หายนะทางสภาพแวดล้อม “อุตุฯ” เตือน 10 ปีข้างหน้า “อุณหภูมิ” อาจสูงเกิน 1.5 เท่า หวั่นเป็นภัยต่อมนุษย์

วาไรตี้23 มี.ค. 2566 • 13:56 น.
หายนะทางสภาพแวดล้อม “อุตุฯ” เตือน 10 ปีข้างหน้า “อุณหภูมิ” อาจสูงเกิน 1.5 เท่า หวั่นเป็นภัยต่อมนุษย์

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.66 ดร.วิจารย์ สิมายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอุตุนิยมวิทยา และรศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ ร่วมเสวนาเตือนถึงประเด็นในอีก 10 ข้างหน้าหวั่นโลกเจอผลกระทบหนักจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยน

โดย ดร.วิจารย์ กล่าวว่า การณ์เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศปัญหาของโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผลกระทบถึง 3 ด้าน คือ 1.ความล้มเหลวในการจัดการสภาพ ภูมิอากาศ 2.การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศสุดขั้ว 3.ความล้มเหลวและผลกระทบจากความหลากหลายชีวภาพ ซึ่งขณะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา มีการวางเป้าหมายระยะยาวในการแก้ไขปัญหา ตามที่ประเทศไทยได้ไปประกาศในเวที COP27  ว่าไทย จะเป็นกลางทางคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี 2050 นอกจากนี้ยังมีการประกาศเป้าหมายระยะยาวว่าประเทศไทย จะทำให้ก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net zero) ในปี 2065 อย่างไรก็ตามปัจจุบัน "อุณหภูมิ" โลกสูงขึ้นประมาณ 1.5 เท่า ส่งผลให้ทั่วโลกพยายามที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงไปถึง 2 องศา  เพราะหากอุณหภูมิโลกสูงถึง 2 องศาเมื่อไหร่ จะสร้างผลกระทบให้แก่โลกอย่างมาก  ไม่ว่าจะเป็นปัญหา น้ำทะเลสูงขึ้น พื้นที่แห้งแล้ง และปัญหาน้ำท่วมที่มีความสูงขึ้นเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งหากอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลทำให้ประชาชนอยู่ได้ยาก จะทำให้เกิดภัยแล้ง อากาศเป็นพิษ น้ำท่วมสูง อุณหภูมิสูงขึ้นและอุทกภัยต่างๆ ตามมา จึงอยากจะเตือนประชาชนให้พร้อมรับสู่ความเปลี่ยนทางภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชน เลิกเผาไหม้ในที่โล่งที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศที่เป็นพิษ เลิกปล่อยก๊าสเรือนกระจก เลิกทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ทะเล ลดการใช้พลาสติกที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และควรร่วมมือกันช่วยกันในทุกประเทศ เพื่อลดอุณหภูมิโลกร้อนลดวิกฤตและอุทกภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต