทองธาร “นำสาร” จาก ทักษิณ ออกมาบอกกับ “สมาชิกพรรคเพื่อไทย” หลังจากที่เข้าเยี่ยมพ่อที่เรือนจำครองเปรม ว่า
“ พ่อได้ฝากข้อความถึงสมาชิกพรรค โดยขอให้ทุกคนรักษาความสามัคคี ไม่อยากให้มีความขัดแย้งหรือทะเลาะกัน เพราะความสามัคคีถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”
สาร จากทักษิณ ที่ส่งผ่านลูกสาวมาถึงสมาชิกพรรค ในวันนี้สถานการณ์ของพรรค ต้องต่อสู้เพื่อให้ตัวเองยังคงอยู่ในอันดับ Top 3 เกาะกลุ่มอยู่กับ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
เพื่อดับข่าวลือและการสำรวจจากโพลสำนักต่างๆที่สะท้อน “ความนิยม” ของพรรคสีแดงนั้นลดลง บ้างมีการประเมินกรณี “เลวร้ายที่สุด” ว่า เลือกตั้งรอบนี้ พรรคเพื่อไทย มีสิทธิ์จะกลายเป็น “พรรคต่ำร้อย” เอาเสียด้วย !
การต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งรอบนี้ นอกเหนือไปจากการคงอันดับ Top 3 เอาไว้ไม่ให้หลุดเฟรมจากนี้แล้ว เพราะไม่เช่นนั้น “อำนาจต่อรอง” ทางการเมืองที่อาจลดลง อาจไปสัมพันธ์กับความเป็นไปของทักษิณ หากไม่เหลืออำนาจและกลไกทางการเมืองในมือ !







