'หมอเจตน์'ชี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง เชื่อกม.ทำแท้งลดปัญหาท้องไม่พร้อมและอันตรายจากแม่ตั้งครรภ์

วาไรตี้27 ม.ค. 2564 • 07:36 น.
'หมอเจตน์'ชี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง เชื่อกม.ทำแท้งลดปัญหาท้องไม่พร้อมและอันตรายจากแม่ตั้งครรภ์
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ระบุว่า... 25 มค.64 เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการทำแท้งในหญิงไทย วุฒิสภาเห็นชอบร่างพรบ.ป.อาญา แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา301และมาตรา 305ที่ใช้กันมา64ปี เนื่องจากศาลรธน.วินิจฉัยว่าม.301ขัดรธน.60 จึงต้องแก้ไขให้เสร็จภายใน360วันคือก่อน12 กพ.64 วุฒิสภาพิจารณา3วาระแล้วเห็นชอบโดยไม่มีการแก้ไข ส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์มีสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ก่อน12สัปดาห์และแพทย์ไม่มีความผิด ส่วนครรภ์12สัปดาห์ถึง20สัปดาห์ ต้องตรวจและรับคำปรึกษาจากแพทย์และวิชาชีพอื่นอื่นก่อนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รมว.สธ.ประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและ5กระ ทรวง คือสธ. ศธ. พม. มหาดไทย และแรงงาน ครรภ์เกิน20สัปดาห์ ถ้าแพทย์เป็นผู้ยุติการตั้งครรภ์ต้องมีข้อบ่งชี้ว่าถ้าตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่ออันตรายทางกายหรือทางจิตใจ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะผิดปรกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง หรือหญิงยืนยันว่ามีการ กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ เป็นการให้สิทธิแก่หญิงตั้งครรภ์อันถือว่าเป็นสิทธิตามรธน.ที่มีมาก่อนสิทธิของทารกในครรภ์และเป็นสิทธิที่จะกระทำหรือไม่กระทำต่อร่างกายตนเองได้ การพิจารณาของสว.ใช้หลักในการพิจารณาใน5มิติ คือสาธารณสุข ศีลธรรม(ในบริบทที่ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ) สิทธิเสรีภาพ ความรู้สึก และมิติทางกฎหมาย หลังจากกม.มีผลบังคับใช้ หญิงตั้งครรภ์จะมีสิทธิเสรีภาพเพิ่มขึ้นเท่ากับสิทธิของทารกที่จะเกิดมา อาจจะเรียกร้องกับแพทย์มากขึ้น จึงต้องมีแพทย์รับทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ในรพ.ของรัฐ ถ้าไม่มีหรือไม่ทำคงต้องหาทางส่งต่อให้กับรพ.เอกชนหรือคลีนิกที่รับทำต่อไป เพราะในกม.ไม่ได้เขียนบังคับแพทย์เอาไว้ มีผลให้สิทธิของหญิงตั้งครรภ์ในไทยทัดเทียมกับประเทศตะวันตก แม้แต่สวีเดนยังให้สิทธิหญิงตั้งครรภ์ที่จะยุติการตั้งครรภ์ไว้แค่18สัปดาห์ถ้า18-22 สัปดาห์ต้องขออนุญาตต่อNational Board of Health and Welfareด้วยซ้ำ แต่หลังกม.มีผลบังคับใช้ ไม่คิดว่าส่งผลต่อการขายยาแท้งon-line หรือลดอัตราการทำแท้ง แต่เห็นว่าคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแห่งชาติ น่าจะนำพรบ.นี้ไปใช้ร่วมกับพรบ.ตั้งครรภ์วัยรุ่น โดยเฉพาะการสอนเพศวิถีศึกษาภาคบังคับในทุกโรงเรียนและอุดมศึกษา ตามกม.ตั้งครรภ์วัยรุ่น จะทำให้ปัญหาท้องไม่พร้อมและอันตรายของแม่จากการตั้งครรภ์น่าจะลดลงในระยะยาวครับ
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เพจเฟซบุ๊ก นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์