อดีตรมช.คมนาคม ชี้การบินไทยป่วยมาถึงวันนี้เพราะรู้หมอไม่ปล่อยให้ตาย เตือนรักษาไม่ถูกวิธี ประชาชนเดือดร้อน

วาไรตี้11 พ.ค. 2563 • 08:34 น.
อดีตรมช.คมนาคม ชี้การบินไทยป่วยมาถึงวันนี้เพราะรู้หมอไม่ปล่อยให้ตาย เตือนรักษาไม่ถูกวิธี ประชาชนเดือดร้อน
นายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ ครูโสภณ ซารัมย์ ระบุว่า...ขอพูดถึงของสูงหน่อยครับ(การบินไทย) การบินไทยที่ทุกคนรู้จักเป็นสายการบินแห่งชาติ ความหมายก็ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ(ถือหุ้นใหญ่) ประชาชนไทยประมาณ 70 ล้านกว่าคนผมคิดว่ามีโอกาสขึ้นเครื่องบินใช้บริการสายการบินไม่เกิน 20% การบินไทยก็เป็นบริษัทมหาชนของรัฐ เพื่อบริการประชาชน เหมือนกิจการอื่นๆเช่นการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ข สมกเป็นต้นบริการของรัฐเหล่านี้ มีไว้สำหรับบริการประชาชนไม่มุ่งเน้นผลกำไรเป็นหลักจึงทำให้หน่วยงานเหล่านี้ขาดทุนมาโดยตลอด การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ขสมก ถ้าพิจารณาดูแล้วเป็นการให้บริการประชาชนในระดับพื้นฐานรายได้น้อยความหมายก็คือคนยากจน กิจการ ของสองหน่วยนี้ดำเนินไปด้วยความยากลำบากสมกับเป็นการบริการ คนยากจนพอมาพิจารณาการบริการการบินไทยซึ่งใช้บริการสำหรับคนมีเงินรัฐได้อุ้มชูมาโดยตลอดหน่วยงานนี้ตรงข้ามกับสองหน่วยงาน ที่กล่าวมาแล้วการบินไทย(เครื่องบินก็เป็นไฮโซ รถไฟรถเมล์ก็โลโซ)ที่พูดมาเพื่อให้มองเห็นภาพของหน่วยงานที่รัฐดูแลใช้บริการภาคขนส่งทางบกและอากาศให้กับประชาชนเพื่อจะได้พิจารณาประโยชน์และการลงทุนของรัฐในยามวิกฤตนี้กล่าวคือขณะนี้บริษัทการบินไทยประสบปัญหาการขาดทุนอย่างมหาศาลซึ่งการขาดทุนก็ไม่ใช่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก จึงอยากยกตัวอย่างเพื่อให้เจ้าของประเทศคือประชาชนพอมองเห็นครับ ในปี พศ 2550,2551,2552 บริษัทการบินไทยเคยขาดทุน 20,000 กว่าล้าน หน่วยงานขาดทุน ถ้าเป็นคนก็ป่วย รัฐบาลก็รักษาจนหายป่วยและหวังว่าหน่วยงานนี้(คนนี้)จะหายขาดไม่ต้องเอาเงินของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง(ภาษี)มารักษาอีก พอปี พ.ศ. 2560,2561,2562 จนถึงปี บริษัทการบินไทยขาดทุนอีก ประมาณ150,000,000,000ล้าน ถ้าถือว่าเป็นคนป่วยคราวนี้เข้าขั้นโคม่า หมอที่จะรักษาต้องใช้ยาอย่างระมัดระวังเพราะโรคของการบินไทย น่าจะเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง(สังเกต 10 ปีมาครั้งหนึ่ง) หนักขึ้นไปเรื่อยๆ จะเปรียบเทียบให้เห็นการรักษาโรคคนป่วยมีอยู่สองอย่างประกอบกันคือหมอกับคนไข้หมอ(รัฐบาล) ต้องพิจารณาว่าคนไข้ต้องใช้ยาประเภทใดเคยใช้ยาประเภทใดมาแล้วหายแล้วและก็ยังป่วยอีกก็ไม่ควรใช้ ฉะนั้นก็ต้องใช้ยาแรง อาจต้องใช้ถึงขั้นผ่าตัดยกเครื่องใหม่เปลี่ยนอวัยวะที่เป็นพิษออก ตัดพิษโรคร้ายที่แฝงตัวอยู่ออกให้หมดยอม เสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตดีกว่าไหมครับ เพราะว่าหมอยังมีคนไข้อื่นๆให้รักษาในขณะนี้เป็นจำนวนมาก เช่นโรคภัยแล้งชองเกษตรกรซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของประเทศหรือแม้นแต่ภัยโควิดซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างในอนาคต เป็นต้น อีกประการหนึ่งหมอทางโรงพยาบาลก็เริ่มจนแล้วยกเว้นไม่รู้ว่าตัวเองจนจริงๆคนไข้ มา ถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วยไม่ยอมรับการรักษา ยังอยากใช้ยาแบบเดิมๆไม่เจ็บไม่ปวดไม่ทรมานจะได้สบายๆยังสวยยังหล่อไม่เสียแขนเสียขาอยู่เพราะคิดว่ายังไงหมอก็ไม่ปล่อยให้ตาย สรุปการรักษาผู้ป่วย(การบินไทย)คราวนี้ถ้าใช้วิธีไม่ถูก คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน(ญาติก็ไม่ได้เป็น พระคุณก็ไม่เคยมีต่อกัน ต้องมีส่วนรับผิดชอบจึงเข้าภาษิตที่ว่าเนื้อไม่ได้กินกระดูกแขวนคอ)ที่พูดมานี้ไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้น