- โฆษณา -

ตะลุยสามจังหวัดชายแดนใต้...ชมความงามปลายด้ามขวาน (3)

ท่องเที่ยว22 ก.ย. 2561 • 10:00 น.
ตะลุยสามจังหวัดชายแดนใต้...ชมความงามปลายด้ามขวาน (3)
แม้ภาพลักษณ์ของสามจังหวัดชายแดนใต้ในช่วงที่ผ่านมาจะทำให้บางคนไม่เลือกที่จะปักหมุดในแผ่นที่การเดินทางท่องเที่ยว แต่จากที่ 'ท่องเที่ยวสยามรัฐ' มีโอกาสร่วมทริปเดินทางไปยังจังหวัดนราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่าย พร้อมชื่นชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ น่าจะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดีทีเดียว ตะวันขึ้นที่อัยเยอร์เวง อีกเช้าหนึ่งกับโปรแกรมชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง เวลาตีสี่ ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นทะเลหมอกสุดสวยของภาคใต้และสวยอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เพราะฟินทั้งอากาศ และชมวิวมุมกว้างแบบพาโนราม่าทีเดียว ท่ามกลางผืนป่าขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ กิโลเมตรที่ 32 มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเต็มอิ่มกับการชมทะเลหมอกแบบหนา ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ปัจจุบันจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวงได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอเบตง โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนั้นมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่วนช่วงเวลาในการเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกนั้นควรเดินทางขึ้นไปตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นไม่เกิน 9 โมงเช้าทะเลหมอกก็จะค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้แต่เพียงผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่
ตะวันขึ้นที่อัยเยอร์เวง
ตะวันขึ้นที่อัยเยอร์เวง
ก่อนจะเดินทางกลับมาที่ อำเภอเบตง เพื่อเติมพลังกับมื้อเช้าอันแสนอร่อย ที่ ร้านไท้ซี้ฮี้ ที่ตั้งอยู่จากบริเวณวงเวียนนาฬิกาไปทางอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ตรงหัวมุมถนนพอดี โดยตอนเช้าขายแต่เตี้ยม หรือติ่มซำ ส่วนตอนเที่ยง และเย็นจะขายอาหารพื้นเมืองที่เเมนูแนะนำจะเป็นจำพวกอาหารมาจาก อย่าง กบภูเขา เป็นต้น แต่สำหรับมื้อเช้าของที่นี่คงจะหนีไม่พ้นติ๋มซำ และเมนูที่ต้องลอง คือ ก๋วยเตี๋ยวขาวเส้นเล็ก ที่เรียกกันว่าจี้ฉ่องฝัน กินง่ายกับน้ำมันงา และซีอิ้วขาว ส่วนใครที่ชอบเผ็ดๆ ให้เต็มซอสพริกศรีราชา หรือถ้าจะเพิ่มรสชาติด้วยการกินกับกระดูกหมูตุ๋นก็อร่อยหวานมันไปอีกแบบ ขณะที่เมนูอื่นๆ มีให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ติ๋มซำ ใครชื่นชอบอะไรสามารถหยิบจับนำมาที่โต้ะ เพื่อจัดการตามอัธยาศัย สำหรับ ติ่มซำเจ้าดังแห่งเบตงนี้ ปกติช่วงเช้าจะมีคนมานั่งกินเต็มร้าน เมื่อรู้พิกัดแล้วจะหาไม่ยากนัก อาศัยเดินชมวิวมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ รวมถึงจะพบเห็นอาหารเช้าตั้งขายเป็นระยะสองข้างถนนอีกด้วย
ร้านไท้ซี้ฮี้
ร้านไท้ซี้ฮี้
ชมร่องรอยแห่งอดีต หลังจากอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้าแล้ว ก็ถึงเวลา เดินทางต่อไปยัง อุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่งมีร่องรอยประวัติศาสตร์ของคอมมิวนิสต์มลายาที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2519 เพื่อใช้เป็นที่ตั้งรับการโจมตี และสะสมเสบียง ปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งพิพิธภัณฑ์ที่เล่าความเป็นมาของคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะการเดินเข้าชมอุโมงค์ด้านในที่ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะพบเห็นบรรยากาศภายในที่มีป้ายบอกทางออก ซึ่งมีทั้งหมด 6 ทาง มีแสงไฟตลอดทาง และยังมีการจัดแสดงที่นอน หลุมที่ใช้ขนส่งของ หากเดินออกมาก็จะเจอกับแมกไม้นานาพันธุ์โดยรอบ
ติ่มซำเจ้าดังแห่งเบตง
ติ่มซำเจ้าดังแห่งเบตง
ซึ่งถ้า หากใครชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวิติศาสตร์ ต้องไม่พลาด อุโมงค์ปิยะมิตร แห่งนี้ เพราะแม้กาลเวลาอาจทำให้ประวัติศาสตร์ของอุโมงค์ปิยะมิตรจืดจางลงไปจากความทรงจำ แต่ร่องรอยของสถานที่แห่งนี้กลับขับเน้นให้ได้ทบทวนถึงอดีต ด้วยความรู้สึกใหม่ แมก ไม้นานาพรรณที่อยู่บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์ปิยะมิตรช่วยพรางอุโมงค์ความยาว 1 กิโลเมตร ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของบ้านปิยะมิตร ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้เป็นอย่างดี
