“PM 2.5” ลดค่าได้! "ปลอดประสพ" แนะใช้ พรบ.อากาศสะอาด “รัฐรับซื้อเศษพืช-ตอซัง” ทำปุ๋ย

วาไรตี้3 ก.พ. 2566 • 20:38 น.
“PM 2.5” ลดค่าได้! "ปลอดประสพ" แนะใช้ พรบ.อากาศสะอาด “รัฐรับซื้อเศษพืช-ตอซัง” ทำปุ๋ย

วันที่ 3 ก.พ.66 นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ระบุว่า...

PM 2.5 ลดได้

ฝุ่นพิษมฤตยูมาตามคาด วันนี้มีจุดกำเนิด (Hot Spots) 1200 จุด 40% มาจากการเผาป่า 50% มาจากเผาวัชพืชไร่นา ที่เหลือมาจากรถยนต์และอื่นๆ

สำหรับการเผาป่า ถ้าหากยังควบคุมแบบเดิมๆ คือ งบประมาณก็หารไป ตามหน่วยเท่าๆกัน อัตรากำลังก็กระจายไปเท่าๆกัน อย่างนี้ไม่ยั่งยืนและแม่นยำแน่นอน ต้องมาจำแนกชนิดของป่า ถ้าเป็นป่าดิบก็ควบคุมน้อยหน่อยปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่หากเป็นป่าเบญจพรรณหรือป่าเต็งรังก็ต้องดูมากหน่อยเพราะไหม้ง่าย การบริหารไฟป่าหลักคิดก็คือ อย่ายอมให้มีการสะสมเชื้อเพลิงมากเกินไป ต้องค่อยๆกำจัด(ชิงเผา) ภายใต้การควบคุมทางวิชาการ

ส่วนการเผาไร่นาซึ่งเป็นต้นเหตุหลัก เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเป็นวัฒนธรรมประเพณี (ความมักง่าย) เห็นทีจะต้องคิดในระดับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตเลยทีเดียว รัฐอาจต้องยอมซื้อเศษพืชและตอซังเอามาทำปุ๋ย หรือยอมซื้อเครื่องจักรกลหรือเครื่องไถกลบประจำหมู่บ้าน/ตำบลเลย เพราะเกษตรกรปกติก็จนอยู่แล้ว ลงทุนไม่ไหว

ในเรื่องกฎหมาย ผมขอสนับสนุนข้อเสนอของคุณนพดล อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ว่า เราควรมีพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เหตุผลง่ายๆคือ ทางด้านทรัพยากรเช่น ป่าไม้ ประมง หรือเหมืองแร่ จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแลมากมายเป็นสิบๆฉบับ แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมมีอยู่ฉบับเดียวเท่านั้น คือ พรบ.สิ่งแวดล้อม(อาจะมีเล็กๆอีก พรบ.หนึ่งเช่นเรื่องสารพิษ) ผมคิดว่า คงจะต้องแยกพรบ.เป็นเรื่องคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ คุณภาพดินและสารพิษเสียแล้ว หวังว่า ถ้าไม่เจ็บป่วยเสียก่อน คงได้มีโอกาสมาช่วยคิดช่วยทำในเรื่องนี้

ส่วนการปลูกป่านั้น คงต้องเปลี่ยนจาก”คนอยู่กับป่า”(ไฟจึงไหม้มาตลอด) มาเป็น “ป่าอยู่กับคน” เพราะในเมื่อคนเป็นผู้สร้างป่าไฟก็จะไม่ไหม้

สำหรับกรุงเทพฯวันนี้ อาการน่าเป็นห่วงพอสมควร PM 2.5ส่วนใหญ่ยังมาจากการเผาในพื้นที่โดยรอบกทม. และบางส่วนมาไกลถึงจากกัมพูชาเลย เพราะตอนนี้ลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรงมากและต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเลเช่น บางขุนเทียนวันนี้สีแดง ก็สามารถอธิบายด้วยวิชาฟิสิกส์ขั้นพื้นฐานว่า ตอนบ่ายแผ่นดินจะร้อน อากาศจึงยกตัวสูงขึ้น เปิดช่องให้ลมทะเลซึ่งเย็นกว่าพัดเข้ามาแทนที่ ลมทะเลมีไอเกลือขนาดเล็กมาก(aerosol)ผสมมาด้วย ดังนั้นเมื่อมาผสมกับPM 2.5ก็ยิ่งทำให้อากาศขมุกขมัวไปกว่าเดิม แต่ความเป็นพิษน่าจะคงที่

ในฐานะนักสิ่งแวดล้อมและเคยทำงานด้านอากาศมาด้วยไม่น้อย ขอพยากรณ์ว่าปีนี้ PM 2.5 จะน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วฝนมาก ป่ายังเปียกชื้นอยู่ แต่ก็หวาดเสียวตรงการเผาไร่นาเกรงว่าจะมาก เพราะปีนี้ราคาพืชผลค่อนข้างดี เกษตรกรก็จะเผากันใหญ่เพื่อเตรียมดินในการปลูกใหม่

สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรให้ทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จในการควบคุมฝุ่นพิษเหล่านี้ เพราะผมก็แสบตาเหมือนกัน และฝ่ายการเมืองก็อย่าทำรู้ โม้มาก เพราะก็ทำให้เคืองตาได้เหมือนกัน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : เฟซบุ๊ก ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี