'ซินแสภานุวัฒน์'ฟันธงม็อบกันยาปลุกไม่ขึ้น ภาพรวมบ้านเมืองปัญหาใหม่-เก่าประเดประดัง

วาไรตี้6 ก.ย. 2563 • 03:00 น.
'ซินแสภานุวัฒน์'ฟันธงม็อบกันยาปลุกไม่ขึ้น ภาพรวมบ้านเมืองปัญหาใหม่-เก่าประเดประดัง
นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก เรื่องคำพยากรณ์ภาะรวมบ้านเมือง ประจำเดือนกันยายน2563 ระบุว่า ... คำพยากรณ์ภาพรวมบ้านเมืองประจำเดือน กันยายน 2563 ช่วงระหว่าง วันที่ 7 ก.ย.63 - 7 ต.ค.63 เป็นเดือน 8 คือเดือนระกาธาตุไม้ (乙 酉) ในปีชวดธาตุทอง ____________________________________________ *** สภาวะการณ์ของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจโดยทั่วไป ในช่วงระหว่างเดือน *** ซึ่งก็จะเป็นเดือนที่ "พายุฝนเริ่มตั้งเค้า ปัญหาใหม่เก่าจะถูกขุดคุ้ยประเดประดังเข้ามา ก็จะเป็นเดือนที่มักจะมีเหตุการณ์ที่เรียกว่ามีการร้องแรกแหกกระเชอ ตีฆ้องร้องป่าวในเรื่องที่ได้มีการฟื้นฝอยหาตะเข็บออกมา" ซึ่งก็จะเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยจะดี ที่เคยมีการกระทำและมีการหมกเม็ดซุกซ่อนเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งก็จะมีเรื่องราวที่ดูแล้วไม่ค่อยชอบมาพากลที่จะเริ่มมีการวางแผนว่าจะกระทำการในด้านที่ไม่ค่อยดีต่อไปในอนาคต ส่งผลทำให้มักจะมีปัญหาจุกจิกหยุมหยิมเกิดขึ้น จนทำให้ทุกคนทุกฝ่ายในสังคมเกิดความเครียด มีความสับสนวุ่นๆวายๆ ต่อข่าวคราวที่มีการแพร่กระจายออกมา อีกทั้งผู้ที่กระทำก็มีจุดมุ่งหมายหมายเพื่อที่จะสร้างเรื่องที่ทำให้เกิดสถานการณ์อันเลวร้าย แล้วส่งผลทำให้เกิดกระแสจนมีการบานปลายใหญ่โตออกไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เพื่อมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองทั้งในปัจจุบันและต่อไปในภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายที่ไม่ดีที่มีเป้าหมายที่มุ่งร้ายจะโจมตีทำลายบ้านเมืองอยู่แล้ว หรือฝ่ายที่ในอดีตเคยร่วมงานอยู่ในฐานอำนาจของบ้านเมือง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมีการหลุดพ้นออกไปจากอำนาจ ในจิตใจลึกๆจึงมีความไม่พอใจอยู่ หรือเกิดจากกลุ่มภายในกันเองที่อกหักไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ซึ่งเรามักจะพบกับความเป็นจริงในสังคมโลกที่มีการกล่าวไว้ว่า เมื่อคนเราเพิ่งที่จะมาคบหากันมารู้จักพบปะกัน หรือเริ่มที่จะมารักกันใหม่ๆ ต่างฝ่ายต่างก็มีความมานะพยายามที่จะเอาอกเอาใจให้อีกฝ่ายพอใจ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ เอาแต่สิ่งดีๆให้แก่กันและกัน อีกทั้งก็มักจะมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน ชนิดที่เรียกว่า "ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้" แต่ทว่าเมื่อแต่ละคนต่างได้สมประโยชน์ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว หรือเกิดการเบื่อหน่ายเมื่อได้พบกับคนใหม่ สิ่งใหม่ๆ ก็เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลง มองคนใกล้ตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยมีคุณค่าในสายตา ไม่ให้ความสำคัญต่อกันเหมือนก่อน จึงทำให้นิสัยและความต้องการที่แท้จริงที่ต่างฝ่ายต่างมีการเก็บกดเอาไว้ ก็จะค่อยเริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่ไม่ทำให้คนอื่นที่อยู่รอบๆ ตัวหรือสังคมส่วนรวมเดือดร้อนตามไปด้วย ก็พอที่จะปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านไปได้หรือถ้าเป็นเรื่องที่ไม่หนักหนาสาหัสมากจนเกินไปนัก ถ้าพอที่จะให้อภัยกันได้ก็จงอภัยแก่กัน แต่ถ้าบางเรื่องนอกจากจะทำให้เกิดการเสียหายส่วนตัวยังไม่พอ ยังส่งให้มีผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมอีก ก็อยู่ที่คนมีอำนาจจะตัดสินใจที่จะกระทำอย่างไร แต่ก็ไม่ควรที่จะปล่อยเรื่องให้มีความชักช้ามากจนเกินไปนัก เพราะว่าถ้าทิ้งเรื่องราวเอาไว้นานจนเกินไป ก็จะยิ่งเกิดการเสียหายมากขึ้นไปเรื่อยๆ ชนิดที่ยากต่อการแก้ไข คนในสังคมก็จะเริ่มมีการวิจารณ์และออกมาพูดจากระทบกระเทียบเปรียบเปรย มีการคุ้ยเขี่ยให้เรื่องราวที่ไม่ดีให้สังคมได้รู้มากขึ้นไปเรื่อยๆ *** อีกทั้งถ้าหากว่าไม่มีการจัดการที่ถูกต้องและให้ดี เรื่องราวต่างๆก็จะยิ่งบานปลายออกไป จนมีการวิพากษ์วิจารณ์และเกิดการกระทบกระทั่งกันในสังคม ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในกลุ่มคนมีอำนาจว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ *** จึงควรที่จะมีการออกมาแจกแจงบอกให้คนในสังคมส่วนรวมได้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และถ้าหากมีการพบว่าคนไหนมีการทุจริตคอรัปชั่น มีการกระทำที่ไม่ดีไม่ถูกต้องชอบธรรม *** เสมือนหนึ่งนิ้วไหนร้ายก็ควรตัดทิ้งไปเสีย ก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นเนื้อร้าย เป็นมะเร็งที่จะเกิดการลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย จนแทบที่จะหมดหนทางในการเยียวยารักษาได้ *** ซึ่งถ้าหากว่ามีการจัดการดำเนินงานให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดลงไป และตั้งอยู่บนความถูกต้องชอบธรรม ทุกเรื่องทุกราวที่เกิดขึ้นเพราะเกิดจากมีการจุดประเด็นขึ้นมา ก็จะค่อยๆมีการสรุปจบลงไป ได้ด้วยความเรียบร้อย ทางด้านเศรษฐกิจการเงินของมหภาคในภาพรวม ในระยะนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ดีมากนักก็ตาม แต่จากการที่ภาครัฐได้มีการออกนโยบายมากมายหลายๆด้าน มาใช้ในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อเป็นการพยุงผลักดันภาคธุรกิจ และช่วยเหลือประชาชนในแทบทุกๆ ด้านถึงแม้จะไม่ดีมากนักก็ตาม แต่ก็ยังมีส่วนส่งผลทำให้ทุกคนทุกฝ่าย ก็ยังคงสามารถที่จะประคองตัวกันไปได้เรื่อยๆเป็นส่วนใหญ่ *** อีกทั้งแม้จะมีม็อบออกมากวนเมือง เพื่อที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดการระส่ำระสายจนถึงขั้นที่จะทำให้เกิดการทะเลาะขัดแย้งยุ่งเหยิงก็ตาม *** แต่จากการที่ภาคประชาชนส่วนใหญ่ต่างก็รู้เท่าทันกันหมดและเบื่อความวุ่นวายที่จะมีตามมาอีก และก็ไม่อยากให้บ้านเมืองต้องย้อนกลับสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนในอดีต จึงไม่อยากที่จะออกมาร่วมชุมนุมด้วย ซึ่งก็มีส่วนส่งผลทำให้กระแสของม็อบต่างๆที่มีการปลุกระดมขึ้นมามักจะปลุกไม่ค่อยขึ้น หรือถ้ามีขึ้นมาบ้างก็มีเพียงเล็กน้อยไม่ได้เป็นไปดั่งที่กลุ่มม็อบและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังต้องการมากนัก ส่วนเรื่องของโรคระบาดโควิด 19 ก็ยังคงต้องระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่าให้การ์ดตกเพราะช่วงนี้อาจมีข่าวคราวให้เกิดความหวาดวิตกเหมือนช่วงที่ผ่านมาได้ อีกทั้งในระยะนี้ก็เป็นช่วงฤดูมรสุม ที่ดินฟ้าอากาศมักจะมีความผันผวนปรวนแปร เปลี่ยนแปลงไม่แน่ไม่นอนเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ก็ขอให้ระวังภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ โดยเฉพาะทั้งลมและฝนที่อาจจะก่อตัวทำให้มีน้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ ดังนั้นการที่จะเดินทางไปไหนมาไหนไม่ว่าใกล้หรือไกล ต้องขอให้อย่าตั้งตัวอยู่บนความประมาทจะเป็นการดีที่สุด ควรติดตามดูสภาพของดินฟ้าอากาศให้ดีเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดการสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เพจ ซินแส ดร.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล