นักประวัติศาสตร์ดึงสติแสวงหาความจริงต่อสถาบัน อย่าให้ร้ายอย่างโง่เขลา
นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความระบุว่า
พระราชพิธี พิธีการ ธรรมเนียมปฏิบัติ แม้มิได้ถูกสอนหรือให้มีในแบบเรียนของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งแต่ ประถม มัธยม ไปจนถึงอุดมศึกษา ก็มิได้จะหาความรู้เรื่องราวเหล่านี้อย่างยากเย็นแต่ประการใดเลย ทุกวันนี้ก็มีผู้รู้ไม่มากก็น้อย และหนังสือที่ออกมาจากสำนักพระราชวัง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มากโขอยู่ ดังนั้นการจะว่ากล่าวอะไรหรือดีร้ายนำไปติฉินนินทาใส่ร้ายมันจึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะถ้าอ่านหนังสือภาษาไทยออกก็สามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย การไม่แสวงหาความจริงแล้วนำมาให้ร้ายต่อกันเป็นมิจฉาทิฐิ จะให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยว่าสติปัญญานั้นโง่เขลา บางรายไม่ละอายใจเสียเลยที่ไปฟังความเท็จจากคนอื่นมา แล้วยังมาให้ร้ายแบบใสซื่อ
สำหรับประเทศไทยแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่สังคมมาช้านาน มีอายุหลายร้อยปี สืบทอดโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และปรับเปลี่ยนเข้ากับยุคสมัย ถือเป็นสถาบันหลักที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วที่สุด ในสภาวะการณ์ต่างๆ รวมถึงการต่างประเทศด้วย
ดังนั้นความไม่เข้าใจอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีอคติจิตใจต่ำช้าก็นำพาความคิดไปในทางร้ายลงเหวดิ่งนรก
โบราณท่านเลยว่าจงแสวงหาความจริงก่อนที่จะเชื่อสิ่งใด สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เคยคิดร้ายต่อประชาชน สร้างสรรค์นำพาประโยชน์สุขมาอย่างยาวนาน