ชีพจรลงเท้าส่งท้ายปีเก่า กว่าจะกลับมาทำหน้าที่ “ป้อนข่าว” เป็นปกติธุระ ก็ก้าวข้ามพุทธศักราช 2569 มาหลายวัน ดีที่ยังทันให้ “บารอน” สวัสดีปีใหม่กับผู้อ่าน “สยามรัฐออนไลน์”และ ขออวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดไว้ขอให้สมดังใจปรารถนาทุกประการ
กำหนดวันเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ที่นี่ บารอน มองดวงดาวบนกระดานโหราจารย์ เกิดความกังวลใจลึกๆ ทั้ง ศึกสงครามชายแดน และ สงครามเลือกตั้งภายใน ไม่น่าจะราบรื่น จากการโคจรของดวงดาว ดาวเสาร์จรเดินหน้าสู่ราศีมีน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ แต่ แผ่อิทธิพลมาถึงราศีมีน ที่มีดาวศุกร์เดิมของดวงเมืองสถิตอยู่ ปัญหาเส้นแบ่งเขตชายแดนไทย-เขมรจะยังไม่สงบ อยากที่จะจบลงง่ายๆ
เสาร์ไปเจอศุกร์ เป็นดาวคู่ศัตรูใหญ่ การเลือกตั้งจะมีเรื่องเงินๆทองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง อยากที่จะเลี่ยงการฟ้องร้อง สอดคล้องกับ ดาวพุธจรโคจรเข้ากุมภ์ที่ดาวราหูจรสถิตย์รออยู่ก่อนแล้ว พุธกับราหู เป็นอีกดาวคู่ศัตรูใหญ่ ที่ให้ความหมายถึงคดีความ และ การทะเลาะเบาะแว้งกันรุนแรง
ที่น่ากังวลที่สุด อาจทำให้การเลือกตั้งสะดุด คือการพบกันระหว่างดาวจร ดาวอาทิตย์ กับ ดาวอังคาร โหราจารย์ให้ความสำคัญ ดาวคู่ศัตรูใหญ่อีกคู่ ในราศีมังกร เรือนกัมมะของดวงเมือง เป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่จะกระทบการเลือกตั้ง ถึงขั้นเป็นโมฆะ
อะไรไม่ว่า วันอาทิตย์ เป็นวันโลกาวินาศ
ดวงดาวยังไม่ทันได้แสดงอิทธิฤทธิ์ เหมือนฝนตกใหญ่มรสุมก็ตั้งเค้าดำทมึนรอท่า คือ การถอนตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ของ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ในนามพรรคประชาชน หลังจากผ่านการพิจารณาคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จนได้รับเบอร์เลือกตั้งประจำตัวแล้วด้วย
ตามกติกาเป๊ะๆที่ปฎิบัติกันมาถือว่า ห้ามถอนตัวสมัครรับเลือกตั้งแล้ว แม้จะเสียชีวิตก็ต้องเว้นเบอร์ไว้ หากมีผู้กาเบอร์นี้ ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย
นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ถูกดำเนินคดีให้ข้อหาฟอกเงิน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์จากบริษัทที่มีเงินหมุนเวียนกว่าสองหมื่นล้านบาท โดยไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเป็นรายได้จากอะไร รูปคดีไปถึงขั้นขอฝากขังระหว่างสอบสวน โดยไม่ได้รับการประกันตัวอีกต่างหาก
แทนที่ พรรคประชาชน จะร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้วินิจฉัยว่าจะส่งผู้สมัครเลือกตั้งคนใหม่แทนคนเก่าได้หรือไม่ ดันผ่าให้ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ลาออกจากสมาชิกพรรค แล้วส่งให้ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.เก่าในพื้นที่เขตเลือกตั้ง กทม.33 ลงสมัครแทนทันที
อะไรไม่ว่า กกต.กทม. ไม่รอถาม กกต.ใหญ่ ให้ได้ใจความกระจางชัดเสียก่อน เปิดรับสมัครแทนทันที
ก่อนวันสิ้นปีเก่า วันที่ 30 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ 7 อรหันต์ กกต. ประชุมด่วนวินิจฉัย เห็นควรให้สมัครแทนได้ 4 เสียง และ ไม่เห็นด้วย 3 เสียง เพียงแต่ ยังไม่กล้าประกาศมตินี้ออกมา
เพราะว่า ต้องมาเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน ใครเห็นชอบ เห็นไม่ชอบอย่างไร เกรงว่าหากผิดพลาดพลั้ง จากการร้องเรียนไปยังศาลฎีกาเลือกตั้ง จะถูกกล่าวหาว่าปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ถึงบรรทัดนี้ บารอน ยังไม่เห็น มติ 4 ต่อ 3 ของ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งๆที่วันพุธที่ 7 นี้ เป็นเดทไลน์ที่ กกต. ต้องประกาศรับรองผู้สมัครเลือกตั้งผู้แทนราษฎรทั้งประเทศอยู่แล้ว
ประเทศไทย นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง พ.ศ.2475 ให้เป็นระบอบประชาธิปไตย จัดให้มีการเลือกตั้งมานับครั้งไม่ถ้วน ล้วนแล้วแต่ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครเลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระทั่งผู้สมัครเลือกตั้งเสียชีวิต ยังต้องเว้นไว้ ให้ผู้ลงคะแนนเป็นบัตรเสีย
เพิ่งจะมีรัฐธรรมนูญ 60 ที่ถูกดูแคลนว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ ด้อยค่าว่าเป็นต้นไม้มีพิษฉบับนี้เท่านั้นแหละ ที่ยกเว้นให้ตายแล้วเปลี่ยนตัวได้
อยากให้ 4 กกต. ที่เห็นว่าสมัครแทนได้ ไปอ่านเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอีกทีดีกว่าไหมครับ








