ดนตรี/วรรณากร
แม้อยู่ในวัย 27 ปีแล้ว แต่ “เจมส์ สมิธ” (James Smith) ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขายังคงเป็นหนุ่มน้อยอายุ 15 ปี ที่ขึ้นเวทีประกวดของรายการ Britain's Got Talent ในปี 2557 และทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ จนกระทั่งกลายเป็นนักร้องดาวรุ่งที่ใครๆ จับตามอง
ในวัย 16 ปี เขาได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่อย่าง โซนี่ มิวสิค (Sony Music) หลังจากนั้นอีก 2 ปีก็ย้ายไปอยู่กับ เวอร์จิน อีเอ็มไอ (Virgin EMI) แม้ว่าจะมีเพลงที่ดังอย่างถล่มทลายอย่าง “Tell Me That You Love Me” แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ตัดสินใจเลือกความอิสระแทนแรงกดดันที่ได้รับจากการเป็นศิลปินมีสังกัด
ก่อนโลกเผชิญหน้ากับสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด เจมส์ สมิธ ก็กลายเป็นศิลปินอิสระอย่างเต็มตัว และเขาต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ก่อนจะมีอัลบั้มอย่างสมบูรณ์แบบชุดแรกชื่อว่า Common People (2567) และเพิ่งมีผลงานล่าสุดซึ่งเป็นผลงานชุดที่ 2 คือ Golden Age ออกมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา
สมิธเกิดในครอบครัวพ่อค้า เติบโตในย่านอีสต์เอนด์ของลอนดอน หัดเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ชื่นชอบเพลงรุ่นเก่า โดยเฉพาะเพลงโซล มีไอดอลประจำใจชื่อว่า จอห์นนี แคช, ฟลีตวูด แม็ค, โอติส เรดิง, สตีวี่ วอนเดอร์, นีน่า ซีโมน ไปจนถึง เปาโล นูตินี่ และ จอห์น เมเยอร์
ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เพลงของเขามีรากฐานเพลงโฟล์คและโซลที่หนักแน่นและเด่นชัดมาตลอด รวมทั้งอัลบั้มใหม่ล่าสุดของเขาด้วย แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากผลงานที่ผ่านมาก็คือ เขาก้าวออกจากกรอบการใช้เสียงดนตรีแบบอะคูสติกเป็นหลัก ไปสู่การใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้า และเติมสีสันของเพลงบริตป็อปรุ่น 90 เข้ามาด้วย กลายเป็นอัลบั้มที่มีทั้งโซล, บลูส์, โฟล์ค, ร็อค และบริตป็อป
แน่นอนว่าเพลงที่อ่อนหวานนุ่มนวลอย่าง “My Angels” ซึ่งปรากฏตัวในฐานะเพลงโปรโมตผลงานใหม่ คือเพลงที่โดดเด่นและทำให้คนฟังชื่นชอบได้ไม่ยาก แต่ยังมีเพลงอื่นๆ ที่ดึงความสนใจได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น “Jesus Is A Woman” เพลงอินดี้ร็อคลูกผสมที่เต็มไปด้วยเสียงสับกีตาร์และเสียงเดินเบสที่ดุดัน, “Dancing With You (Baby)” เมื่อบลูส์ผสมกับอินดี้ป็อป หรือเพลงเปิดอัลบั้มอย่าง “Electric Eyes” ที่มีกลิ่นอายของวงโอเอซิส (Oasis) อย่างชัดแจ้ง ขณะที่ “For You, My Love” บ่งชี้ได้ว่า จอห์น เมเยอร์ มีอิทธิพลต่อเขามากเพียงใด
ในภาพรวมแล้ว อัลบั้ม Golden Age ของสมิธ ไม่ได้เป็นเพียงภาพสะท้อนช่วงเวลาที่ดีงามของการได้ทำเพลงแบบที่อยากทำ แต่ยังทำให้ได้เห็นว่า เมื่อศิลปินเก่งๆ ได้อิสรภาพนั้น พวกเขาสามารถเติบโตได้ดีเพียงใด
ขอบคุณภาพจาก : Facebook / James-Smith, www.jamessmithofficial.com








