ด้านมืดของโลกอินสตาแกรม : เมื่อวัฒนธรรมของฟิตเนสอินสตาแกรมหันกลับมาทำร้ายคุณ
สิ่งที่คุณเห็นมันอาจจะไม่ได้เป็นจริงเสมอไป
เรื่องย่อ:
1. คนวงการฟิตเนสที่โด่งดังในอินสตาแกรมทุกคนต่างก็ชอบแชร์โปรแกรมการออกกำลังกายและโปรแกรมการรับประทานอาหารของตัวเองให้ผู้ติดตามของตัวเองจำนวนล้านๆ คนได้ดู
2. พวกคนเหล่านั้นมักจะแชร์ข้อความที่โฆษณาเกี่ยวกับการรักในรูปร่างของตัวเองและการรักตัวเอง
3. ถึงเนื้อหาข้อความมันจะดูดีแค่ไหน แต่รูปภาพที่ใช้ประกอบนั้นมันไปคนละทางกันเลย
4. ลักษณะการโพสในอินสตาแกรมแบบนี้ มันคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเขาเรียกกันว่ารูปทั่วๆ ไปของวงการฟิตเนส ซึ่งก็คือรูปภาพที่มีลักษณะเชิญชูบูชาความผอม การมีกล้ามเนื้อสวยงาม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ารูปประเภทนี้ มันไม่ค่อยจะส่งผลดีกับใครเท่าไหร่ แถมจะทำให้แย่ลงไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ มันอาจจะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีไม่ขึ้นได้ เป็นอันตรายต่อผู้อื่น
สมัยที่ซาแมนธา เลโก้ เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนของเธอได้แนะนำให้เธอรู้จักกับโปรแกรมการบริหารร่างกายที่เรียกว่าวิธีการสร้างรูปร่างบิกินี่ที่สวยงาม
ในตอนแรกเธอเริ่มออกกำลังกายตามโปรแกรมเป็นเวลา 12 สัปดาห์ เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยครูฝึกเทรนเนอร์ส่วนตัวชาวออสเตรเลียที่มีชื่อว่าเคย์ลา อิสซีเนส และโปรแกรมออกกำลังกายของเธอนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างมากโดยผู้ติดตามจำนวนมากของเธอในอินสตาแกรม ซึ่งในตอนนั้นเธอมีคนติดตามในอินสตาแกรมมากถึงเจ็ดล้านคนเลยทีเดียว หลังจากที่เลโก้ได้ทำตามโปรแกรมออกกำลังกายของเคย์ลา รูปร่างของเธอก็ดีขึ้นอย่างมาก เธอมีรูปร่างที่ฟิต กล้ามเนื้อเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน กล้ามหน้าท้องเริ่มขึ้นให้เห็นแล้ว เลโก้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายจากบรรดาผู้หญิงหลายๆ คนในโลกออนไลน์ที่ใช้โปรแกรมออกกำลังกายของเคย์ลาเช่นเดียวกันกับเธอ ทุกๆ วันจะมีลูกค้าที่เทรนกับเคย์ลาโพสข้อความและรูปภาพของพวกเธอลงบนอินสตาแกรม มันเป็นรูปภาพของรูปร่างก่อนและหลัง, รูปเซลฟี่ของพวกเธอหลังจากที่ออกกำลังกายโดยใช้โปรแกรมของเคย์ลา, รูปเฉลิมฉลองหลังจากออกกำลังกายเสร็จ
เลโก้ได้บอกกับพวกเราว่า “มีคนมากมายที่วิถีชีวิตของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปเลยอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่มาเข้าร่วมโปรแกรมนี้” “ในช่วงแรกๆ มันเป็นกลุ่มของคนที่ชอบออกกำลังกาย เราทุกคนต่างก็ช่วยเหลือกันและกัน ให้กำลังใจกันอยู่เสมอๆ เป็นที่ๆ ดีมากๆ ” แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม พฤติกรรมของแต่ละคนค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ คนเริ่มมองอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ดี การกินเป็นเรื่องที่ทรมาน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็น ร่างกายเราต้องการสารอาหารในการทำงาน โปรแกรมออกกำลังกายของเคย์ล่า เธอบอกไว้ว่าถ้าหากคุณทำตามโปรแกรมอย่างถูกต้อง คุณก็จะมีรูปร่างบิกินี่ที่สวยงาม และคุณเองก็ได้เห็นผู้หญิงหลายๆ คนประสบความสำเร็จจากการออกกำลังกายตามโปรแกรมนี้มากมายบนอินสตาแกรม จนมันกลายมาเป็นความคาดหวังที่อันตราย เลโก้หมกหมุ่นอยู่กับการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นๆ บนอินเตอร์เน็ต
เลโก้บอกว่า “ฉันรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ฉันกำลังจะกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์และเวลาที่ตัวบวม ฉันเล่นอินสตาแกรมแล้วก็ได้แต่คิดว่าทำไมฉันถึงไม่มีซิกส์แพคแบบอื่นๆ ในอินเตอร์เน็ตสักที” บางครั้งเลโก้ก็พยายามทำให้ตัวเองอ้วกออกมาหลังจากที่เธอกินอาหารที่อ้วนๆ เข้าไปเพื่อที่จะรักษารูปร่างให้ดีอยู่ตลอดเวลา
เลโก้บอกว่า “บ่อยครั้งที่ฉันนั่งอ้วกและทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่ตอนอ้วกฉันก็รู้สึกเหมือนโลกมันหมุนๆ ทุกอย่างกลับหัวกลับหางกันไปหมด”
โปรแกรมออกกำลังกายของเคย์ลาเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ โปรแกรมออกกำลังกายที่โด่งดังบนอินสตาแกรมในระยะเวลาช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ บรรดาเทรนเนอร์ส่วนตัวทั้งหลายเช่นเคย์ลา, แอนนา วิคทอเรีย, เจน เซลเทอร์, เอชลีย์ ไบนส์, คาเรน่า ดอว์น, คาธรีน่า สก็อตต์ เทรนเนอร์เหล่านี้ ทุกคนล้วนใช้อินสตาแกรมเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตามให้ได้จำนวนเยอะๆ มหาศาลและโฆษณาโปรแกรมออกกำลังกายของตัวเอง รวมไปถึงโปรแกรมการรับประทานอาหาร, แอปพลิเคชั่นต่างๆ, หนังสือและแบรนด์เสื้อผ้า
นอกจากนั้นเทรนเนอร์พวกนี้ยังชอบเขียนข้อความเนื้อหาเกี่ยวกับการยอมรับรูปร่างของตัวเอง การรักตัวเองในแบบที่คุณเป็น และข้อความพวกนี้มักจะมาในรูปแบบของข้อความซึ้งๆ กินใจหรือข้อความสร้างแรงบันดาลใจต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าเทรนเนอร์เหล่านี้จะมีจุดประสงค์ที่ดีและทุกๆ วันก็มีผู้หญิงหลายๆ คนมาคอมเม้นแสดงความคิดเห็นดีๆ แสดงความซาบซึ้งในโปรแกรมนี้ เป็นหลักฐานชั้นดีที่พิสูจน์ว่ามีคนหลายคนที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ทำตามโปรแกรมต่างๆ ของเทรนเนอร์เหล่านี้
แต่ในโลกของอินสตาแกรมมันไม่ได้มีแต่ด้านดีๆ เพียงด้านเดียวเท่านั้น มันยังประกอบไปด้วยด้านที่เลวร้ายเช่นเดียวกับโลกอื่นๆ จากเรื่องของเลโก้ทำให้เราเห็นได้ชัดว่ามันก็มีเรื่องร้ายๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผลตอบรับที่ดีและเรื่องราวการประสบความสำเร็จทั้งหลายวงการฟิตเนสในอินสตาแกรมก็มีด้านมืดเหมือนกัน
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสารอาหาร, การลดน้ำหนักและโรคการรับประทานอาหารแบบผิดปกติได้บอกกับเราว่ารูปภาพต่างๆ มากมายบนอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังกายและฟิตเนส รูปพวกนนี้มันมีโอกาสเป็นไปได้ที่มันจะเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายและอาจก่อให้เกิดผลเสียกับคนอื่นได้
ถึงแม้ว่าอินสตาแกรมของหลายๆ คนในวงการฟิตเนสจะดูเหมือนว่าพวกเขากำลังโฆษณาและสนับสนุนเรื่องการสร้างสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ผลการศึกษาจากงานวิจัยในเบื้องต้นได้ระบุไว้ว่ามันอาจจะทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามกันเลยก็ได้
งานวิจัยของดอกเตอร์มาริก้า ทิกเกอร์แมนน์ ศาตราจารย์นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ของออสเตรเลียได้ให้ความเห็นไว้ว่าการดูเนื้อหาในอินสตาแกรมแม้คุณจะเข้าดูเพียงช่วงสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เกิดผลเสียกับความมั่นใจในตัวเองของคุณได้อย่างทันที
จากงานวิจัยของมาริก้าได้แสดงให้เห็นว่ารูปภาพคนผอมหรือคนหุ่นดีบนโซเชียวมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะอินสตาแกรม มีอิทธิพลต่อรูปร่างในอุดมคติ
ดอกเตอร์มาริก้าได้ทำการทดลองชิ้นหนึ่งขึ้นมา เธอได้ความคิดเรื่องงานวิจัยนี้มาจากการที่เธอเห็นบัญชีอินสตาแกรมที่เกี่ยวกับฟิตเนสต่างๆ ที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในโลกโซเชียวออนไลน์
มาริก้าได้บอกกับเราว่า “ฉันสังหรณ์ใจและกังวลว่านี่จะเป็นวิธีใหม่ที่ผู้หญิงใช้ในการสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีในการทานอาหาร, การเลือกอาหาร, การเห็นคุณค่าของตัวเอง”
และเมื่อมาริก้าได้ลองทำการวิจัยดู เธอก็พบว่าสิ่งที่เธอคิดไว้นั้นเป็นความจริง งานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์เมื่อสองปีที่แล้วในวารสารด้านวิทยาศาสตร์ที่ชื่อภาพลักษณ์ (Body image) ในงานวิจัยนี้กล่าวไว้ว่าผู้หญิงที่ดูรูปเกี่ยวกับฟิตเนสในอินสตาแกรมจะมีระดับความพึงพอใจในมุมมองที่มีต่อรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองน้อยกว่าผู้หญิงที่ดูรูปภาพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอินสตาแกรม
ถึงแม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้จะเป็นงานวิจัยเล็กๆ และเป็นแค่เพียงการทดลอง แต่งานวิจัยชิ้นนี้ก็ถือว่าเป็นการทดลองครั้งแรกที่มีการค้นคว้าในเรื่องของผลกระทบของอินสตาแกรมกับมุมมองที่มีต่อรูปลักษณ์ภายนอก
อย่างไรก็ตามสำหรับมาริก้า เธอคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ยังดูน่าเป็นห่วงอยู่ดี
“ถึงแม้ว่าผลกระทบมันจะเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าหากว่าเราได้เจอมันทุกๆ วัน สิ่งพวกนี้มันก็จะสะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ในที่สุด”
หลายๆ ครั้งที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตรายของความขัดแย้งระหว่างรูปภาพและเนื้อหาประกอบของรูปภาพนั้น
