นักวิชาการยกบทเรียน14ตุลา มือที่3และการให้ร้ายสถาบันดึงสติ3นิ้ว

วาไรตี้15 ต.ค. 2565 • 01:07 น.
นักวิชาการยกบทเรียน14ตุลา มือที่3และการให้ร้ายสถาบันดึงสติ3นิ้ว

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า.

14 ตุลา จงใจหรือแค่อุบัติเหตุ?
“ฉบับย่อ”

ผมขออนุญาตย่อความจากเหตุการณ์  14 ตุลา จากจากปากของพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หนึ่งในบุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นผู้กุมความลับของเหตุการณ์

……………………………………………………………………
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 มีนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาล แถลงการณ์ฉบับนั้นที่สำคัญที่สุดก็เป็นการประณามรัฐบาลที่ยึดอำนาจอยู่โดยไม่ยอมคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน พูดง่ายๆ ว่าเป็นเอกสารเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
     
รัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร ได้จับนิสิตนักศึกษาและผู้ที่ร่วมเรียกร้อง แต่ข้อหาที่ตั้งคือกระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ ถ้าจำไม่ผิดคือจับไปทั้งหมด 13 คน
     
พอถูกจับไปแล้ว ปฏิกิริยาของนิสิตนักศึกษาก็เริ่มขึ้น เริ่มมีการชุมนุม ตั้งแต่จำนวนพันไปถึงจำนวนหมื่น การชุมนุมเริ่มมีมากขึ้นๆ จนเป็นจำนวนแสนคน

พล.ต.อ.วสิษฐ เข้าวังสวนจิตรลดา ตอนเที่ยงวันที่ 13 ตุลาคม โดยได้รับคำสั่งให้ไปคอยรับผู้แทนของนิสิตนักศึกษาที่จะเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัว

เวลา 17.30 น. พระเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จฯ มา และนิสิตนักศึกษาเข้าเฝ้าฯ กันอยู่จนเกือบสองทุ่มจึงกลับออกมา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่ารัฐบาลยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 13 คนแล้ว

นอกจากจะปล่อยแล้วยังมีข้อตกลงระว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้แทนนักศึกษาในวังเป็นลายลักษณ์อักษร และจะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 20 เดือน แทนที่จะเป็น 3 ปีตามที่รัฐบาลเคยบอก

ในขณะที่นิสิตนักศึกษาที่เข้าเฝ้าในวังพูดกันรู้เรื่องดีแล้ว แต่กลุ่มนิสิตนักศึกษาข้างนอกกลับไม่รู้เรื่อง
 
มีคนไปกระซิบบอกผู้แทนนิสิตนักศึกษาข้างนอกว่า “ม่องหมดแล้วพวกในวัง”
     
มีคนมากระซิบนิสิตนักศึกษาที่อยู่ข้างนอกว่าเขาจัดการคน (นิสิตนักศึกษา) ในวังหมดแล้ว

……………………………………………………………………
พอเป็นอย่างนั้นพล.ต.อ.วสิษฐก็ขอร้องพวกที่อยู่ในวังที่พูดกันรู้เรื่องแล้วให้ไปเจรจากับคนที่อยู่ข้างนอกหน่อยว่าบัดนี้อะไรๆ ก็เรียบร้อยหมดแล้ว

ต่อมาพล.ต.อ.วสิษฐ ขึ้นไปอ่านพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว และแถมท้ายว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งแบบนี้ เหตุการณ์ยุติลงแล้ว สมควรยุติการชุมนุมและกลับบ้านกันได้
     
พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้บรรทมมา 7 วัน 7 คืนแล้ว เพราะเป็นห่วง รอฟังสถานการณ์บ้านเมือง พอพูดจบ ที่ประชุมก็ปรบมือกันและร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

จากความปีติอยู่ได้ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง ก็ได้ยินเสียงระเบิดตูมขึ้น เป็นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา เป็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผู้ชุมนุมกำลังจะกลับโดยแยกย้ายกันเดินออกไปทุกทิศ

ผู้ที่ประสบเหตุปะทะกับตำรวจเหล่านั้นคือผู้ที่เดินกลับจากวังไปทางถนนราชวิถี เหตุที่เกิดปะทะกันขึ้น เพราะตำรวจได้รับคำสั่งว่าให้ปิดทางไม่ให้ประชาชนผ่านทางนั้น ตำรวจใช้กระบองกับแก๊สน้ำตา เกิดการตีกันขึ้นที่หน้าวัง
     
พอเกิดการตีกันขึ้นก็เกิดข่าวปากต่อปากแจ้งว่าตำรวจฆ่านิสิตนักศึกษาที่หน้าวัง เท่านั้นเองการจราจลก็กระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ 

ทั้งที่ความจริง สถานการณ์ควรจะสงบและจบลงแล้ว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในรัฐบาลทหารยอมทำตามข้อเสนอของนิสิตนักศึกษา และนิสิตนักศึกษาก็ยอมยุติการชุมนุมและกำลังแยกย้ายกลับบ้าน 

แต่เพราะมีมือที่สามที่จงใจให้เรื่องไม่จบอย่างสันติ แต่ต้องการให้เกิดเป็นเหตุการณ์วันมหาวิปโยคอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516

ทั้งหมดนั้นคือการย่อเหตุการณ์คำต่อคำจากปากของ 
พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

……………………………………………………………………
** อ่านมาถึงตรงนี้สังเกตเห็นอะไรไหมว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองนั้น มีคนจงใจให้เกิด และมักมีมือที่ 3 ร่วมสร้างสถานการณ์ 

ที่สำคัญมักมีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง ด้วยการให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าอยู่เบื้องหลัง เช่น การสั่งให้อุ้มฆ่า ซึ่งมีมานานแล้ว และปัจจุบันขบวนการสามกีบก็ใช้วิธีเดียวกันนี้

เราผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว ศึกษาประวัติศาสตร์และมีสติกันให้มากลูกหลานและพี่น้องชาวไทย

อัษฎางค์ ยมนาค

……………………………………………………………………
14 ตุลา:
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=226237186394949&id=100070260068883