สมพระเกียรติ รำลึก 129 ปี ร.5 เสด็จฯเยือนสวีเดน ชาวไทย ชาวสวีเดน จุฬาฯ ร่วมจัดงานยิ่งใหญ่
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ชาวไทยและคนสวีเดนกว่า 400 คน ร่วมน้อมรำลึกในวาระครบรอบ 129 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองบิสพ์เกอร์เดน เทศบาลรากุนดา ณ อาคารพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดยในช่วงเวลา 10 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น เอกอัครราชทูตอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และข้าราชการ เดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน โดยมีนายอันตอน แฮมเมอร์ (Anton Hammar) นายกเทศมนตรีเมืองรากุนดา ให้การต้อนรับ
ด้านคณะผู้จัดงานหลัก ได้แก่ สมาคมเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ วัดปิยธรรมาราม สมาคมนักธุรกิจฟอร์ส ชุมชนเมืองรากุนดาและใกล้เคียง ชาวไทยและสวีเดน รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สถาปนาโดยรัชกาลที่ 5 ได้ส่งคณะดุริยางค์มาร่วมด้วย
เมื่อได้เวลา ทุกคนพร้อมใจถวายความเคารพ วางพวงมาลาและช่อดอกไม้ที่หน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่ตั้งของศาลาไทยแห่งเดียวในราชอาณาจักรสวีเดน
หลังจากพิธีอันสำคัญเสร็จสิ้น วงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์ หรือ ChulaThaiYO (จุฬาไทยโย) พร้อมคณะอาจารย์ร่วม 40 ชีวิตที่บินลัดฟ้ามาร่วมงานได้เริ่มเปิดการแสดงบนเวทีที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ
โดยวง ChulaThaiYO ได้โชว์การแสดงทั้งหมด 7 ชุด ได้แก่ โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์, ระบำเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, เพลงลาวแพน, รำมโนราห์บูชายันต์ การแสดงชุดประเพณีไทย และบทเพลงร่วมสมัย รวมถึงการร้องเพลงพื้นถิ่นของสวีเดน บรรเลงผ่านดนตรีไทยที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับโอกาสนี้ พร้อมชักชวนผู้มาร่วมงานลุกขึ้นเต้นและร่ายรำด้วยกันอย่างสนุกสนาน สร้างความประทับใจให้แก่ชาวไทยและชาวสวีเดนเป็นอย่างมาก
พระชัชใช ศุภจาโร ประธานสงฆ์วัดปิยธรรมาราม และเป็นพระธรรมทูตฝ่ายต่างประเทศผู้เป็นหลักในการจัดงาน เล่าถึงการนำวงจุฬาไทยโยมาร่วมงานว่า มีจุดเรื่มต้นจากการเข้าไปหารือกับ ศาสตราจารย์ ดร.สถิรกร พงศ์พานิช ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 พร้อมแนวคิดที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
“สิ่งที่อาตมาคาดหวังไว้คือ อยากให้รอยเสด็จประพาสในครั้งนั้น ยังคงอยู่ในใจของทุกคน ทรงทำเพื่อประชาชน และนำความเจริญจากสิ่งที่ทรงศึกษาจากต่างประเทศมาปรับใช้กับคนไทย ซึ่งเราควรต่อยอดให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ความรู้ และภูมิปัญญาต่างๆ อยากจะให้ตรงนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยว ให้เป็นที่ปักหมุดของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชมมาศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมไทย และอยากให้จุฬาฯ เป็นแม่งานใหญ่ไปด้วยกัน ”
ด้านนางสมปอง ไชยเกิด ประธานดำเนินงานจากสมาคมเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจที่งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ที่คนไทยมารวมตัวกัน มีความรักความสามัคคี เลยทั้งดีใจและตื้นตันใจที่งานออกมาดี หายเหนื่อยเลยค่ะ ที่เห็นทุกคนมีความสุข ได้กราบเสด็จพ่อ ร.5 ร่วมกัน เด็กๆ และอาจารย์จากจุฬาฯ ที่มาแสดงก็น่ารักมาก โชว์ได้ตื่นตาตื่นใจ ดูแล้วยิ่งใหญ่กว่าทุกปี อยากให้มาอีกค่ะ”
ยังมีคนสำคัญเป็นหลักในการทำงานอีกคนคือ แพร เอ็ดวาลล์ ( Mr.Per Edvall) จากสมาคมนักธุรกิจฟอร์ส บอกว่า งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสถานที่แห่งนี้
“วันนี้สมบูรณ์แบบมากครับ มีผู้คนมาร่วมงานเยอะมาก และกลุ่มคนที่เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสร้างศาลาหลังนี้ก็มาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้พบปะกับผู้คนที่ทำงานร่วมกับโปรเจกต์นี้มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ถือเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ ครับ"
เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังชมการแสดงของวงจุฬาไทยโย คุณแพรร้องว้าวทันที
”มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากที่ทางจุฬาฯ ได้เดินทางมายังหมู่บ้านอูตาเนเด (Utanede) ในประเทศสวีเดน และได้มาแสดงสิ่งที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นไปได้ แต่มันดีมาก ๆ รู้สึกยินดีและมีความสุขมากที่สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นครับ"
แพร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า "ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับงานนี้ครับ ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยงาม และผมอยากเห็นมันเติบโตและพัฒนาต่อไปในอนาคต ผมหวังว่าพวกเราจะสามารถร่วมมือกันทำให้สำเร็จได้จริง ๆ "
สำหรับบรรยากาศภายในงาน เป็นไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม นอกจากการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทยแล้ว ยังมีการออกร้านของคนไทยในสวีเดน จำหน่ายอาหารและขนมไทย ผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกให้เลือกจับจ่ายกันอย่างคึกคัก
….
หากย้อนรำลึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความผูกพันของคนไทยที่นี่ ต่อพระมหากษัตริย์ไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก โดยเวลานั้น ทรงตั้งพระทัยที่จะเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักและรัฐบาลยุโรป ศึกษาความก้าวหน้าด้านการบริหารประเทศ การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนทรงแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความเป็นชาติเอกราชของสยาม นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศ
ด้วยเหตุนี้ คนไทยในประเทศสวีเดนจึงน้อมสำนึกในพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ทรงทำเพื่อคนไทย จึงพร้อมใจกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
#สวีเดน #ไทย #ในหลวงรัชกาลที่5 #เสด็จฯเยือนสวีเดน #จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย








