จับตาการเมืองเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ “ทักษิณ” กลับไทย 10 ส.ค.นี้

วาไรตี้27 ก.ค. 2566 • 17:21 น.
จับตาการเมืองเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ “ทักษิณ” กลับไทย 10 ส.ค.นี้

วันที่ 27 ก.ค. 66 รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน มาพร้อม รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กรณี ทักษิณ ชินวัตร ประกาศกลับเมืองไทย 10 ส.ค. หลายคนจับตามองว่าการเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า

พี่ตู่สัมภาษณ์หลายสื่อ สิ่งหนึ่งที่พูดออกมา ยังไม่มั่นใจว่าท่านทักษิณจะกลับมาด้วยซ้ำ?

จตุพร :   ตราบใดที่ไม่เห็นนายกฯ ทักษิณอยู่ที่สนามบินดอนเมือง ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อว่าจะกลับจริง เพราะตลอดท่านพูดว่าจะกลับบ้านนับสิบๆ ครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เกิน 20 ครั้งเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการประกาศของท่านนายกฯ ทักษิณทุกครั้ง ท่านไม่เคยทำตามคำประกาศแม้แต่เพียงครั้งเดียว ฉะนั้นในรอบนี้ ตราบใดที่ไม่เห็นตัวท่านนายกฯ ทักษิณตัวเป็นๆ ที่สนามบินดอนเมือง อย่าเพิ่งเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าเป็นอย่างพี่ตู่พูดว่าอย่าไปคาดหวังว่าใช่หรือเปล่า ถ้าไม่ได้กลับมาจริงๆ การที่ท่านประกาศว่าจะกลับมา 10 ส.ค. คิดว่าท่านประกาศเพื่ออะไร?

จตุพร : ณ วันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากระแสจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้ว ตระบัดสัตย์ ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน ขณะหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่จับมือพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และภูมิใจไทย รวมทั้งมีท่าทีว่าหลังรับไม้ต่อจากก้าวไกล ถ้าดำรงความมุ่งหมายเดิม 8 พรรค ผลลัพธ์ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากคุณพิธา จนเกิดกระแสมิ้นต์ช็อกไปช่วงที่ผ่านมา ความเชื่อต่างๆ ประชาชนก็ไปในทิศทางว่าจะข้ามขั้ว ข้ามขั้วก็ต้องแลกกับสิ่งที่เรียกว่าตระบัดสัตย์ มันใหญ่กว่า MOU นะ ทั้งเพื่อไทยและก้าวไกลต่างให้สัญญากับประชาชนว่าจะจับมือกับใคร ไม่จับมือกับใคร แม้แต่เรื่อง 112 ทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยพูดเหมือนกัน แต่คนไปจำเฉพาะส่วนของพรรคก้าวไกลเท่านั้น ท่ามกลางกระแสนี้ ไม่มีข่าวไหนมากลบหรือเฉลี่ยพื้นที่ข่าวได้ดีไปกว่าการกลับมาของนายกฯ ทักษิณ

จะบอกว่าโอกาสโหวตนายกฯ ครั้งต่อไป ถ้าจับขั้วข้ามขั้ว สังคมส่วนใหญ่จะรับไม่ได้ การที่ประกาศว่าคุณทักษิณจะกลับวันที่ 10 เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นเหรอ?

จตุพร : เป็นการเฉลี่ยในพื้นที่ข่าว เพียงแต่ว่าเรื่องตระบัดสัตย์ทางการเมือง ต่อให้ร้อยนายกฯ ทักษิณ ก็ไม่สามารถปิดความรู้สึกประชาชนในส่วนนี้ได้ ยกตัวอย่างในวันที่เพื่อไทยชนะแบบเบ็ดเสร็จ วันที่กระแสสูงสุด ท่านยังกลับมาไม่ได้ แต่วันนี้คนที่ไม่เอาท่าน ยังไงก็ไม่เอาอยู่แล้ว สิ่งที่เคยรักท่านก็มาหารสอง และไม่รู้ว่าจะหารไปอีกเท่าไหร่ วันเวลาที่การเมืองก็ไม่เบ็ดเสร็จ ความรักประชาชนก็สูญหาย ความชังยังคงที่ อยู่ดีๆ ท่านประกาศว่าจะกลับมา มันไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าการเดินเกมนี้เพื่อเดินเข้าสู่อำนาจรัฐเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่ามันต้องแลกกับการล้มละลาย เรื่องความน่าเชื่อถือ

จะบอกว่าเขามีการคุยกันไปแล้วเหรอ?

จตุพร : ถูกต้อง มันมาตั้งแต่เรื่องบัตรสองใบแล้ว เป็นกติกาที่พรรคเพื่อไทยถนัดที่สุด แล้วพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณท่านจัดให้ ต้องเอ่ยชื่อเลย แต่ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามคิด ที่ผิดแผนคือพรรคก้าวไกลมาแรงแซงโค้ง

ดีลก่อนเลือกตั้งเหรอ?

จตุพร :   ถูกต้อง อยู่ดีๆ บัตรใบเดียวที่ฝั่งซีกนั้นได้ประโยชน์สูงสุด ปรากฏว่ามาทำบัตรสองใบ ในกติกาที่พรรคไทยรักไทยเคยได้สูงสุด 377 แล้ววันนั้นเองการอำนวยการสร้าง เช่นพาผู้แทนไม่ให้ครบองค์ประชุม คนก็เห็นว่ามีคนตามหลังพลเอกประวิตรไปสระบุรีกันกี่คน ฉะนั้นมันเห็นร่องรอยมาตั้งแต่ตอนนั้น ผมจึงตั้งคำถามตอนที่มีปัญหากับนายกฯ ทักษิณว่า พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพลังประชารัฐหรือไม่ ถามทุกวัน จนกระทั่งมาสำแดงกันในโค้งสุดท้ายว่าจะไม่จับมือ แต่ท้ายที่สุดเมื่อกลับมาจับมือ การตระบัดสัตย์ก็มีให้เห็น ในพ.ค. ปี 2535 ผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมเป็นไม้สุดท้ายของเหตุการณ์นั้น ตระบัดสัตย์แม้ได้เป็น แต่อยู่ไม่ได้ อยู่ได้นานที่สุด 47 วัน ปัญหาว่าจะเดินไปครบ 47 วันเหมือนปี 35 หรือไม่

อาจารย์มองยังไง เรื่องคุณทักษิณกลับมา 10 ส.ค.?

ยุทธพร : ตกลง 10 เดือน กับ 10 ส.ค. อะไรมาก่อนกัน (หัวเราะ) 10 เดือนคือการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีการเสนอจากก้าวไกลให้รอ 10 เดือนให้สว.ชุดนี้หมดวาระ แต่การกลับมา 10 ส.ค. ของคุณทักษิณ ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อสูตร 10 เดือนเลยนะ ตรงนี้โอกาสที่คุณทักษิณจะกลับมา ณ วันนี้ไม่ให้เต็มร้อย แต่ไม่น้อยกว่า 50 คือ 50-50

พี่ตู่ไม่เชื่อ แต่ให้รอดูวันนั้น?