พวกคนดังๆ ในวงการฟิตเนสของอินสตาแกรมทุกคนต่างก็ชอบโพสรูปภาพของตัวเอง ภาพเต็มทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นทั้งกล้ามหน้าท้อง, ต้นขาและบั้นท้าย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะว่าพวกเขาเป็นคนสร้างโปรแกรมการออกกำลังกายที่พวกเขากำลังขายอยู่นั้นเอง มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาต้องการจะแสดงให้เห็นถึงหลักฐานว่าโปรแกรมออกกำลังกายของพวกเขามันได้ผลจริงๆ โดยการโพสรูปของร่างกายตัวเองเป็นตัวอย่างให้ดู แต่ในทางกลับกัน เหล่าคนดังในวงการฟิสเนสอินสตาแกรมก็ชอบบอกและแนะนำให้ผู้ติดตามของตัวเองว่าอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่คุณเห็นบนอินสตาแกรม ฟังดูย้อนแย้งมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ
เคย์ลาได้เคยโพสลงในอินสตาแกรมเมื่อเดือนเมษายนว่า “จำไว้ว่าคุณก็คือคุณ อย่าเอาที่สิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ห้ามเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นเด็ดขาด อย่าไปสนใจรูปผู้หญิงสวยๆ ในแมกกาซีน บนอินสตาแกรม เพื่อนๆ ของคุณ หรือแม้กระทั่งตัวฉันเองก็ด้วย”
ซึ่งมันก็ฟังดูดีแต่มันกลับดูไร้ความหมายเพียงเพราะว่ารูปที่แนบมาด้วยกันนั้นเป็นรูปซูมใกล้ๆ ของกล้ามหน้าท้องของเคย์ลา
ความจริงก็คือผู้หญิงทุกๆ คนในอินสตาแกรมกำลังเปรียบเทียบตัวเองกับรูปในอินสตาแกรมอยู่ สังเกตเห็นได้จากในคอมเม้นของรูปเมื่อไม่นานมานี้ ยกตัวอย่างเช่น “ฉันออกกำลังกายทุกๆ วันแต่รูปร่างของฉันก็ยังไม่ใกล้เคียงกับรูปร่างคุณเลย” “ฉันอยากผอมบ้างจัง ช่วยฉันหน่อย” “ฉันยอมทุกอย่างเลย ขอแค่ได้มีรูปร่างเหมือนคุณ”
แต่เราจะไม่มาพูดถึงแต่ข้อเสียอย่างเดียวเท่านั้น ข้อดีก็คือเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีบางคนในวงฟิตเนสบนอินสตาแกรมที่เริ่มพูดถึงความแตกต่างระหว่างรูปเซลฟี่ที่ถ่ายโดยใช้มุมกล้องดีๆ และรูปร่างปกติของร่างกายในกิจกรรมต่างๆ ตอนใช้ชีวิตประจำวัน ผู้คิดค้นโปรแกรมออกกำลังกายอีกคนนึง แอนนา วิคทอเรีย เธอคนนี้เป็นข่าวดังอยู่ช่วงนึงเพราะว่าเธอได้โพสรูปหน้าท้องของตัวเองในช่วงธรรมดาๆ ผ่อนคลายและไม่ได้เกร็งกล้ามเนื้อ
เธอได้ยอมรับว่าการคนโพสรูปดังกล่าวจำนวนมากๆ บนอินสตาแกรมอาจเป็นส่วนนึงที่ทำให้บางกลุ่มเกิดอยากมีรูปร่างในอุดมคติที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
แอนนาบอกว่า “การที่ฉันได้รับรู้เรื่องนี้ มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่หนักหน่วงเลยทีเดียว ฉันก็เลยพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่ฉันโพสในอินเตอร์เน็ต ให้เกี่ยวกับรูปร่างของฉันน้อยลงและเน้นไปที่เรื่องประโยชน์ทางสุขภาพจิตใจและอารมณ์จากการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดี” “วงการฟิตเนสมันมีอะไรมากกว่าการถ่ายรูปเซลฟี่แบบเหงื่อท่วมตัว และมันเป็นหน้าที่ของเราในฐานะคนที่ออกกำลังกาย, เทรนเนอร์และคนที่มีชื่อเสียงที่ควรจะทำให้ทุกคนได้รับรู้และเข้าใจถึงเรื่องนี้” ทีมงานของเคย์ลาก็เคยออกมาแสดงความคิดเห็นในแนวนี้เหมือนกัน
