กระทรวงวัฒนธรรมชวนสัมผัส “สี • สรรค์ • ไทย” 5 โซนวัฒนธรรมครบทุกมิติ ชูทุนวัฒนธรรมไทยต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ประเพณี วัฒนธรรม2 ก.ย. 2569 • 12:00 น.
กระทรวงวัฒนธรรมชวนสัมผัส “สี • สรรค์ • ไทย” 5 โซนวัฒนธรรมครบทุกมิติ ชูทุนวัฒนธรรมไทยต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์

กระทรวงวัฒนธรรม ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ “สี • สรรค์ • ไทย : COLORS OF THAI THAI” งานมหกรรมวัฒนธรรมที่รวบรวมเสน่ห์ความเป็นไทยจากทั่วประเทศ ผ่าน 5 โซนสำคัญ ตั้งแต่พระมหากรุณาธิคุณ อาหาร ศิลปะการแสดง ภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ ไปจนถึงมรดกไทย ศรัทธา และวิถีประเพณี เชื่อมโยงเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า “สี • สรรค์ • ไทย” เปรียบเสมือนการพาผู้ชมออกเดินทางผ่านวิถีชีวิตไทย จากต้นธารแห่งแรงบันดาลใจ สู่เรื่องราวที่สัมผัสได้ ชิมได้ ชมได้ และลงมือทำได้ โดยทั้ง 5 โซนภายในงานจะร้อยเรียงเป็นเส้นทางเดียวกัน
เริ่มต้นที่ “สีสันแห่งแรงบันดาลใจ” ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ นำเสนอผลงานและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานภาคี ได้แก่ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กรมหม่อนไหม และกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ กระทรวงยุติธรรม พร้อมจำหน่ายหนังสือจากกรมศิลปากรและศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

จากแรงบันดาลใจต่อด้วย “สีสันแห่งรสชาติไทย” ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารไทยผ่าน “ข้าว” สู่แนวคิด “อาหารรสชาติ...ที่หายไป (The Lost Taste)” ชวนค้นหารสชาติ องค์ความรู้ และความทรงจำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมชิมและช้อปอาหารจากร้านค้ากว่า 60 ร้าน รวมถึงเวิร์กชอปทำอาหารและขนมไทย

เดินทางต่อสู่ “สีสันแห่งศิลปะการแสดงไทย” พบการแสดงหลากหลายจากทั่วประเทศ ทั้งลิเก หมอลำ ลูกทุ่ง หนังใหญ่ โขน โนรา ดนตรี การแสดงร่วมสมัย และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ลิเกศรราม น้ำเพชร FINO THE RANAD คอนเสิร์ตวงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนมัธยมเทศบาลนคร 6 อุดรธานี พร้อมศิลปินรับเชิญ อ้น ภานุวัฒน์ รวมถึงคอนเสิร์ตหมอลำไอดอล ไรอัล กาจบัณฑิต ปาล์มมี่ North-Otto ลาเต้-คิม จากค่ายดูมันดิ ไมยราพ (Maiyarap) แม็กซ์ เจนมานะ และ URBOYTJ
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเปลี่ยนจาก “ผู้ชม” เป็น “ผู้ลงมือสืบสาน” ผ่านเวิร์กชอปทางศิลปวัฒนธรรม อาทิ การตอกหนังใหญ่ การร้อยลูกปัดโนรา การทำเครื่องประดับศีรษะล้านนา การทำพวงกุญแจเครื่องดนตรีอีสาน การแกะสลักรูปหนังตะลุง และการเขียนสีหัวโขน

จากเสียงและการแสดงสู่ “สองมือช่าง” ในโซน “สีสันแห่งภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย” เปิดประสบการณ์เรียนรู้ภูมิปัญญาจากผู้สืบทอดโดยตรง ผ่าน Living Wisdom Showcase ภายใต้แนวคิด “ภูมิปัญญาจักสาน จากรากเหง้า ก้าวไกลสู่สากล” ถ่ายทอดคุณค่าของงานจักสานผ่านผลงานพาวิลเลียนของอาจารย์กรกต อารมย์ดี และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมด้านจักสาน

พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปให้ผู้เข้าชมได้ลงมือทำจริง ทั้งการทอผ้าฝ้ายเข็นมือย้อมสีธรรมชาติ การทำยาดมสมุนไพร การจักสานไม้ไผ่ การเขียนเครื่องเบญจรงค์ การระบายสีผ้าบาติก และการทำน้ำปรุงไทย รวมถึงเลือกซื้อผ้าไทย งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า

ปิดท้ายการเดินทางที่ “สีสันแห่งมรดกไทย ศรัทธา และวิถีประเพณี” พาผู้ชมสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และเทศกาล ผ่าน Immersive Cultural Experience ขนาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “From The Rain To The Moon: จากขวัญข้าว สู่ท้องฟ้าแห่งคืนเพ็ญ” ร่วมสร้างสรรค์โดยสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่น และคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) พร้อมนิทรรศการ Interactive Smart Museum และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 360 องศา


ผู้เข้าชมยังสามารถเรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตั้งแต่หน้ากากผีตาโขน โพน ธงตะขาบ เทียนพรรษา พวงมโหตร ไปจนถึงโคมล้านนา สะท้อนความเชื่อและประเพณีที่ยังคงมีชีวิต พร้อมเชื่อมโยงผู้คนสู่ชุมชนและถิ่นเกิดผ่านโซน 10 สุดยอดชุมชน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ทั้ง 5 โซนจึงเป็นเส้นทางเดียวกัน ตั้งแต่ “จากพระมหากรุณาธิคุณ สู่สำรับอาหาร จากเสียงการแสดงสู่สองมือช่าง และจากศรัทธาสู่ประเพณี” ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดง แต่เป็นการเดินทางผ่านวิถีชีวิตไทยที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


เพราะความเป็นไทยไม่ได้มีเพียงสีเดียว หากประกอบด้วยสีสันนับพันจากผู้คน ชุมชน รสชาติ เสียงเพลง งานศิลป์ ภูมิปัญญา ความเชื่อ และประเพณี เมื่อรวมทุกสีสันจึงเกิดเป็นภาพเดียวกัน คือ “สี • สรรค์ • ไทย” วัฒนธรรมที่ไม่ได้เพียงอนุรักษ์ แต่พร้อมสืบสาน ต่อยอด สร้างสรรค์ และส่งต่อให้ความเป็นไทยยังคงมีชีวิตและงดงามต่อไป


ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้รับความร่วมมือจาก บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนส่วนลดค่าเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานในการเดินทางมาร่วมงานและสัมผัสกิจกรรมทางวัฒนธรรมภายในงาน
นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งหวังให้ “สี • สรรค์ • ไทย : COLORS OF THAI THAI” เป็นเวทีนำเสนอคุณค่าและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นกลไกในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
มอบโล่ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

ในเวลาต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ให้แก่ผู้นำชุมชนและผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และนโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน”

สำหรับ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ได้แก่ ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี, ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช, ชุมชนหัวตลาด จ.ปัตตานี, ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จ.พะเยา, ชุมชนบ้านลำปำ จ.พัทลุง, ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จ.เพชรบูรณ์, ชุมชนบ้านแพมบก จ.แม่ฮ่องสอน, ชุมชนตำบลต้นตาล จ.สุพรรณบุรี, ชุมชนบ้านเดื่อ จ.หนองคาย และชุมชนบ้านสะนำ จ.อุทัยธานี

“ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 10 ชุมชนต้นแบบ ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ ซึ่งล้วนสะท้อนถึงศักยภาพในการนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และเสน่ห์วิถีชีวิตมาต่อยอดสร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ พร้อมขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมเปิดประสบการณ์ ‘สีสันแห่งวัฒนธรรมไทยทุกภูมิภาค’ มาร่วม ‘กิน เที่ยว ชม ลอง และเรียนรู้’ สัมผัสความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยได้ภายในงานเดียว ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7-8 เมืองทองธานี” นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้าย