จตุพร :   ถูกต้อง เพราะท่านนายกฯ ทักษิณ โค้งสุดท้ายท่านเปลี่ยนใจเอาดื้อๆ และมีหลายกรณีที่เป็นตัวอย่างเรื่องการกลับบ้านของท่าน ปี 55 ผมตะขิดที่สุดคือศาลรัฐธรรมนูญอ่านคุณสมบัติของผม คล้ายๆ กรณีคุณพิธาแต่กรณีของผมคือถูกขัง แล้วไม่ให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง วันที่ 19 พ.ค. จัดงานครบรอบ 2 ปี ซึ่งกระแสเสื้อแดงตอนนั้นรุนแรงมาก นัดคนเป็นแสน ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 18 ก่อน 1 วัน ผมตะขิดตะขวงใจว่ามีเรื่องอะไร เพราะเขาเลือกอ่านวันที่ 10 ก็ได้ ให้งานมันผ่านพ้น ปรากฏว่านายกฯ ทักษิณบอกว่าพี่น้องเสื้อแดง พายเรือมาส่งผมแล้วไม่ต้องตามไป หลังจากนี้ผมไปเองแล้ว ภาษาโบราณเรียกว่าถีบหัวเรือส่ง ท่านพูดเสร็จผมไม่ได้ปราศรัย ท่านรีบโทรมาหาผมบอกว่าตู่ พี่กำลังจะได้กลับบ้าน ผมก็บอกถ้าอย่างนั้นที่ท่านพูดเมื่อกึ้คนตกใจ แต่เรื่องเล็กแล้วกัน ท่านจะได้กลับเมื่อไหร่ วีคหน้าเจอพี่ที่กรุงเทพฯ สุดท้ายก็ไม่ได้กลับ ตอนสุดซอยก็เหมือนกัน รบกันเกือบตาย เถียงกันหน้าดำหน้าแดง สุดท้ายก็ไม่ได้กลับอีกเหมือนกัน หลักคิดของนายกฯ ทักษิณ ที่บอกว่าจะกลับบ้านอย่างเท่ๆ ในช่วงที่ผ่านมา คือต้องการกลับมาและไม่ต้องการติดคุกแม้แต่เพียงวันเดียว ความเป็นจริง ท่านกลับมาได้ทุกวัน แต่ท่านกลัวเรื่องคุก เพราะก่อนออกนอกประเทศ ท่านก็เชิญผมและหลายคนไปให้ความเห็น ผมเป็นเสียงเดียวที่บอกว่าท่านนายกฯ ไม่ควรหนีออกนอกประเทศ ให้ท่านเดินเข้าคุกอย่างสง่างาม คุกจะเล็กกว่าท่าน ถ้าท่านติดคุก กระบวนการประชาธิปไตยจะแข็งแรงเป็นนิรันดร์ แต่ทุกเสียงเป็นส่วนใหญ่บอกว่าติดคุกวันเดียวก็ถูกฆ่าตายแล้ว ท่านก็เชื่อเสียงส่วนใหญ่และออกไป วันนี้ไม่มีใครคิดจะฆ่าท่านแล้วหรือไง ที่ท่านคิดจะกลับมา

ยุทธพร : ที่บอกว่า 50-50 เพราะวันนี้มีปัจจัยที่จะทำให้คุณทักษิณกลับมาได้ และมีเงื่อนไขด้วยในเวลาเดียวกัน ปัจจัยที่ทำให้คุณทักษิณกลับมาได้ เงื่อนไขแรกเป็นเงื่อนไขส่วนบุคคล วันนี้คุณทักษิณอายุ 74 แล้ว ฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัดของคุณทักษิณเอง สองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย ที่ผ่านมาจะเห็นว่าคุณทักษิณไม่ได้พูดครั้งแรกเรื่องการกลับบ้าน แต่นับตั้งแต่ปี 49 คุณทักษิณกลับมาแค่ครั้งเดียวและกลับมาช่วงสั้นๆ จากนั้นคุณทักษิณก็พูดมาตลอดแต่ทำไมไม่ได้กลับ เพราะการพูดคุยกับฝ่ายต่อต้านคุณทักษิณยังไม่ลงตัว แต่วันนี้ถ้าคุณทักษิณมีการบอกว่าจะกลับ ก็แสดงว่าต้องมีการพูดคุยที่ลงตัวแล้ว คุณทักษิณถึงจะกลับมาได้ ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมทางการเมืองต่างๆ มันเปลี่ยน อดีตคุณทักษิณอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในฝ่ายอนุรักษ์นิยม จะโดยชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่วันนี้คุณทักษิณคือเดอะเบสต์ช้อยส์ของฝ่ายอนุรักษ์นิยม คือดีกว่าพรรคก้าวไกลแน่นอน ขณะเดียวกันตัวคุณทักษิณก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน ความนิยมในตัวคุณทักษิณมันไม่เหมือนเดิม แม้รีแบรนดิ้งเป็นพี่โทนี่ แต่ท้ายสุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะความสำเร็จของคุณทักษิณที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ปี 2544 ด้วยเรื่องประชานิยม มีอายุอยู่ได้สัก 20 ปี อายุการใช้งานมีแค่นี้ ในอดีตพรรคกิจสังคมก็เคยพิสูจน์มาแล้ว ปี 2518 นโยบายผันเงินสร้างงาน ก็อยู่ได้ 20 ปี หลังจากนั้นพรรคกิจสังคมก็เสื่อมถอยลงไป เช่นเดียวกันกับพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย วันนี้เราเห็นบริบทการเมืองเปลี่ยน การเกิดขึ้นของพรรคก้าวไกลเป็นผลิตผลที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง วันนี้คุณทักษิณต้องกลับมาเพื่อฟื้นความนิยม ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ และเป็นการเดินหน้าต่อของเพื่อไทยและอนาคตของตระกูลชินวัตรในวันข้างหน้าด้วย แต่ก็มีเงื่อนไขเหมือนกันนะ เส้นทางคดีและความปลอดภัยของคุณทักษิณจะเป็นยังไง สองการจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยจะสำเร็จมั้ย ก็เลยบอกว่า 50-50