โดยทีมงานได้บอกกับเราว่า “ถึงแม้บางคนจะเชื่อว่าโซเชียวมีเดียนั้นสามารถทำให้เกิดผลกระทบในด้านลบได้ แต่เราเชื่อว่ามันมีพลังด้านบวกที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนหลายล้านคนไปในทางที่ดีขึ้น” “บริษัทของเรามีนโยบายในการสนับสนุนการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีและอยู่บนความสมดุลโดยอ้างอิงจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มโปรแกรมวิธีการสร้างรูปร่างบิกินี่ที่สวยงาม เราก็คอยบอกทุกคนเสมอว่ารูปร่างบิกินี่นั้นไม่มีสูตรกำหนดตายตัว ไม่มีการกำหนดเรื่องน้ำหนัก, ขนาดหรือรูปทรง แต่มันคือรูปร่างที่ทำให้คุณมั่นใจ มีสุขภาพที่ดีและรู้สึกดีกับตัวเอง เละนั่นคือเป้าหมายของเราตั้งแต่แรก ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราต้องการให้ทุกคนรู้สึกดี ไม่ใช่แค่ดูดี”
ในขณะที่คนดังในวงการฟิตเนสอินสตาแกรมบางคน พวกเขาไม่เพียงแต่โพสภาพรูปร่างของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังแชร์รูปภาพก่อน-หลังของลูกค้าที่มาออกกำลังกายกับพวกเขาอีกด้วย
การทำแบบนี้มันเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างได้ผลมากเลยทีเดียว มันเป็นการแสดงหลักฐานให้ผู้ติดตามเห็นชัดๆ กันไปเลย วิธีนี้มักจะได้ผลดีมากกว่าการลงทุนเขียนข้อความยาวๆ น่าเบื่อๆ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ความเห็นกับผลกระทบของรูปภาพก่อน-หลังว่าภาพพวกนี้จะทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีเพราะว่ามันทำให้คนหันไปสนใจกับภาพลักษณ์ภายนอกแทนที่จะเป็นสุขภาพของจิตใจ
นักโภชนาการที่มีใบอนุญาต เรเชล ฮาร์ทลีย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคการรับประทานอาหารผิดปกติได้ให้ความเห็นไว้ว่า “การใช้ภาพก่อน-หลังการออกกำลังกายมาเรียกแรงบันดาลใจ ทำให้คนหันไปสนใจรูปลักษณ์ภาพนอกมากกว่าเรื่องสุขภาพ” และเธอยังบอกอีกว่า “ถึงแม้ว่าอาจจะมีบางคนที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักหลังจากที่เห็นการโฆษณาสนับสนุนพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ได้รับจากโฆษณาเหล่านั้นมักจะเป็นพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิดปกติหรือการออกกำลังกายมากเกินไป และตอนนี้พวกเราทุกคนก็กำลังสนับสนุนวัฒนธรรมแบบนี้อยู่ผ่านทางรูปภาพพวกนี้”
นอกจากนี้ รูปภาพแสดงรูปร่าง “หลังผ่านการออกกำลังกาย” มันเป็นรูปที่แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาช่วงๆ นึงเท่านั้น ซึ่งตอนถ่ายมักจะมีการจัดแสงจัดไฟ, จัดท่าทางและเสื้อผ้า, ใส่ฟิลเตอร์แต่งภาพและเกร็งกล้ามเนื้อ
เลโก้ได้พูดถึงภาพพวกนี้ว่า “คุณก็แค่เห็นระยะเวลาไม่กี่วินาทีของชีวิตใครสักคนก็เท่านั้นแหละ” “สิ่งที่คุณเห็นก็คือร่างกายที่เพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาสดๆ ร้อนๆ รูปร่างก็เลยดูแน่นและแข็งแรง ไม่ก็ตอนช่วงเช้าสุดๆ ก่อนที่คุณจะมีอาหารอะไรลงท้อง คุณไม่ได้เห็นอีก 23 ชั่วโมง 50 นาทีที่เหลือในชีวิตของพวกเขา”
เรเชลได้ให้ความเห็นว่า รูปภาพก่อน-หลังจากเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายเป็นการบอกแบบนัยๆ ว่าถ้าหากคุณมีรูปร่างเหมือนคนในภาพก่อนที่จะออกกำลังกาย มันก็แสดงว่าคุณสุขภาพไม่ดี ไม่น่ามอง ไม่มีใครชอบ มีคนจำนวนมากที่สุขภาพดี ออกกำลังกายเป็นประจำและมีความสุขแต่พวกเขาเหล่านั้นมีรูปร่างเหมือนเหมือนคนในภาพก่อนที่จะออกกำลังกาย แล้วพวกเขาเหล่านั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยหรือไม่
ถ้าหากว่าคุณลองอ่านคอมเม้นในอินสตาแกรมให้ดีๆ แล้วล่ะก็ คุณก็จะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางอิโมจิยิ้มที่มีตาเป็นรูปหัวใจ นั้นก็คือคนจำนวนไม่น้อยที่มีความคิดแตกต่าง ไม่เห็นด้วยและไม่เชื่อ
ใต้รูปภาพผู้หญิงผอมๆ และหุ่นดี มีคนที่ไปคอมเม้นคนนึงได้กล่าวว่า “ฉันถึงกับต้องเปลี่ยนอินสตาแกรมของฉันเลยทีเดียว เพราะว่ารูปทั้งหมดที่มันควรจะเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน กลับไม่ได้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจอะไรให้ฉันเลยสักนิด”
ใต้รูปของแอนนา วิคตอเรียมีคนไปคอมเม้นว่า “คุณมักจะพูดถึงทุกอย่างโดยอ้างอิงจากความเป็นจริงเสมอและถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้โพสรูปภาพที่สุดแสนจะเฟอร์เฟค แต่คุณก็ดูสวยไปหมดในทุกๆ รูปที่คุณโพสเลย มันยากมากนะที่จะไม่อิจฉาคุณ”
ในยูทูปก็เช่นเดียวกัน มีบางคนที่อัดวิดิโอแสดงความรู้สึกไม่พอใจและความคิดเห็นในด้านลบมีพวกเขามีต่อโปรแกรมออกกำลังกายพวกนี้ “บนอินสตาแกรม มันดูเหมือนว่าโปรแกรมออกกำลังกายพวกนี้มันได้ผลจริงสำหรับทุกคนและทุกคนก็ได้รับประสบการณ์ดีๆ จากมัน แต่ไม่มีใครเลยที่ออกมาพูดถึงว่ามันอันตรายขนาดไหน”
ผู้หญิงคนนึงได้เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ของเธอกับโปรแกรมออกกำลังกายของเคย์ลา “มันทำให้ฉันแทบจะเป็นบ้าและวิตกกังวลมากๆ กับการออกกำลังกายและการทานอาหารคลีน น้ำหนักฉันลดลงไปอย่างมากในเวลาอันรวดเร็วแต่สุขภาพฉันแย่มากๆ ฉันป่วยมากๆ และมีอาหารโรคกินอาหารผิดปกติ”
ผู้หญิงอีกคนนึงที่ติดตามเคย์ลาในอินสตาแกรมได้ออกมาพูดเหมือนกันว่า “ฉันติดตามเคย์ลาบนอินสตาแกรมและรูปภาพก่อน-หลังการออกกำลังกายที่เคย์ลาโพสมันส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพจิตของฉันมากๆ เลย” “ฉันรู้สึกอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอๆ และคอยแต่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นๆ ”
อย่างไรก็ตามโปรแกรมออกกำลังกายตามอินสตาแกรมก็ยังมีข้อดีของพวกมันอยู่บ้าง และโปรแกรมพวกนี้มันก็ได้ผลจริงๆ สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน
เมื่อไม่นานมานี้เราได้ทำการสอบถามผู้คนในเฟสบุ๊คเพื่อตรวจสอบเรื่องราวของผู้หญิงที่เคยลองโปรแกรมออกกำลังกายดังๆ ในอินสตาแกรม และก็มีผู้คนติดต่อมา พวกเขาเป็นคนใกล้ตัวของฉัน เพื่อนสมัยเรียน, เพื่อนที่ทำงานเก่า คนพวกนี้ยินดีที่จะแชร์ประสบการณ์ของพวกเขาให้เราฟัง
แม็คเคนซี วู๊ดคล็อก อายุ 26 ปี ได้บอกกับเราว่า “ฉันติดตามอินสตาแกรม Tone it Up มาได้ปีกว่าๆ แล้วและฉันก็ได้เห็นผลลัพธ์ดีๆ มากมายทั้งทางด้านสภาพจิตใจ, ร่างกาย, พลังงานและความคิด” “ฉันไม่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้จากโปรแกรมออกกำลังกายของที่อื่นเลย ที่นี่ทำให้ความคิดของฉันเปลี่ยนแปลงไปเป็นด้านบวก”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและนักโภชนาการที่มีใบอนุญาต จอร์จจี้ เฟียร์ได้บอกกับเราว่าโปรแกรมฟิตเนสต่างๆ บนอินสตาแกรมมันก็มีประโยชน์ทางด้านสังคมออนไลน์เหมือนกัน