 อุโมงค์ปิยะมิตร
อุโมงค์ปิยะมิตร
โดยเฉพาะเส้นทางที่ เคยถูกใช้เป็นฐานในการหลบซ่อนตัว และเป็นแหล่งสะสมเสบียงในการต่อสู้ของกลุ่มผู้ขัดแย้งทางการเมืองในคาบสมุทรมาลายา จนมาถึงเวลานี้ที่ห้องหับและร่องรอยที่พวกเขาทิ้งไว้ยังคงถูกจารึกเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง ได้ใช้ประโยชน์จากการรำลึกถึงอดีตแห่งการต่อสู้อันเจ็บปวด ซึ่งภายในอุโมงค์ที่ถูกแบ่งออกเป็นห้องหรือช่องต่าง ๆ ตามการใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง เป็นต้น ท่ามกลางอากาศภายในที่เย็นสบายไม่อึดอัด พร้อมไฟสีเหลืองนวลตาชวนให้นึกถึงภาพอดีต เป็นอย่างยิ่ง
ฐานการหลบซ่อนตัว
ฐานการหลบซ่อนตัว
แวะชมของดีเบตง อีกทั้งระหว่างทาง เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดปัตตานี มีโอกาสแวะชม แปลงปลูกผักน้ำ ผักมหัศจรรย์ของอำเภอเบคงแห่งนี้ ด้วยเป็นพืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นที่นิยมปลูกกันมาก ซึ่งที่ของพืชดังกล่าวที่มีถิ่นกำเนิด ปลูกกันมากแถวประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะนำมาปลูกในประเทศจีนและประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นคนจีนได้นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอเบตงจะมีผักดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก
 แปลงปลูกผักน้ำ
แปลงปลูกผักน้ำ
ทั้งนี้การปลูกผักน้ำแรกๆ จะปลูกไว้บริโภคกันในครัวเรือนโดยเฉพาะในหมู่คนจีนเท่านั้น ไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป จนเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ทางเกษตรจังหวัดได้มีการส่งเสริม และประชาสัมพันธ์โดยแนะนำวิธีการปลูกและการประกอบอาหาร รวมทั้งสรรพคุณ ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก จึงทำให้วันนี้ผักน้ำ ได้กลายเป็นอาหารเมนูเด่นของชาวเบตง ซึ่งทุกคนที่มีโอกาสเดินทางมาถึงที่นี่จะต้องไม่พลาดที่จะลองลิ้มชิมรสชาติ ทั้งนี้ตามธรรมชาติของผักน้ำจะชอบอากาศหนาวเย็น และน้ำที่ใสสอาดยิ่งเป็นน้ำไหลจากซอกหินหรือภูเขาผ่านตลอดเวลา รวมไปถึงการจัดการแปลงปลูกผักน้ำจะต้องทำเป็นขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมา สามารถกักเก็บน้ำ และปล่อยน้ำให้ไหลลงมาอีกชั้นได้ และถ้าเป็นน้ำที่ไหลจากที่สูงใสเย็น และเป็นดินปนทรายด้วยจะทำให้ผักน้ำเจริญเติบโตได้ดี และต้นจะอวบน้ำก้านยาว ใบสีเขียวจัด หลังจากปลูกได้ 45-60 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ในปัจจุบันตามท้องตลาดขายกันกิโลกรัมละ 80 บาท พร้อมนำไปปรุงเป็นเมนูง่ายๆ โดยส่วนใหญ่จะนำผักน้ำมาแกงจืด หรือนำมาต้มกับกระดูกหมู หรือไก่ ทำกินกันในครัวเรือน และสามารถนำมาประกอบอาหารประเภทผัด เช่นผักน้ำทรงเครื่อง ผักน้ำมันหอย ลวกจิ้มและสลัดผัก ตามชอบอีกด้วย ซึ่งผักน้ำดังกล่าวจะมีสรรพคุณช่วยคลายร้อน แก้ร้อนในและลดความดันโลหิตสูง ได้ดีทีเดียว
แหล่งเพาะปลาจีน
แหล่งเพาะปลาจีน
รวมไปถึงการ แวะชมแหล่งเพาะปลาจีน หรือ เฉาฮื้อ ซึ่งเป็นปลาที่นิยมรับประทานกันมากในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา การที่มีชื่อเรียกว่า ปลาจีน เป็นเพราะเดิมได้พันธุ์ มาจากประเทศจีนและมีการส่งพันธุ์ลูกปลาขนาดเล็กมาขายในมาเลเซีย และชาวเบตงได้อาศัยเพาะพันธุ์ปลาบริเวณชายแดนไทย - มาเลเซีย จนกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อเช่นเดียวกับเมนูผักนน้ำ เช่น ปลาจีนนึ่งบ๊วย ที่ร้านต้าเหยิน เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูล ร้านไท้ซี้ฮี้ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในตัวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา รวมไปถึง แปลงปลูกผักน้ำ และแหล่งเพาะปลาจีนสามารถติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงาน นราธิวาส โทร. 0- 7352- 2411 , 0- 7354 -2345หรือผู้ที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่โทร. 0-2622-1810-18 ต่อ 353,354 และ www.facebook.com/siamrath.travel โต๊ะท่องเที่ยว เรื่อง/ภาพ siamtravel58@gmail.com