คดีของคุณทักษิณ ตอนนี้คือเท่าที่รู้ มี 3 คดีที่อายุความยังมีอยู่ คือคดีทุจริตโครงการหวยบนดิน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา สองคดีให้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้แก่เมียนมา 4 พันล้านบาท จำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา สามคดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ปฯ และเข้าไปมี่วนได้เสียในกิจการโทรคมนาคม จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา สี่คดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก จำคุก 2 ปีแต่ขาดอายุความ แล้วมีเรื่องคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ คดีอนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบิน อันนี้รู้สึกว่ายกคำร้องไปแล้ว?

ยุทธพร : นี่คือเส้นทางคดีที่คุณทักษิณต้องมาเจอ และมีเงื่อนไขว่าถ้ามาแล้วจะยังไง คุณทักษิณเข้ามาอาจถูกหลอกหรือเปล่า

จตุพร : ผมคิดเหมือนกัน

อยู่กับคุณทักษิณมากี่ปี?

จตุพร : 29 ปีเต็มๆ

พี่ตู่บอกว่าจริงๆ แล้วคุณทักษิณอาจถูกหลอก ถูกหลอกจากใคร?

จตุพร : การต้มทางการเมือง มันมีทฤษฎีอยู่ว่า ถ้าต้มตามความอยากจะประสบความสำเร็จ เช่นต้มว่าอยากกลับบ้าน อยากเป็นรัฐบาล อยากอะไรก็ต้มอย่างนั้น ฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกคนที่รู้จักนายกฯ ทักษิณ ก็รู้ว่าท่านมีคุณสมบัติอยู่อย่าง หูเบา ปากเร็ว การตัดสินใจหลากหลายครั้งก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดระยะเวลา

พี่พูดเหมือนน้อยใจอะไรบางอย่าง?

จตุพร :   ไม่ครับ ทุกคนที่รู้จักนายกฯ ทักษิณ ลองไปสอบถามเองจะรู้ว่านายกฯ ทักษิณจะหูเบามาก จะเชื่ออะไรถ้าถูกหลอก ของจริงจะไม่ค่อยเชื่อ ผมเคยพูดผ่านคนใกล้ชิดท่านว่านายกฯ ทักษิณร่ำรวยเกือบตาย แต่เลือกใช้ของก๊อป อะไรเป็นของปลอมเชื่อที่สุด ชอบที่สุด ผมเคยเตี๊ยมกับคนใกล้ชิดว่าเอามั้ย คนนึงพูดเท็จ คนนึงพูดจริง ให้นายกฯ ทักษิณเลือกเชื่อว่าท่านจะเชื่ออะไร ทุกคนก็บอกว่าท่านจะเชื่อความเท็จ ฉะนั้นครั้งนี้ทุกอย่างดูเสมือนง่ายไปหมด เสมือนว่าจะได้กลับบ้าน ดูเหมือนว่าจะได้กลับมาและได้เป็นนายกฯ ทั้งที่แพ้เลือกตั้ง ความนิยมจมหายไป อย่างที่ผมบอกว่าคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ เพราะสนช. และหลายคนเป็นวุฒิสภาชุดนี้ ไปแก้ไขกฎหมาย เขียนกฎหมายขึ้นมาใหม่ ว่าคดีทุจริตไม่มีอายุความก็เพื่อจัดการนายกฯ ทักษิณโดยเฉพาะ เห็นมั้ยวันนี้เขาเงียบกริบ ไม่มีใครออกมาพูดเลย ฝั่งต่อต้านระบอบทักษิณเกือบทั้งหมด มีน้อยนิดที่หลุดเสียงออกมาบ้าง ทุกคนก็นิ่งเงียบกันหมด และฝั่งที่เขายึดอำนาจจากนายกฯ ทักษิณ ไม่แสดงอาการต่อต้านเลย มิหนำซ้ำจะเข้ามาร่วมจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล ถึงขนาดที่ว่าถ้าคุณอุ๊งอิ๊งอยากเป็นเอง รวมคุณเศรษฐาที่อาจยากหน่อย เขาก็พร้อมโหวตให้ ทุกอย่างง่ายไปหมด ทั้งที่พลเอกประวิตรดำรงความมุ่งหมายมากนะ แต่ถ้าคุณอุ๊งอิ๊งอยากได้ เขาก็พร้อมให้แล้ว แต่หนึ่งทฤษฎีต้องให้ตระบัดสัตย์จะเสียศรัทธาประชาชน อาจมีกองเชียร์ที่เชียร์อยู่ แต่ประชาชนที่ดีงามจะหายไปเหมือนตอนสุดซอย สองต้องฆ่าเพื่อนด้วย ต้องจัดการพรรคก้าวไกล สามจึงเข้าไปมีอำนาจที่เต็มไปด้วยศัตรูคู่อาฆาตเดิมอยู่รอบตัวทั้งหมด การเข้าไปต้องสร้างความเชื่อ ที่ผมบอกว่าต้มตามความอยาก ท้ายที่สุดก็เป็นจุดจบของพรรคเพื่อไทย สิ้นสุดตระกูลชินวัตรทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

แล้วใครหลอก?

จตุพร : คนที่ไปคุยกับนายกฯ ทักษิณ นายกฯ ทักษิณรู้ดี (หัวเราะ) วันที่คุณแข็งแรงที่สุด คุณชนะเลือกตั้งเขายังไม่ยอม ณ วันนี้คุณอ่อนแอที่สุดแล้ว แล้วจะไปเชื่ออะไรเขา อย่างที่บอกว่ายืมมือมาจัดการพรรคก้าวไกล จะไปจัดการก้าวไกลได้ยังไง ก็เริ่มต้นด้วยการตระบัดสัตย์ ความเชื่อทางการเมืองมันหายไป ต้องสร้างความเชื่อที่เหนือกว่าถึงจะไปสู้ก้าวไกลได้ แต่นี่ตระบัดสัตย์ต่อคำพูดตัวเองว่าไม่จับมือกับพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ

จะบอกว่าเพื่อไทยโดนวางงาน?

จตุพร : เรียกว่าต้มตามความอยาก อยากอะไรเขาก็ต้มตามสิ่งนั้นแหละ เวลาเขาวางแผนทางการเมือง เช่น เขารู้ว่าคุณหนุ่มจะเชื่อใคร เขาก็วางงานผ่านคนนั้นไป เพราะคุณหนุ่มต้องเชื่อ ทฤษฎีทางการเมือง ผมอยู่มาตั้งแต่เด็ก นายกฯ ทักษิณที่เจอมาหลายครั้ง ประกาศกลับบ้านก็เป็นแบบนี้ แต่พอความจริงสุดท้ายไม่ใช่ ท่านก็เปลี่ยนใจทุกครั้ง

ถ้าท่านกลับมาจริงๆ จะโดนอะไร?

