สกู๊ปพิเศษ : เปิดปมเดือดสะเทือนวงการ! "ณวัฒน์" โวยโอน 5 หมื่น ช่วย "กัน จอมพลัง" ลั่นไม่คิดว่าเป็นมูลนิธิคนอื่น

วาไรตี้23 ต.ค. 2568 • 11:48 น.
สกู๊ปพิเศษ : เปิดปมเดือดสะเทือนวงการ! "ณวัฒน์" โวยโอน 5 หมื่น ช่วย "กัน จอมพลัง" ลั่นไม่คิดว่าเป็นมูลนิธิคนอื่น

กลายเป็นมหากาพย์ดรามาที่สั่นสะเทือนวงการการกุศลและพื้นที่โซเชียล เมื่อ "บอสณวัฒน์" ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้ทรงอิทธิพล ได้ออกมาเปิดหลักฐานการโอนเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือ "กัน จอมพลัง" กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ แต่กลับต้องเผชิญกับความจริงที่ชวนอึ้ง เมื่อพบว่า "มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้" ที่ตนบริจาคไปนั้น แท้จริงแล้ว "กัน จอมพลัง" ไม่ได้เป็นประธานหรือผู้บริหารองค์กร!

เสียงคำรามของ "ณวัฒน์" ถูกโพสต์ลงบนเพจส่วนตัวอย่างดุดัน พร้อมแนบสลิปการโอนเงินเข้ามูลนิธิฯ โดยระบุข้อความที่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า "ผมโอนช่วยกัน 50,000 เพราะคิดว่าเป็นของกัน สรุปมูลนิธิเป็นของคนอื่น ควรบอกก่อนให้คนโอน" และยังตั้งคำถามตามมาอีกว่า "ข้อมูลชักจูงให้บริจาคเพราะเชื่อว่าเป็นของกันแล้วมันไม่ใช่อย่างนี้ ถือเป็นการหลอกลวงมั้ยครับ" นี่คือการตั้งข้อสังเกตในประเด็นความโปร่งใสและเจตนาในการระดมทุนที่ไม่อาจมองข้าม

ขณะที่ “กัน จอมพลัง” ได้โพสต์คลิปตอบโต้ชาวเน็ตในเรื่องนี้ ลั่นผิดกฎหมายตรงไหน ตนเป็นผู้ก่อตั้ง ให้คนมาขับเคลื่อนมูลนิธิ แปลว่าไม่โปร่งใสเหรอ อะไรก็ไม่รู้ ตั้งแต่มาช่วยทหาร ทำไมทำความดีมันยากขนาดนี้

ชนวนเหตุของเรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังจาก "กัน จอมพลัง" ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อยอมรับว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งหรือประธานของมูลนิธิฯ อย่างที่เป็นความเข้าใจของสาธารณชน เพียงแต่ให้ยืมชื่อเพื่อก่อตั้งมูลนิธิ และรับหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น โดยมีรุ่นน้องที่มีความสามารถเป็นประธานตัวจริง การชี้แจงดังกล่าวสร้างความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ผู้บริจาคทันที โดยเฉพาะ "ณวัฒน์" ที่เชื่อโดยสุจริตว่าเงินของเขาจะถูกส่งตรงไปสนับสนุนการทำงานของ "กัน จอมพลัง" โดยตรง

ท่ามกลางกระแสกดดันและการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ประเด็นข้อบังคับของมูลนิธิฯ ที่ถูกเปิดเผยมาก่อนหน้าว่า หากมูลนิธิต้องเลิกล้มไป ทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่จะตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิอื่น ก็ยิ่งเพิ่มความกังขาในเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง และความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรที่ใช้ชื่อบุคคลสาธารณะในการระดมทุนจากประชาชน แม้ "กัน จอมพลัง" จะออกมาชี้แจงพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า การไม่มีชื่อตนเองเป็นประธานฯ เป็นการบริหารองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วยระบบ และเป็นการเปิดช่องให้เกิดการตรวจสอบที่ดี แต่คำอธิบายนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอที่จะสยบความกังวลใจของสาธารณชนได้

จากกรณีนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือ เงินบริจาคของผู้มีเจตนาอันดีงามจำนวนมหาศาลที่ถูกระดมภายใต้ชื่ออันเป็นที่ยอมรับ จะถูกนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือประชาชนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามความเข้าใจของผู้บริจาคหรือไม่?

หรือนี่คือการซ่อนเร้นความจริงบางอย่างไว้เบื้องหลังชื่อเสียงอันโด่งดัง? คดีนี้ไม่ใช่แค่ดราม่า แต่เป็นประเด็นที่โยงใยไปถึงความน่าเชื่อถือของการระดมทุนสาธารณะในนามบุคคล และการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องต่อสังคมอย่างจริงใจ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง

#ณวัฒน์ #กันจอมพลัง #มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ #เงินบริจาค #ดราม่า #ข่าวอาชญากรรม #SEO #ไวรัล