‘ปลอดประสพ’ โพสต์ รู้สึกเศร้าใจและอับอาย เหตุอื้อฉาวในกรมอุทยานฯ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…
แด่กรมอุทยานฯด้วยความรัก และเศร้าใจ
ผมเขียนFBส่งท้ายปีเก่านี้ด้วยความรันทดเสียใจ ในฐานะเป็นผู้ก่อตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นอธิบดีกรมป่าไม้มานานถึง 5 ปีซึ่งเป็นต้นกำเนิดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชพร้อมกับเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่อธิบดีคนแรกควบคู่ไปกับการเป็นปลัดกระทรวงด้วย จึงรู้สึกเศร้าใจและอับอายอย่างยิ่ง และขอถือโอกาสนี้ขอโทษประชาชนทุกคนไว้ด้วย
ผมจะไม่ตำหนิด่าว่าแบบหยาบคายให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้ แต่ผมจะเล่าถึงเรื่องเดิมซึ่งคล้ายกันและครั้งหนึ่งแทบจะทำให้ศรัทธาต่อกรมป่าไม้ของสาธารณชนสูญสิ้นไป
เรื่องมีดังนี้
27 ปีมาแล้ว ป่าสาละวินมีการขโมยตัดไม้จำนวนมากมายจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติสาละวินซึ่งอยู่ติดกับชายแดนพม่า โดยแอบอ้างว่า เป็นไม้จากพม่า มีการขนไม้เข้ากรุงเทพและถูกจับกุม มีขบวนการของข้าราชการเลวที่แอบปล่อยไม้ของกลาง มีการทำผิดติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยเอาเงิน 5 ล้านบาทใส่กล่องไปให้รองอธิบดีและพวก ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัยตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับชาติ พบว่า มีการจ่ายเงินทั้งรายเดือน/รายกรณีให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกโยกย้ายและลงโทษหลายคนทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจและพลเรือนโดยเฉพาะกรมป่าไม้ ท่านอดีตนายกบรรหาร ศิลปอาชาได้เรียกผมไปพบและบอกว่า ต้องเปลี่ยนแปลงเลือดอธิบดีกรมป่าไม้แล้ว ต้องการคนที่เก่ง กล้าและมีประสบการณ์เป็นอธิบดีมาแล้ว และได้ถามว่า ผมพร้อมไหมในงานที่ยากและเสี่ยงแบบนี้
เมื่อผมมาเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ผมเป็นอธิบดีมาแล้ว 2 กรม 9 ปี และเป็นรองปลัดกระทรวงมาแล้ว และในวันแรกก็ได้ประกาศกฎและนโยบาย 101 ข้อ ผมประกาศว่า “คนไม่ใช่สัตว์” จึงเอามาค้าขายไม่ได้ การแต่งตั้งจะใช้ระบบอาวุโสเป็นสำคัญ และถ้าปรากฏมีการฝาก นอกจากไม่ได้ตำแหน่งแล้วยังจะถูกลงโทษทันที ต้องไม่มีการส่งเงินจากเปอร์เซ็นต์งบประมาณ อธิบดีจะไม่ทานข้าวประจำเดือนกับผู้ค้าไม้และโรงเลื่อย (ชอบลืมเงินไว้บนโต๊ะ) จะไม่เล่นการพนันกับลูกน้อง (แอบซุกเงินให้เล่นและแกล้งแพ้) ไม่รับกินเลี้ยง(เพราะมีกินมาแต่เกิด) ไม่รับแขกในห้อง (ใช้ห้องรับรอง) ไม่ให้มีตู้เซฟในห้องทำงาน และจะตรวจราชการทุก 2 อาทิตย์โดยจะค้างในหน่วย (ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน) หากมีการปฎิบัติการที่สำคัญอธิบดีจะนำทัพเอง จะนัดพบคุยแบบลูกผู้ชายกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล โดยมีข้อตกลงในระดับคำว่า “ตาย” เป็นเดิมพัน พวกคุณต้องกล้าเผชิญกับนักการเมือง กับรัฐมนตรี ถ้าผิดก็ต้องจับแม้เขาจะย้ายคุณ ผมโดนมาแล้ว มติครม.ให้ย้ายแต่ไม่มีการโปรดเกล้าฯ
ในที่สุดหลายปีผ่านไป ทุกอย่างก็ดีขึ้น ไฟป่าลดลงมาก พื้นที่ป่าไม้(วัดจาก forest cover) สูงสุดในรอบหลายสิบปี (33%) มีการปฎิบัติการจับกุมขนาดใหญ่เช่นที่ ดงลาน บ้านสามหลัง วังสามหมอ เกาะเสม็ดและโรงงานเถื่อนทำไม้เถื่อนริมชายแดนพม่า อุทยานและเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า 2 กลุ่มป่าใหญ่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก อาคารบ้านเรือนในทุกอุทยาน และโดยเฉพาะในกรมป่าไม้เพิ่มขึ้น แม้แต่สลัมในกรมป่าไม้ 3 จุดก็หายมลายไป มีเครื่องแบบที่สง่างามเป็นที่เกรงขาม และมีอาวุธปืนยิงเร็วเพียงพอที่จะปฎิบัติงานป้องกันรักษาป่า ผู้คนท่องเที่ยวในอุทยานเพิ่มมากขึ้นหลายร้อยเท่า และต่อมาในภายหลัง คนจากกรมป่าไม้ก็สามารถเติบโตไปเป็นปลัดกระทรวงในกระทรวงอื่นๆถึง 3 กระทรวง เป็นอธิบดีได้เกือบทุกกรมในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเสด็จประทับแรมในป่าหลายๆครั้ง
แต่มาวันนี้ สิ่งที่น่าชิงชังรังเกียจกลับมาเกิดอีกแล้ว คนไม่ดีน่ะมีไม่มาก แต่คนเหล่านี้แหละที่เห็นกับประโยชน์ส่วนตนและทำให้กรมเสียหาย ต่อไปจงอย่ายอมก้มหัวให้ เกิดเป็นลูกผู้ชายอย่ากลัว ต้องกล้าหาญเผชิญภัยได้ทุกอย่าง อย่าให้คนเลวมีอำนาจ ผมเองก็ได้ปฎิบัติเช่นนั้นแม้ตัวเองจะมีภัยก็ยอม เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง จำไว้ “เป็นราชสีห์อย่าร้อง เอ๋ง”
เกือบ 30ปีที่ผ่านมา ผมและพวกพี่ๆของพวกคุณเคยทำได้ สามารถกู้ชื่อเสียงของกรมไว้ได้ พวกคุณก็ต้องทำได้ ผมขอให้กำลังใจ สำหรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีก็ต้องเลือกเฟ้นคนที่ดีที่สุดมาทำงาน อย่าเอาแต่พรรคพวก และที่สำคัญอย่าได้เป็นต้นตอของการหาเงินเป็นอันขาด เพราะเรื่องนี้สังคมเขาเชื่อกันว่า เงินที่ได้มากมายนี้ถูกส่งต่อไปอีก (ไม่ใช่เพื่อแจกลูกน้องแน่นอนเพราะเพิ่งเก็บจากเขามา) กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯล้วนก่อกำเนิดมาจากตราแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ในรัชกาลที่ 5 นะครับ