“การได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนๆ สามารถช่วยให้คุณออกกำลังกายต่อไปได้และไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน”
นีน่า เอเลียส อายุ 28 ปี อีกหนึ่งในผู้ติดตามอินสตาแกรมของ Tone It Up และเข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกายก็เห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นเดียวกัน “การที่เราได้รู้ว่ามีคนอื่นๆ ที่ตื่นตั้งแต่ไก่โห่มาเพื่อบริหารสะโพกหน้าทีวี มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าหากว่าแฟนคุณ, เพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัวไม่ยอมมาออกกำลังกายเป็นเพื่อนคุณ”
โปรแกรมออกกำลังกายพวกนี้มักจะดึงดูดผู้คนด้วยสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ เช่น คำยืนยันจากคนที่ออกกำลังกายแล้วประสบความสำเร็จ, การสนับสนุนของเพื่อนๆ จากโลกออนไลน์หรือค่าใช้จ่ายที่ถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับการจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว สิ่งใดสิ่งนึงในบรรดาของพวกนี้มันอาจจะได้ผลสำหรับคุณก็ได้
แต่ถ้าหากว่าคุณอยากจะลองโปรแกรมออกกำลังกายพวกนี้ดู ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ให้คำแนะนำว่าคุณควรจะเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่ตัวคุณเองจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตรายทั้งทางร่างกายและจิตใจ
1. ฟังคำแนะนำแบบฟังหูไว้หู นายแพทย์ทอม รีฟาย จากองร์กร FACP ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคสำหรับการบริหารสุขภาพระบบเผาผลาญและน้ำหนักที่องร์กรอนามัยเฮนรี่ ฟอร์ดและผู้ก่อตั้งรายการ Reality meet science ได้บอกกับเราว่า การที่คุณเป็นคนดังในอินสตาแกรมนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีความสามารถพอที่จะสร้างโปรแกรมการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารได้ “คนดังในอินสตาแกรมบางคนนั้นไม่มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างแท้จริงแต่กลับมาให้คำปรึกษากับคนจำนวนมากโดยที่ไม่ได้คิดถึงสุขภาพของพวกเขาเลย”
2. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ถ้าหากว่าคุณอยากจะเริ่มออกกำลังกายตามโปรแกรมบริหารร่างกายในอินสตาแกรมหรือโปรแกรมการทานอาหาร อย่างแรกที่คุณต้องทำเลยก็คือนำโปรแกรมพวกนี้ไปปรึกษากับนักโภชนาการที่มีใบอนุญาตหรือแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านสารอาหาร, วิถีชีวาเวชศาสตร์หรือระบบการเผาผลาญอาหาร นอกจากนั้นให้คุณจำไว้เสมอว่าโปรแกรมการลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
3. ฟังเสียงจากร่างกายของคุณ จอร์จจี้ เฟียร์ได้บอกกับเราว่า “มีคนจำนวนมากที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายตามโปรแกรมบริหารร่างกายตามอินเตอร์เน็ต” “ก่อนที่คุณจะเริ่มออกกำลังกายแบบใหม่ ให้คุณคิดไว้เสมอว่า เราต้องใส่ใจฟังในสิ่งที่ร่างกายเราพยายามจะบอกให้มากเข้าไว้ สังเกตอาการปวด, บาดเจ็บ, ความลังเลและจังหวะการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ แล้วนำไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ คนที่ทำแบบนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ดีกับการออกกำลังกายมากกว่าคนที่คิดว่าแค่อดทนทำตามๆ ที่ได้รับฟังมาก็พอ ทำตามที่พวกเขาบอกเพราะว่าพวกเขามีกล้ามหน้าท้อง”
4. เลือกในสิ่งที่คุณจะทำมันไปได้นานๆ จอร์จจี้ เฟียร์ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “เพื่อที่จะรักษารูปร่างที่คุณได้มาให้อยู่กับคุณไปนานๆ คุณต้องออกกำลังกายให้ได้เหมือนเดิมตลอดด้วย” “ถามตัวเองว่าสิ่งนี้มันโอเคหรือไม่ ถ้าหากว่ามันไม่ดีมากๆ หากคุณรู้สึกเหมือนว่ามันจะทำให้ชีวิตคุณไม่มีความสุข คุณก็คงจะไม่สามารถทนอยู่กับมันได้เป็นระยะเวลานานๆ อย่างดีคุณก็แค่ลดน้ำหนักเยอะมากๆ ในช่วงแรก แล้วหลังจากนั้นน้ำหนักคุณก็จะกลับมาเยอะเหมือนเดิม”
5. อย่าไปกดติดตามบัญชีอินสตาแกรมที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองหลังจากประสบการณ์แย่ๆ ที่ได้รับมาซาแมนต้า เลโก้ก็เลิกติดตามบัญชีอินสตาแกรมที่เกี่ยวกับฟิตเนสทุกๆ อัน
เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ได้เริ่มกลับมามีพฤติกรรมที่ดีในการทานอาหารและการออกกำลังกายอีกครั้งนึง เธอเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการออกกำลังกายของตัวเองให้มีการเล่นโยคะและการปืนเขาเยอะขึ้น เธอเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการทานอาหาร ไม่เครียดกับการเตรียมอาหารแต่ละมื้อ เธอบอกว่าโปรแกรมออกกำลังกาย Bikini Body Guide ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เธอมีอาการกินอาหารผิดปกติ แต่มีเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นความเครียดและวิตกกังวล
อย่างไรก็ตามเธอก็ยังไม่ได้ติดตามอินสตาแกรมเกี่ยวกับฟิตเนสต่างๆ ที่เธอเคยติดตามสมัยก่อน “สมัยก่อนฉันไม่อยากจะเห็นมันและตอนนี้ก็ยังไม่อยากเห็นอยู่เหมือนเดิม”
จอร์จจี้ เฟียร์และเรเชล ฮาร์ทลีย์ก็ให้คำแนะนำในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน จอร์จจี้ เฟียร์ได้แนะนำว่า “ฉันคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้เมื่อคุณเล่นอินสตาแกรมหรือช่องทางโชเซียวมีเดียต่างๆ ก็คือการสังเกตตัวเองว่าเนื้อหาพวกนี้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร” “ถ้าหากมันทำให้คุณรู้สึกไม่ดี คุณก็แค่ต้องปิดมันไปก็เท่านั้นเอง”
ส่วนเรเชล ฮาร์ทลีย์ก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า “ให้คุณลองติดตามผู้คนหลายๆ แบบดู คนที่มีรูปร่างในลักษณะต่างๆ ผิวสีหลายๆ แนว” “มันจะฝึกให้คุณมองเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่ของคนแต่ละแบบและมันจะช่วยให้คุณเห็นความงามในตัวเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย”
ขอบคุณเรื่อง : เว็บไซต์ https://www.insider.com/