บทความ บทวิเคราะห์

แผ่นดินไทยสูญเสีย “แม่ของแผ่นดิน” พระราชินี พระพันปีหลวง บทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจที่ฝากไว้กับแผ่นดิน

แชร์ข่าว

และแล้ววันที่ปวงชนคนไทยไม่อยากได้ทราบข่าวก็มาถึง กับการจากไปอย่างไม่มีวันหวงกลับของบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ

ทั้งนี้สำนักพระราชวัง ได้ออก ประกาศ แจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่ประจักษ์ในพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้นำในการสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ นำมาซึ่งรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวอย่างพระราชกรณียกิจทางด้านเศรษฐกิจที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้กับประชาชนคนไทย

1. "ศิลปาชีพ": มรดกทางภูมิปัญญา สู่เศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง

หัวใจสำคัญของพระราชกรณียกิจทางเศรษฐกิจคือ "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริที่จะช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ชนบทที่ประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนอาชีพเสริม หรือขาดรายได้ในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว

• เปลี่ยนภูมิปัญญาเป็นรายได้: ทรงส่งเสริมและฟื้นฟูงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่เกือบจะสูญหายไป เช่น การทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย การปั้น การจักสาน เครื่องเงิน เครื่องถม ฯลฯ โดยได้ทรงจัดหาครูผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้ และทรงรับซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

• สร้างงาน สร้างอาชีพ: ศิลปาชีพได้กลายเป็นอาชีพเสริมและอาชีพหลักที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ครอบครัวเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีพอยู่ในถิ่นฐานของตนเองได้ ไม่ต้องละทิ้งที่นาไร่สวนเพื่อไปหางานในเมือง

• มูลค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม: ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ซึ่งช่วยยกระดับสินค้าไทยและนำรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

2. การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตเกษตรกร: รากฐานของประเทศ

ทรงตระหนักดีว่าเกษตรกรเป็นกำลังหลักของประเทศ จึงทรงมีพระราชดำริและโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงในอาชีพการเกษตร

• อาชีพเสริมเพื่อความอยู่รอด: ทรงส่งเสริมให้ชาวนาชาวไร่มีอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำนาทำไร่ตามฤดูกาล เพื่อให้มีรายได้ตลอดปี ไม่ต้องเป็นหนี้สินและไม่จำเป็นต้องขายที่ดินทำกิน

• โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ: ทรงจัดตั้ง "โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์" ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เป็นธนาคารอาหารชุมชน และเป็นพื้นที่ให้ผู้ยากไร้หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ได้เข้ามาทำงาน มีรายได้ และเรียนรู้การทำเกษตรแบบยั่งยืน

• การจัดการทรัพยากรน้ำและป่าไม้: แม้จะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก เช่น โครงการ "ป่ารักน้ำ" หรือการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำฝนแต่เพียงอย่างเดียว

พระราชกรณียกิจทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อเป้าหมายในการสร้าง "เศรษฐกิจมั่นคงทรงปลูกฝัง" ด้วยหลักการที่ว่า

• พึ่งพาตนเอง: เน้นให้ประชาชนสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ในระดับพื้นฐาน

• ภูมิปัญญาท้องถิ่น: เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำมาสร้างสรรค์เป็นอาชีพและผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์

• ความยั่งยืน: สร้างอาชีพที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสามารถสืบทอดไปสู่ลูกหลานได้

พระราชกรณียกิจทางเศรษฐกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจมหภาค แต่เน้นที่ "คน" คือการสร้างรากฐานชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ และมีศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคงของประเทศชาติอย่างแท้จริง

“น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” ถวายความอาลัย พระองค์ทรงสถิตอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดตราบนานเท่านาน

ข่าวแนะนำ