นักวิชาการยกกำไร6ช่องทางบริษัทอสังหาฯ จี้ลดราคาบ้าน-คอนโดฯให้ลูกหลาน

วาไรตี้6 ก.ย. 2565 • 17:16 น.
นักวิชาการยกกำไร6ช่องทางบริษัทอสังหาฯ จี้ลดราคาบ้าน-คอนโดฯให้ลูกหลาน

วันที่ 6 ก.ย.65 ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ...

ลดราคาบ้าน คอนโดให้ลูกหลาน

หนุ่มสาวในประเทศนี้ที่กำลังสร้างฐานะบ่นกันกระหื่มประเทศว่าจะสร้างเนื้อ สร้างตัวมีที่อยู่อาศัยของตนเองได้อย่างไร เพราะราคาบ้านและคอนโดสูงขื้นอย่างไม่หยุดยั้ง เพิ่มเร็วกว่ารายได้ที่หามาได้มาก

ต่างก็หมดกำลังใจกันทั้งประเทศ

เมื่อราคาที่อยู่อาศัยสูงขื้น จำนวนเงินกู้ก็เพิ่มตาม ใช้เวลาผ่อนส่งนาน ค่าดอกเบี้ยมหาศาล จำนวนมากผ่อนส่ง 30 ปี กู้ 5 ล้านต้องชำระถืง 15 ล้าน ราวครึ่งหนึ่งมีปัญหาการผ่อนส่ง ยิ่งระยะเวลาผ่อนนาน อุบัติเหตุทางการงาน การเงินยิ่งสูงเรียกว่า ความเสี่ยง

จำนวนมากถูกดำเนินคดีทางแพ่ง มีหนี้สินจากแหล่งต่างๆ ถูกยืดทรัพย์และต้องทำงานชดใช้หนี้ธนาคารยาวนานหลังศาลตัดสิน

สู้แบงค์ไม่ได้เพราะ   

ราคาบ้านและคอนโดจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากลดราคาบ้านและคอนโดได้ นั่นคือของขวัญพิเศษที่สุดที่มอบให้ลูกหลาน

ภัยของดอกเบี้ยกำหนดชัดในหลักการศาสนาอิสลาม

หลักการแห่งคริสเตียนแสดงออกในศาลสูงแห่งเมืองเวนิส ในเรื่อง The Merchant of Venice จำไชล็อกได้ไหม เมืองไทยมีไชล็อกใส่สูทเยอะ

ที่น่ากลัวคือไชล็อกวงการอสังหา กินเงียบ กินเยอะ ใช้ทุนฟรีดอกเบี้ยจากตลาดหลักทรัพย์แล้วยังขายแพง ไม่มีใครพูดถืงอนาคตลูกหลานเลย

จบมหาวิทยาลัยกันมาทั้งนั้น พี่กินน้อง บัณทิตกินประชาชน สร้างระบบปล้นที่ถูกกฎหมาย แย่กว่าเอียด เส้งเอียด

รัฐบาลที่ทำเพื่อลูกหลานเช่นสิงคโปร์ มาเลย์มีกฎหมายห้ามบริษัททำกำไรเกิน 25% เขาทำอย่างไร ออกกฎอย่างไร คำนวณอย่างไร ไปขอเขาได้ ผมก็มี

เมื่อค่าบ้าน คอนโดถูกลง ค่าเช่าที่เป็น 3% ของราคาประเมินต่อปี ก็จะลดลง

ประเทศอื่นมีกฎระเบียบมาตรฐานขั้นต่ำ มีราคาขายแน่นอน ของไทยผู้ซื้อต่อรองเอง นั่งดูแบบบ้านอย่างไม่รู้เรื่องเอง โหดร้ายมาก

ทำบ้านเอื้ออาทรออกมา ก็ซับโกงกินเปอร์เซนต์เข้ากระเป๋านักการเมืองกันมาก

รัฐบาลต้องทำเรื่องนี้ครับ เพื่อลูกหลานของประชาชน

รายละเอียดกำไรของบริษัทเกิน 50%คุณ Eagle Pairon ได้กรุณาอธิบายไว้ เป็นสถาปนิกเพื่อสังคมจริงๆ ในฐานะที่เคยสอนคณะถาปัดมาหลายปี ผมชื่นชมมากครับ

@ Eagle Pairon

จากประสบการณ์ตรง เจ้าของ(ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้บริหาร) บริษัทอสังหาเมืองไทย ยิ่งเป็นบริษัทมหาชน จะมีกำไรเกินกว่า 50 % ครับ

1 กำไรแรก ซ่อนเร้นอยู่ด้วยการ ให้คนของเจ้าของบริษัท ไปซื๊อที่ แล้วมาขายต่อให้ บริษัท มหาชน ฟันไปก่อน 10-20 %

2 กำไรที่สอง ทำโครงการ แบบไม่เปิดเผยวัสดุ ในรายละเอียด ที่คุณภาพต่ำกว่า ระดับราคา และระดับของโครงการที่ขายอย่างมาก

3 กำไรจากการบีบราคาผู้รับเหมาให้ต่ำเกินจริง และโยนความรับผิดชอบทุกอย่าง ในการก่อสร้างไปให้ผู้รับเหมา แก้ปัญหาให้ลูกค้า ทั้งที่ปัญหาการก่อสร้างหลายๆเรื่อง มาจากข้อกำหนดที่ผิดพลาดของผู้ออกแบบ และเจ้าของโครงการ

4 กำไรจาการยกเลิกวัสดุ หรืองานบางส่วนที่คุณภาพต่ำมากๆ หรือปริมาณงานที่ผู้ซื๊อไม่ต้องการ เช่น ยกเลิกวัสดุพื้น ราคาจริง 100 ลดเงินให้ 10 เท่านั้น

5 กำไรจาก คอมิชชั่นของซัพพลายเออร์วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะให้ตรงกับเจ้าของโครงการ (ไม่ได้ให้กับบริษัท มหาชนนั้นๆ) ทั้งที่เงินที่ใช้ เป็นของบริษัท มหาชน แท้ๆ

6 กำไรจาก การเก็งกำไร อย่างมีระบบ มีการสร้างข่าวและการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ซื๊อ(เก็งกำไร) เกิดกิจกรรมแห่กันจองและแย่งกันซื๊อต่อ"จริง" จนทำให้ผู้ซื๊อที่แท้จริง ไม่มีทางเลือก ต้องยอมซื๊อต่อในราคาแพงเสมอ

เราถึงเห็นโครงการมากมาย ที่ต้นทุนที่ดิน รวมไปถึงการจัดการทุกอย่าง และค่าก่อสร้าง แล้ว ไม่น่าเกิน ตรมละ 50000-60000 แต่ขายกันแสนกว่า หน้าตาเฉย

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก สมเกียรติ โอสถสภา