"ดร.ธรณ์" หวังทุกภาคส่วนทำเพื่อสิ่งแวดล้อม-โลมาฝูงสุดท้าย

วาไรตี้21 ต.ค. 2565 • 05:57 น.
"ดร.ธรณ์" หวังทุกภาคส่วนทำเพื่อสิ่งแวดล้อม-โลมาฝูงสุดท้าย

จากกรณี ครม.มีมติก่อสร้าง "สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา" ส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความกังวล โดยเฉพาะการดูแลผลกระทบโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้าย 

ล่าสุด ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "Thon Thamrongnawasawat"  ว่า

เรื่องโลมาอิรวดี #14สุดท้าย กลายเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อครม.มีมติให้สร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา

สะพานดังกล่าวอาจต้องกู้เงินจากธนาคารโลก ซึ่งเป็นห่วงเรื่องโลมาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

ผมจึงอยากมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟังครั้ง

เริ่มจากสถานการณ์โลมา เล่าแบบสรุปเพราะเคยเขียนหลายหนแล้ว โลมาอิรวดีมีทั้งในทะเลและในน้ำจืด

หากเป็นน้ำจืดมีเหลือแค่ 5 แห่งในโลก ในทะเลสาบสงขลาวิกฤตสุดเพราะมีเพียง 14 ตัว

ธนาคารโลกและองค์กรระหว่างประเทศเป็นห่วงโลมาเพราะประเด็นนี้ เพราะน้องๆ ไม่ใช่สำคัญแค่ไทย พวกเธอสำคัญระดับซูเปอร์แรร์ในโลก

ปริมาณโลมาลดลงมาตลอด จนเหลือแค่นี้ เพราะปัญหาหลักคือผลกระทบการประมง อาจมีเรื่องเลือดชิด/ตื้นเขิน แต่ยังเป็นเรื่องรอง (ข้อมูลกรมทะเล)

สะพานไม่ได้สร้างทับแหล่งโลมาโดยตรง แต่อาจมีผลกระทบด้านอื่นๆ เช่น สภาพแวดล้อม อาหาร เสียงก่อสร้าง ฯลฯ 

เราคงฟันธงไม่ได้ว่าสร้างสะพานแล้วโลมาจะหมดจากทะเลสาบ เพราะไม่สร้างก็อาจจะหมดอยู่ดี

แต่เราก็ฟันธงไม่ได้เช่นกันว่า สร้างสะพานจะไม่ส่งผลกระทบเลย และผลเพียงน้อยนิดก็อาจเสี่ยงทำให้โลมาสูญพันธุ์จากทะเลสาบง่ายขึ้น

แต่กรณีนี้ มันไม่ใช่การเถียงกันว่า จะเอาสะพานดีหรือโลมาดี 

เพราะเจ้าของเงินกู้คือธนาคารโลก เป็นห่วงในเรื่องนี้

ว่าง่ายๆ คือหากอยากกู้เงินมาสร้าง จะยังไงก็ตาม ต้องทำทุกทางให้ดีที่สุดเพื่อโลมา

ผมดีใจที่ทุกคนที่เสนอทางออกล้วนหวังดีต่อโลมา แต่เรื่อง 14สุดท้าย ไม่มีคำตอบง่ายๆ

การอนุรักษ์สัตว์ที่มีจำนวนลดลงเรื่อย จนตกอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์จากพื้นที่ มันเป็นเรื่องยากมากๆ แม้ในต่างประเทศ

นั่นคือเหตุผลที่องค์กรระหว่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเขาไม่อยากเสียชื่อเสียงหากเงินที่ให้กู้มา ทำให้โลมาหมดไป

โดยเฉพาะในโลกยุคเขียวสุดขีดเช่นยุคนี้

สองวันมานี้ ผมคุยกับหลายท่าน ทั้งภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง กระทรวงทรัพยากรฯ ที่เกี่ยวกับการดูแล ธนาคารโลกที่ให้ทุน จนถึงทีมทำสารคดีจาก Thaiwhale ผู้ลงพื้นที่ถี่ยิบ

รวมถึงสื่อต่างๆ ที่อยากได้คำตอบ

การหาทางออก มิใช่ตอบได้ในทันใด นั่นคือสิ่งที่ผมเน้นเสมอ

อ่าวมาหยาไม่ได้สำเร็จในพริบตา สัตว์สงวนใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะสำเร็จ

งานบางอย่างต้องใช้เวลา ต้องใช้ความรอบคอบ ต้องใช้ข้อมูลเพียงพอ ต้องและต้องอะไรอีกหลายอย่าง

เพื่อให้ไม่พลาด เพราะถ้าพลาด มันหมายถึงเผ่าพันธุ์หนึ่งสูญพันธุ์จากพื้นที่แห่งหนึ่งไปตลอดกาล

โลมาอิรวดีในน้ำจืดของโลก จาก 5 แห่งจะเหลือเพียง 4 แห่ง และแห่งที่หายไปคือเมืองไทย

มันอาจไม่สำเร็จ เพราะมันยากมาก แต่สำคัญสุดคือเราพยายามเต็มที่หรือยัง เราทุ่มสุดตัวหรือเปล่า ?

อย่างไรก็ตาม ผมถือว่าเราเริ่มต้นได้ดี

ท่านนายก รมต.คมนาคม คลัง และทรัพยากรฯ ล้วนพูดถึงเรื่องโลมา ทำให้ตอนนี้โลมาอิรวดีแห่งทะเลสาบสงขลาเป็นที่สนใจ

ยังทำให้เราเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ยุคนี้การพัฒนากับการอนุรักษ์เชื่อมต่อกันจริงจังขนาดไหน 

สัตว์หายาก/ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอย่างไร

ทำไม่ดี ไม่สนใจ ก็ไม่มีใครให้กู้เงิน

ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสร้างสะพานในโครงการนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

เปลี่ยนข้ออ้างว่าเพื่อเศรษฐกิจปากท้อง เราจะทำอะไรก็ได้ กลายเป็นเพื่อเศรษฐกิจปากท้อง เราอาจจำเป็นต้องทำ 

แต่ต้องทำให้ดีที่สุด ลงทุนให้ดีที่สุด 

เพื่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อมพื่

เพื่อ #14สุดท้าย 

เพื่อโอกาสสุดท้ายของเรากับโลมาน้ำจืดฝูงสุดท้ายของประเทศไทย