จตุพร : ท่านก็ต้องติดคุก เพราะโทษจำคุก 10 ปีนี้คดีถึงที่สุด คดีไม่มีอายุความ เช่นไปติดแล้ว ท่านอายุ 70 ความจริงผมไปเจออดีตผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ ที่ไปช่วยเหลือท่านในทางธุรกิจ อายุ 80 แล้วยังติดคุกอยู่ ทำเรื่องช่วยนายกฯ ทักษิณก็ยังอยู่ข้างใน นายกฯ ทักษิณเมื่อติดคุก หนึ่งก็รอการอภัยโทษตามปกติ  คดีทุจริตเขาจะกั๊กชั้นไว้ เช่นว่าชั้นกลางอาจไม่ได้เลยก็ได้ ชั้นดีต้องได้1 ใน 4 ก็อาจต้องได้ 1 ใน 5 ซึ่งถ้าไปยื่นถวายฎีกาเฉพาะตัว ตัวนายกฯ ทักษิณ สามารถยื่นถวายฎีกาเป็นการเฉพาะตัวได้ บุตรธิดาสามารถยื่นถวายฎีกาได้ แต่ต้องมีคนไปยื่นถวายฎีกาคัดค้านในทางปฏิบัติกันอยู่แล้วชัดเจน การขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะตัวก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย รวมทั้งการไปขังคุกที่บ้าน คนอื่นได้ แต่กับนายกฯ ทักษิณคงไม่ได้ แล้วยังมีคดีเหลือที่ท่านต้องไปขึ้นศาล ใส่ชุดนักโทษไปขึ้นศาล ที่เหลืออยู่ 1 คดีในศาลฎีกา ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านต้องติดคุกอย่างน้อย 3 ปีเศษ ใครไม่รู้ว่าคดีที่เหลือ 1 คดีจะลงโทษอีกเท่าไหร่ แล้วให้รับโทษต่อกันหรือไม่ ดังนั้นนายกฯ ทักษิณโดยหลัก การติดคุกเฉลี่ย 1 ใน 3 ของโทษ ท่านมีโทษ 10 ปีก็จะตก 3 ปีเศษๆ หรืออาจได้มากกว่านั้น หรือกรมราชทัณฑ์บอกว่าเต็มที่แล้ว ให้ไปอยู่ที่รพ. ปกติแล้ว 10 กว่าปีที่แล้วเขาเตรียมห้องไว้ให้ท่าน ผมติดคุกครั้งที่ห้า เขาซ่อมแซมห้องกักกันโรค เขาก็ให้ผมไปนอนอยู่ห้องท่านทักษิณ แต่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ท่านอาจมาอยู่ที่รพ.ราชทัณฑ์ แต่ถ้าจะอยู่ข้างนอก ต้องหาโรคที่ท่านเป็นแล้วรพ.ราชทัณฑ์รักษาท่านไม่ได้ ท่านก็ต้องไปรพ.ตำรวจ

สิ่งที่พูดคือสิ่งที่คุณทักษิณอาจคาดหวังว่าถ้ากลับมาแล้ว แต่อาจไม่มีอยู่จริง?

จตุพร : ติดคุกแล้วจะเอาอะไรอีกคุณหนุ่ม (หัวเราะ)

โดนหลอก แต่บอกไม่ได้ว่าใครหลอก?

จตุพร : ตลอดเวลา ถ้าไม่โดนก็กลับมานานแล้วไง

อาจารย์มองยังไง?

ยุทธพร : คุณทักษิณยังมีความเสี่ยงเรื่องเส้นทางคดี ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย เป็นสิ่งที่คุณทักษิณต้องพิจารณา ส่วนอีกด้านก็ดูการจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยด้วยว่าจะสำเร็จมั้ย การข้ามขั้วจะเป็นปัญหาความชอบธรรมมั้ย แน่นอนถ้าข้ามขั้วมีม็อบแน่นอน แล้วม็อบจะขยายตัวหรือเปล่า การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเองจะยังคงอยู่มั้ย ตรงนี้อาจแยกเป็นสองส่วน ถ้าตัวผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แฟนคลับคุณทักษิณเขายังเหนียวแน่นไม่ไปไหน ถึงข้ามขั้วแต่เขามีคำอธิบายต่อไป แต่อีกกลุ่มก็เป็นไปได้ที่จะเกิดการตั้งคำถาม เพราะเป็นสายสนับสนุนประชาธิปไตยอะไรก็แล้วแต่ การกลับมาของคุณทักษิณ ถามว่าจะคลายปมสองเรื่องนี้ได้หรือไม่ ผมว่ามันก็ยังพอมีอยู่บ้าง ถ้าข้อจำกัดฝ่ายอนุรักษ์นิยม ณ วันนี้ตัวผู้เล่นก็ลดลง แคนดิเดต 9 คน ใช้งานได้จริงเหลือแค่ 4 พลเอกประยุทธ์ประกาศวางมือไปแล้ว คงไม่กลับมาอีก ก็จะเหลือแค่พลเอกประวิตรและคุณอนุทิน แล้วก็คุณเศรษฐากับคุณอุ๊งอิ๊งของเพื่อไทย ฉะนั้นสองคนคือคุณอนุทิน กับพลเอกประวิตรจะสามารถเดินต่อได้มั้ย สังคมจะยอมรับมั้ย แล้วเขาเข้ามาแก้ปัญหาได้หรือเปล่า ซึ่งแคนดิเดตสองคนของเพื่อไทย ก็อาจอำนวยความสะดวกให้คุณทักษิณกลับบ้านอย่างปลอดภัย คดีก็น่าจะพอมีทางออก คุณทักษิณกลับมาคงต้องว่ากันตามกฎหมาย อาจพอมีทางออกได้บ้าง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูว่าปัจจัยสองประการคือความปลอดภัยเรื่องคดี และโอกาสจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทย มันจะเอื้ออำนวยต่อการที่คุณทักษิณกลับบ้านได้มั้ย

มองมั้ยว่าอาจถูกขุดบ่อล่อปลา?

ยุทธพร : ก็เป็นไปได้ มีความเสี่ยงเรื่องคดีและความปลอดภัย ผมคิดว่าวันนี้คุณทักษิณเองอาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบพอสมควรในการกลับบ้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนผ่าน แน่นอนถ้าคุณทักษิณกลับมาได้จริง ผมว่า 10 ส.ค. นี้จบเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เราได้นายกฯ แน่นอน ถ้ากลับมาจริงๆ

จบมุมไหน?

ยุทธพร : จบในนามพรรคเพื่อไทยข้ามขั้ว โดยไม่ต้องมีก้าวไกล เพราะอีกขั้วอำนาจก็คงไม่ยอมรับก้าวไกลอยู่แล้ว

การที่คุณทักษิณกลับมาก็มีนัยยะทางการเมืองเป็นหลัก?

จตุพร : ที่มีข่าวว่าท่านพูดผ่านที่ประชุมเมื่อวาน จะให้คุณเศรษฐาอยู่ทำเนียบ คุณอุ๊งอิ๊งดูแลพรรค

ข่าวทั่วไป ไม่ได้มีคนข้างในบอกใช่มั้ย?

จตุพร : ผมก็พยายามไม่สอบถามเขา

แต่เขาบอกพี่เอง?

จตุพร : (หัวเราะ) ณ เวลานี้ความเชื่อของท่านไปท้าทายมโนสำนึกของประชาชน ประชาชนเขามีความรักให้พรรคเพื่อไทยและท่าน แต่ประชาชนจำนวนมาก ที่ไม่ถึงขั้นติ่งที่จะยอมให้พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ ผิดสัญญาอะไรกับประชาชนก็ได้ ผมว่าประชาชนแบบนี้มีมากกว่า โดยประสบการณ์ที่อยู่กันมายาวนาน ผมเห็นตั้งแต่เหตุการณ์สุดซอย ประชาชนหายวัยไปกับตาจริงๆ นะ เห็นเวิ้งการชุมนุมที่หน้าเวที ผมยังต้องชวนณัฐวุฒิในพ.ศ. นั้นว่าเราเห็นเหมือนกันมั้ย

ณัฐวุฒิในพ.ศ.นี้ล่ะ?

จตุพร : ก็ไม่เป็นไร ให้เขาโชคดีไป ผมก้มกราบประชาชนขออภัย ขอให้กลับมาร่วมต่อสู้เหมือนเดิม เพราะประชาชนที่เขาร่วมเป็นร่วมตายเขาเดิมพันชีวิต อิสรภาพมาร่วมเป็นร่วมตาย ฉะนั้นเดิมพันเขาคือชีวิต ดังนั้นชีวิตที่เขามอบให้ ไม่ใช่ว่าคุณจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ยิ่งเรื่องตระบัดสัตย์เป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งการตระบัดสัตย์นั้นเกี่ยวข้องกับประวัติทางการเมืองใน 20 ปีนี้ มีเรื่องการยึดอำนาจ การบาดเจ็บ ล้มตาย มีเรื่องการสูญสิ้นอิสรภาพมากมาย การข้ามขั้วเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ทั้งหมด

มุมพี่คิดว่าเพื่อไทยควรเป็นแบบไหน?

จตุพร : การตระบัดสัตย์จะเหมือนพฤษภาทมิฬ พลเอกสุจินดา คราประยูร ท่านเป็นคนที่คนไม่เกลียดนะ ท่านยึดอำนาจเสร็จก็มอบหมายให้คุณอานันท์ เป็นนายกฯ เป็นคนอารมณ์ดี แต่พอวันนึง คุณมีชัยเขียนรัฐธรรมนูญ บอกว่านายกฯ ไม่ต้องมาจากส.ส. คนก็ไม่สบายใจ ผมก็เป็นผู้นำนักศึกษาคนหนึ่ง ชุมนุมอยู่ที่ลานโพธิ์ พลเอกสุจินดา พร้อมคณะรัฐประหาร ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่าข้าพเจ้าและพวกจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และแต่งให้คุณณรงค์ วงศ์วรรณ พรรคของรสช. ชนะเป็นอันดับที่หนึ่งด้วยนะ แต่ตอนนั้นคุณณรงค์โดนคำถามนักข่าวสิงคโปร์เรื่องแบล็กลิสต์ห้ามเข้าสหรัฐก็จบ พลเอกสุจินดามาร่ำไห้ บอกว่าเสียสัตย์เพื่อชาติ คนไทยไม่เคยให้โอกาสพลเอกสุจินดา นำไปสู่พฤษภาทมิฬ ตายและสูญหายกว่า 80 ชีวิต บาดเจ็บอีก 800 ยากคณานับ ผมเป็นไม้สุดท้ายในเหตุการณ์นั้น แต่เกี่ยวข้องกับทุกกระบวนการในการต่อสู้ การกลับมาของนายกฯ ก็เหมือนการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังออกไปในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 16 และกลับมาก่อนเกิดเหตุการณ์ 1 ต.ค. 19 เพียงแต่ว่านายกฯ ทักษิณอาจไม่ได้บวชเณรเข้ามาก็ตาม แต่บรรยากาศคล้ายคลึงกัน เวลานั้นเกี่ยวข้องคนชุมนุมต่อต้านการกลับมาของจอมพลถนอม เป็นพวกหมิ่นสถาบัน มีพวกปกป้องสถาบันอยู่ลานพระบรมรูปทรงม้า พวกล้มสถาบันอยู่ในธรรมศาสตร์ เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปล้อมปราบ ประชาชนอีกพวกนึงก็มาล้อมด้วย จับคนเป็นๆ ไปแขวนคอต้นมะขามสนามหลวง ล้อมวงไชโยโห่ร้อง  คนทั้งเป็นเอายางรถยนมากอง ชิงชังกันสุดล้อมวงปรบมือไชโยโห่ร้อง  เกลียดกัน ชิงชังกัน หลังกวาดเสร็จ ตาย 43 ศพในวันนั้น ภาพตราตรึงผู้คน ถูกจับ ที่เหลือเข้าป่าจับอาวุธร่วมกับคอมมิวนิสต์ บ้านเมืองตอนนี้เหมือนประสงค์กันสองเหตุการณ์ คือตระบัดสัตย์เหมือนพฤษภาทมิฬ การกลับมาเหมือนต.ค. 19 และอย่าคิดว่า ขณะนี้เหมือนด้อมส้ม หรือผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายเขายังจุดไม่ติดนะ แต่ที่จะจุดติดคือวันข้ามขั้ว ตอนสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดรายการผ่าความจริงก่อนเป็นกปปส. ใช้เวลาเป็นปี คนไม่ให้ความสนใจ พอมีเรื่องสุดซอย 4 วันเท่านั้น คนเต็มถนนเลยนะ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ถ้าปรามาสว่าบรรดาเยาวชนทั้งหลาย ประชาชนยังจุดไม่ติด แต่ข้ามขั้ววันไหน วันนั้นจะเต็มถนน จะเป็นไฟลามทุ่งเอาไม่อยู่  การเป็นรัฐบาลตระบัดสัตย์อย่างที่ผมบอก พลเอกสุจินดาจัดตั้งตั้งตั้งแต่ระดับกองร้อยยังอยู่ได้ 47 วัน แล้วรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทยคุณมีอะไรเหลือ วันนั้นคุณตระบัดสัตย์ ประชาชนทิ้งคุณเป็นส่วนใหญ่ คุณแทงเพื่อน ฆ่าเพื่อนอีก ใครจะเข้าข้างคุณ แล้วรอบข้างคุณ เป็นคนที่ไม่เอาคุณทั้งนั้น